มติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง6เรื่อง





ศึกษาธิการ – นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ ได้เห็นชอบย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการจำนวน ๖ ราย รวมทั้งประเด็นอื่นๆ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้












@ แต่งตั้งข้าราชการ ศธ.

รมว.ศธ.กล่าวว่า ครม.ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอขออนุมัติแต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวนทั้งสิ้น ๖ ราย ดังนี้

๑. นายสมบัติ สุวรรณพิทักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
๒. นายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
๓. นายอนันต์ ระงับทุกข์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สป. ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
๔. นายปราโมทย์ แก้วสุข ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบเครือข่ายและการมีส่วนร่วม สพฐ. ย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
๕. นายพันธุ์ศักดิ์ โรจนากาศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ย้ายไปดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
๖. นางศิริพร กิจเกื้อกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ย้ายไปดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 

ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป 

——————————————————————————– 

@ อนุมัติร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาให้เป็นสถาบันเฉพาะทางด้านดนตรีคลาสสิก

ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พ.ศ. …. ตามที่ ศธ.ได้เสนอว่า สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาได้จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้า กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในฐานะองค์อุปถัมภ์วงการดนตรีคลาสสิกแห่งประเทศไทย เนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เจริญพระชนมายุ ๗ รอบ

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะ ด้านดนตรีคลาสสิกสำหรับผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษและบุคคลทั่วไปทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัยต่อเนื่องจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับปริญญา ตลอดจนทำหน้าที่เผยแพร่ดนตรีคลาสสิกแก่สาธารณชนในลักษณะการแสดงดนตรี การฝึกอบรม และกิจกรรมเสริมทักษะอื่นๆ เพื่อการบริการทางวิชาการแก่สังคมและการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม และทำหน้าที่ในการพัฒนามาตรฐาน และกำหนดเกณฑ์การประเมินมาตรฐานความรู้ความสามารถและทักษะด้านดนตรีคลาสสิกของนักดนตรีในประเทศ เพื่อเทียบเคียงมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนดนตรีคลาสสิกทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ แต่ก็ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางที่เปิดการเรียนการสอนด้านดนตรีคลาสสิก จึงสมควรจัดตั้งสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนาให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางที่สามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความเป็นเลิศด้านดนตรีคลาสสิก

——————————————————————————– 

@ เห็นชอบร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน

ครม.เห็นชอบหลักการร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

ข้อเท็จจริง

-พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ยกเลิกระดับตำแหน่งข้าราชการพลเรือน และต่อมา สำนักงาน ก.พ. ได้เทียบการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕ เท่ากับการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเทียบการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕ เท่ากับการดำรงตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ทำให้มีการจัดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนขึ้นใหม่ และยกเลิกระบบซีเดิม

-โดยที่กฎหมายข้างต้น มีผลกระทบต่อระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ กระทรวงการคลังจึงได้ปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังดังกล่าว โดยการออกระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๒ โดยกำหนดให้คงสิทธิข้าราชการระดับ ๘ หรือ ๘ ว เดิมให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท โดยให้ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ และผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโสเฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งระดับ ๘ หรือ ๘ ว ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕ หรือข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ ตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ และตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงที่เคยดำรงตำแหน่งระดับ ๙ ซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ และองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการนั้นเห็นสมควรให้ตำแหน่งดังกล่าว มีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือนในอัตราเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท โดยเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้วได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษเป็นรายเดือนในอัตราเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท

-ระเบียบดังกล่าว มิได้กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๗ เดิม แต่ได้ถูกกำหนดตำแหน่งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๕๑ ให้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส รวมอยู่กับผู้ดำรงตำแหน่งระดับ ๘ หรือ ๘ ว เดิม และผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ที่ได้รับคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ ผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน ที่ได้รับคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งระดับอาวุโสซึ่งมิใช่ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งระดับ ๘ หรือ ๘ ว ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕ จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนรายเดือนอัตราเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท

-กรมบัญชีกลางจึงได้ประชุมหารือร่วมกับสำนักงบประมาณและสำนักงาน ก.พ. ซึ่งมีมติว่าผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการที่ได้รับการเลื่อนเป็นระดับชำนาญการพิเศษที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่ง เห็นควรกำหนดให้ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ.๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส เห็นควรให้คงหลักการเดิม คือ กำหนดให้ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน เดือนละ ๓,๕๐๐ บาท เฉพาะผู้ที่เคยดำรงตำแหน่ง ระดับ ๘ หรือ ๘ ว ซึ่งเดิมเคยได้รับค่าตอบแทน ก่อนมีการปรับเข้าสู่ประเภทตำแหน่งใหม่เท่านั้น

