ไอ้เท่ง..ทากทะเลพันธุ์ใหม่ของโลก

 src=
 
รูปภาพประกอบ
 

นักวิทย์สงขลานครินทร์พบทากทะเลชนิดใหม่ของโลก บริเวณร่องน้ำป่าชายเลนที่อ่าวปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งชื่อ “ไอ้เท่ง” ตามตัวหนังตะลุงผศ.พักตรา คูบุรัตถ์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี เปิดเผยว่า

 Dr.C.Swennenผู้เชี่ยวชาญทางทะเลจากเนเธอร์แลนด์ ซึ่งทำงานค้นคว้าวิจัยที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มาเป็นเวลานานนับ 10 ปี และนายสมศักดิ์ บัวทิพย์ นักวิทยาศาสตร์จากแผนกชีววิทยา ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ค้นพบทากทะเล (slug)ชนิดใหม่ของโลก อยู่ในไฟลัม Molluscaชั้น Gastropoda วงศ์ (Family) Aitengidae ชื่อ “Aiteng ater”  หรือ “ไอ้เท่ง”

 “นักวิทยาศาสตร์ของ ม.อ.วิทยาเขตปัตตานี ค้นพบทากทะเลพันธุ์ใหม่ในป่าชายเลนที่เป็นดินโคลน ซึ่งถูกปกคลุมด้วยต้นโกงกาง แสมทะเล ตาตุ่มทะเล และปรงทะเล เป็นต้น  ในบริเวณที่เป็นร่องน้ำ รอยเท้ามีน้ำท่วมขัง รูปู แอ่งที่มีน้ำท่วมขัง รวมถึงบริเวณที่มีการทับถมของใบไม้และไม้ผุ และเป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้น-น้ำลง ซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดนี้มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศป่าชายเลนเหมือนกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ”

 ลักษณะภายนอกของ “ไอ้เท่ง”ที่สามารถสังเกตได้คือ มีขนาดประมาณ 6-17มิลลิเมตร ลำตัวมีสีดำ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก โดยมีการขับเมือกหุ้มร่างกายเพื่อรักษาความชุ่มชื้น คล้ายกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำทั่วๆ ไป

 ความพิเศษนี้พบได้น้อยมากกับชนิดของทากทะเลที่มีการค้นพบหรือมีการศึกษาอยู่แล้วในปัจจุบัน และจากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า แมลงในระยะดักแด้เป็นอาหารของทากทะเลชนิดนี้ โดยในขณะนี้ ได้มีการเก็บตัวอย่างทากทะเล“ไอ้เท่ง”มาจากปากพนังเพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่แผนกชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต่อไป

 สำหรับชื่อ  Aiteng ater มีความหมายที่เกี่ยวข้องกับความเป็นท้องถิ่นภาคใต้ คือคำว่า Aiteng  มาจากชื่อเรียกตัวหนังตะลุงของปักษ์ใต้ ชื่อ ไอ้เท่ง ซึ่งมีลักษณะตัวสีดำและมีลักษณะของตาที่คล้ายกับสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ ขณะที่คำว่า ater มาจากภาษาลาติน หมายถึง สีดำ

 “ความสำเร็จในการพบทากทะเลพันธุ์ใหม่ของโลกโดยนักวิทยาศาสตร์ของ ม.อ.วิทยาเขตปัตตานีในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่ไม่หยุดนิ่งของนักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะการค้นพบใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับระบบนิเวศ ที่มีส่วนช่วยเพิ่มสมดุลให้กับธรรมชาติ ซึ่งหลังจากนี้ เราจะยังคงเดินหน้าศึกษางานวิจัยอื่นๆ ต่อไป”  ผศ.พักตรากล่าว

แหล่งที่มาของข้อมูล: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