นิทานแห่งความดี ชุดลูกเสือ กฎของลูกเสือ ข้อที่3 เรื่องที่ 3.3 “ลูกเสือนิรนาม เบื้องหลังการก่อตั้งลูกเสืออเมริกัน”

                กว่าร้อยปีมาแล้ว  เมื่อพ.ศ  2452 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ   สมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งกรุงอังกฤษ   ในวันที่กรุงลอนดอนไม่ได้มีหมอกลงจัดเหมือนวันอื่น บริเวณถนนรีเจนท์ที่พลุกพล่าน   ท่ามกลางความวุ่นวาย     นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้มั่งคั่งคนหนึ่งชื่อ บอยส์ (William D. Boyce) ยืนงงอยู่กลางทางเท้า เขากางแผนที่ในมือออก   พยายามหาเส้นทาง แต่ความซับซ้อนของถนนในกรุงลอนดอน   ทำให้เขาหลงทาง

                ในขณะนั้นเอง เด็กหนุ่มลูกเสืออังกฤษ คนหนึ่ง   สังเกตเห็นชายสูงอายุที่กำลังลำบาก เขาก็เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม  แล้วถามว่า “ คุณลุงครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ดูเหมือนคุณลุงกำลังหลงทาง”

                ชายชราเงยหน้าขึ้น  มองลูกเสือด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะกล่าวว่า “ใช่แล้ว ลุงจะไปพิพิธภัณฑ์อังกฤษ  แต่ไม่รู้ว่าต้องไปทางไหน “

               ลูกเสือหนุ่มยื่นมือไปรับแผนที่จากชายชรา     เขากางแผนที่ออกและชี้ไปยังจุดต่างๆ เพื่ออธิบายเส้นทางอย่างละเอียด “คุณลุงต้องเดินตรงไปอีกสองถนน เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม เลี้ยวขวาอีกสองครั้ง จะเห็นนาฬิกาบิ๊กเบน อยู่ข้างหน้า แล้วพิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางขวามือ  แต่เอาอย่างนี้ดีกว่า  ผมจะเดินพาลุงไปให้ถึงพิพิธภัณฑ์เลยครับ”

              เมื่อลูกเสือพาเดินไปถึงที่หมาย นายบอยซ์รู้สึกประทับใจมาก จึงหยิบเงินให้เป็นรางวัลสำหรับความช่วยเหลือ     เด็กชายปฏิเสธทันที พร้อมกับกล่าวว่า:

            “ผมรับเงินรางวัลไม่ได้ครับ    ผมเป็นลูกเสือ (Boy Scout)    การที่ลูกเสือทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นหน้าที่ของเรา   ผมไม่ขอรับเงินจากการทำความดีครับ”

               บอยซ์ประหลาดใจ    เขาจึงถามว่า “ลูกเสือนั้นคืออะไร?”

                เด็กชายคนนั้นจึงเล่าเรื่องราวของขบวนการลูกเสือในประเทศอังกฤษ ที่ก่อตั้งโดย ลอร์ด บาเดน-โพเอลล์ (Lord Baden Powell)  เมื่อ พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) และให้ที่อยู่ของสำนักงานใหญ่ของสมาคมลูกเสืออังกฤษเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม

               หลังจากเสร็จธุระ นายบอยซ์ได้เดินทางไปที่สำนักงานลูกเสืออังกฤษจริงๆ แต่ไม่ได้พบกับลอร์ดเบเดน โพเอลล์    เขาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ และรวบรวมเอกสาร คู่มือ รวมถึงเข็มกลัดลูกเสือกลับไปด้วย

                 เมื่อกลับถึงสหรัฐอเมริกา วิลเลียม ดี. บอยซ์ ได้ร่วมมือกับผู้นำเยาวชนและนักบุกเบิกในยุคนั้น ก่อตั้งสมาคมลูกเสืออเมริกัน  Boy Scouts of America (BSA) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1910 (พ.ศ. 2453)

                 นายบอยซ์พยายามกลับไปตามหาตัวเด็กชายคนนั้นในลอนดอน เพื่อขอบคุณหรือยกย่อง แต่ไม่มีใครรู้จักชื่อหรือที่อยู่ของเขาเลย เด็กชายคนนั้นหายไปในหมอกของกรุงลอนดอน   และไม่เคยปรากฏตัวออกมารับเกียรติยศใดๆ เขาจึงถูกเรียกว่า “ลูกเสือนิรนาม   The Unknown Scout”

                  ผลงานของลูกเสือนิรนาม     พิสูจน์ได้ว่า  การทำความดีนั้นไม่จำเป็นต้องระบุชื่อ หรือนามสกุล    เพราะ จิตวิญญาณของการอาสาสมัครที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน โดยไม่ได้ถูกบังคับขู่เข็ญ   ไม่ได้ทำเพื่อเอาหน้าหรือหาชื่อเสียง  และไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใหญ่โตราคาแพง      ทุกวันนี้ ลูกเสือทั่วโลกยึดถือคำขวัญ “ทำความดีทุกวัน  Do a Good Turn Daily” เป็นหลักประจำใจ

