รองเท้าของคานธี

“รองเท้าของคานธี”

                   ในช่วงปี พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) ประเทศอังกฤษขยายอำนาจเข้ามาในอินเดียผ่านบริษัทอินเดียตะวันออก โดยเริ่มจากการเข้ามาค้าขายเครื่องเทศและผ้าทอ แต่เมื่อเห็นว่าอินเดียมีความมั่งคั่งมหาศาล อังกฤษจึงใช้กลอุบายทางการเมืองและกำลังทหารเข้ายึดครองดินแดนทีละส่วน จนกระทั่งอินเดียตกเป็นอาณานิคมอย่างสมบูรณ์ภายใต้การปกครองของกษัตริย์อังกฤษในปี พ.ศ. 2401 (ค.ศ. 1858)

                  ท่ามกลางความขัดแย้ง ชายอินเดียผู้หนึ่งนามว่า “คานธี” ได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำในการกอบกู้เอกราชของประเทศ โดยไม่ได้ใช้กำลังอาวุธเหมือนการเรียกร้องเอกราชในประเทศอื่น   แต่ใช้หลักการ “อหิงสา” (ไม่ใช้ความรุนแรง) และ”สัตยาเคราะห์” (การยึดมั่นในความจริง) ท่านสอนให้ชาวอินเดียเอาชนะความเกลียดชังด้วยความเมตตา และพิสูจน์ว่าพลังใจนั้นเข้มแข็งกว่ากระสุนปืน    คานธีอธิบายว่าการใช้กำลังจะนำไปสู่ความเกลียดชังและการสูญเสีย แต่การใช้ความจริงและความเมตตาจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

                   ในช่วงปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) คานธีได้รณรงค์ให้ชาวอินเดียเลิกซื้อผ้าทอจากโรงงานทอผ้าของอังกฤษ แล้วหันมา “ปั่นด้าย” จากปุยฝ้าย   ด้วยเครื่องปั่นด้ายมือหมุนแบบโบราณเพื่อทอผ้าฝ้ายแบบพื้นเมืองใช้เอง ท่านชักชวนคนอินเดียให้เห็นว่า การพึ่งพาตนเอง คือรากฐานของเสรีภาพที่แท้จริง

                     มีเรื่องเล่าสะท้อนหัวใจอันเปี่ยมเมตตาของท่านว่า ครั้งหนึ่งขณะคานธีกำลังยืนอยู่บนรถไฟที่กำลังเคลื่อนที่     รองเท้าข้างหนึ่งของท่านบังเอิญหลุดตกไปบนรางรถไฟ     แต่แทนที่คานธีจะเสียใจ   ท่านกลับถอดรองเท้าข้างที่เหลืออยู่แล้วโยนตามไปทันที   โดยอธิบายแก่ผู้สงสัยภายหลังว่า    “ เพื่อให้คนยากจนที่มาเก็บได้  ได้รับรองเท้าไปครบคู่  จะได้นำไปใช้ประโยชน์ได้”

                  เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2473 (ค.ศ. 1930) เมื่ออังกฤษออกกฎหมายผูกขาดเกลือและเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรม      คานธีจึงเริ่มนำการเดินทางของมวลชนกว่าพันคน  ด้วยการเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 380 กิโลเมตรเป็นเวลา 24 วัน ไปยังชายทะเลนาเกลือเมืองดันดี เมื่อถึงที่นั่น ท่านหยิบเม็ดเกลือขึ้นมาแล้วประกาศว่า “ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของทุกคน ไม่ใช่ของใคร หรือประเทศใด”

                  ความพยายามอย่างยาวนานประสบผลสำเร็จ ในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) เมื่ออินเดียได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ ชัยชนะครั้งนี้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “ความเมตตาสามารถสั่นสะเทือนโลกได้” และเสรีภาพที่ยั่งยืนนั้นสร้างได้ด้วยความสงบและความเมตตาต่อกัน

                คานธีเรียกร้องเอกราชให้อินเดีย  ด้วยการประท้วง  เดินขบวน อดอาหาร และไม่ร่วมมือกับอังกฤษ โดยไม่ทำร้ายใคร หลักการนี้ต่อมาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้นำทั่วโลก เช่น มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ และเนลสัน แมนเดลา

               นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  การทำความดีนั้นไม่จำเป็นต้องมากมายใหญ่โตอะไรนัก   เพียงการบริจาครองเท้าเก่าๆ ข้างเดียวก็สามารถทำความดีได้

                                                                          อาทร จันทวิมล