สาระสำคัญ

-กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับเงินประจำตำแหน่งตามบัญชีอัตราเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนได้รับเงินค่าตอบแทนรายเดือนเท่ากับอัตราเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับ เว้นแต่ข้าราชการที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการ

-กำหนดให้ข้าราชการซึ่งได้เงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งได้รับเงินค่าตอบแทนรายเดือน เท่ากับอัตราเงินประจำตำแหน่งที่ได้รับ เว้นแต่ข้าราชการซึ่งได้รับเงินประจำตำแหน่งระดับ ๗ หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

-กำหนดให้ข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษาซึ่งได้รับเงินวิทยฐานะตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินค่าตอบแทนรายเดือนในอัตรา เท่ากับเงินวิทยฐานะที่ได้รับ เว้นแต่ข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษาซึ่งได้รับเงินวิทยฐานะชำนาญการ

-กำหนดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งมีสิทธิได้รับทั้งเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหาร และเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการ ได้รับเงินค่าตอบแทนรายเดือนในอัตราเท่ากับเงินประจำตำแหน่งประเภทบริหารหรือเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาการที่สูงกว่าเพียงทางเดียว

-กำหนดให้ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการพิเศษ มีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือนในอัตราเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท

-กำหนดให้ข้าราชการที่ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ หรือประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ระดับทรงคุณวุฒิ หรือประเภทอำนวยการระดับสูง หรือประเภทบริหาร ระดับต้น ระดับสูงซึ่งไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง แต่ปฏิบัติงานในตำแหน่งซึ่งมีลักษณะเป็นงานสนับสนุนประเภทประสานงาน กำกับ ดูแล ให้คำปรึกษา และงานมอบหมายพิเศษ ถ้าองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการประเภทนั้นเห็นสมควรให้ตำแหน่งดังกล่าวมีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือนในอัตราเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

——————————————————————————– 

@ เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนเพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญของพนักงานมหาวิทยาลัย

ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนเพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญของพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. …. ที่คณะรัฐมนตรีชุดก่อนได้มีมติอนุมัติหลักการ โดยสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ได้กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนสำหรับใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญของพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

——————————————————————————– 

@ เห็นชอบการปรับองค์ประกอบคณะกรรมการบริหารโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่

ครม.เห็นชอบการปรับองค์ประกอบคณะกรรมการบริหารโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ตามที่ ศธ.เสนอทั้ง ๓ ข้อ คือ ๑) ปรับเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา จากเดิมกรรมการที่ปรึกษา เป็นรองประธานกรรมการ ๒) เพิ่มกรรมการจำนวน ๒ ท่าน ได้แก่ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และนายศุภชัย พงศ์ภคเธียร ๓) ขอปรับตำแหน่งประธาน จากเดิมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์) เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายไชยยศ จิรเมธากร)

——————————————————————————– 

@ อนุมัติให้ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ ศธ.

ครม.อนุมัติให้ ศธ.ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของกระทรวงให้เหมาะสม โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ดังนี้

องค์ประกอบของคณะกรรมการ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นประธานกรรมการ รองศาสตราจารย์อุดม รัฐอมฤต เป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบด้วย รองศาสตราจารย์เกรียงไกร เจริญธนาวัฒน์ รองศาสตราจารย์วินัย ล้ำเลิศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรีรัตน์ ประจนปัจนึก ศาสตราจารย์เสาวนีย์ อัศวโรจน์ นายเอกศักดิ์ ตรีกรุณาสวัสดิ์ นายจรวย หนูคง นายสราวุธ เบญจกุล นายดล บุนนาค นายจิตรนรา นวรัตน์ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีผู้อำนวยการสำนักนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรรมการและเลขานุการ นิติกร สำนักนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (จำนวนไม่เกิน ๒ คน) เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ๑) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะปัญหาข้อกฎหมายตามที่ รมว.ศธ. รมช.ศธ. หรือหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการขอหารือ ๒) พิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการตามภารกิจที่ ศธ.ต้องดำเนินการ รวมทั้งการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การพัฒนากฎหมายและการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของ ศธ.แก่ รมว.ศธ. ๓) การประชุมคณะกรรมการ ประธานกรรมการอาจเชิญกรรมการทั้งคณะหรือกรรมการบางคนซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นที่จะต้องพิจารณามาประชุมร่วมกันก็ได้ ทั้งนี้จะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการที่ได้รับเชิญหรือกรรมการทั้งหมดแล้วแต่กรณี จึงจะครบองค์ประชุมและอาจเชิญผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วยก็ได้ ๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการใดๆ ตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ ศธ.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ 
สรุป/รายงาน


More Photoes : ข่าวที่ 251/2553