              การกระทำของลูกเสือนิรนาม เป็นการทำความดีตามกฎลูกเสือข้อ 3  “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่น”  และทำตามหลักพุทธศาสนาใน ธรรมะ บุญกิริยาวัตถุ10 เรื่อง การขวนขวายช่วยเหลือ (เวยยาวัจจมัย)   เพราะได้อาสาพาคนต่างชาติที่หลงทางไปส่งยังจุดหมาย โดยไม่มีใครขอร้องบังคับ  และไม่รับเงินรางวัล   เป็นการสละแรงกายและเวลาเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น

               นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   “ความดีเล็กๆ ของเด็กเพียงคนเดียว สามารถขยายผลไปถึงลูกเสือหลายล้านคนทั่วโลกได้”

                เรียบเรียงจากเอกสารของลูกเสืออเมริกั  Boy Scouts of America  BSA

                                                                       อาทร  จันทวิมล

 

 

บทละครสั้นรอบกองไฟ: “ลูกเสือนิรนาม เบื้องหลังการก่อตั้งลูกเสืออเมริกัน”

ตัวละคร:

  1. วิลเลียม ดี. บอยส์: นักธุรกิจชาวอเมริกัน (ใส่เสื้อนอกสวมหมวก ใส่แว่นกันแดด ถือแผนที่แผ่นยักษ์ เอาหมอนยัดท้องให้ดูเป็นคนอ้วน )
  2. ลูกเสือนิรนาม: (ตัวเล็กกว่านายบอยส์)

 เพื่อนๆ ในหมู่ช่วยกันทำเสียง (เสียงหมาเห่า, เสียงลม,   เสียงนาฬิกาบิ๊กเบน)

ฉากที่ 1: แผนที่เจ้าปัญหา

(นายบอยส์ชาวอเมริกัน   เดินออกมากลางวง กางแผนที่แผ่นใหญ่มากจนบังตัวเองมิด)

บอยส์: “โอ๊ย! นี่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษหรือเขาวงกตเนี่ย? ดูแผนที่สิ… ไหนบอกว่าเลี้ยวซ้ายตรงเซเว่น (หยุดชะงัก) อ๋อ  กรุงลอนดอนสมัยร้อยปีก่อน   ยังไม่มีเซเว่น! แล้วนี่มันที่ไหนเนี่ย? (หมุนแผนที่ไปมาจนแผนที่พันตัวเอง เกือบหกล้ม)”

ลูกเสือนิรนาม: (เดินย่องๆ เข้ามาข้างหลัง แล้วสะกิด) “สวัสดีครับป๋า… เอ้ย! คุณลุงครับ กำลังหาทางไปโรงรับจำนำ เหรอครับ?”

บอยส์: (สะดุ้ง) “โอ้เยส! เจ้าหนู ลุงกำลังจะไป พิพิธภัณฑ์อังกฤษ  British Museum แต่ดูแผนที่นี่สิ ลุงเดินมา 3 ชั่วโมงแล้ว กลับมาอยู่ที่เดิมเลย!”

ลูกเสือนิรนาม: (หยิบแผนที่มาดู) “คุณลุงครับ… นี่มันแผนที่ ‘เมืองเชียงใหม่’ ครับลุง!   ไม่ใช่แผนที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ลุงไปเอาแผนที่นี้มาจากที่ไหนเนี่ย?

บอยส์: “อ้าวเหรอ! มิน่าล่ะ ลุงพยายามหาทางไปหอนาฬิกาบิ๊กเบน   แต่หาไม่พบ!”

ฉากที่ 2: การเดินทางที่แสนลำบาก

ลูกเสือนิรนาม: “เอาอย่างนี้ดีกว่า    เดี๋ยวผมพาเดินไปเอง ระยะทางมันไกล   ซอยเยอะ  บางซอยก็ตัน ไม่ต่อไม่ได้   ลุงต้องอดทนหน่อยนะครับ”

(ลูกเสือพานายบอยส์เดินวนรอบกองไฟแบบตลกๆ เช่น เดินท่าปู, ท่าไก่ย่างถูกเผา   ท่าเดินเป็ด   เต้นตะลุง  เดินถอยหลัง, หรือให้บอยส์ทำท่าหอบแดด)

บอยส์: “ไกลแค่ไหนเนี่ยเจ้าหนู? ลุงรู้สึกเหมือนเดินจากกรุงเทพไปเชียงใหม่แล้วนะ”

ลูกเสือนิรนาม: “อดทนครับลุง  ลูกเสืออังกฤษต้องอดทน! … ถึงแล้วครับพิพิธภัณฑ์!”

(ลูกเสือชี้ไปที่กองไฟ หรือก้อนหินสักก้อน)

ฉากที่ 3: เงินซื้อผมไม่ได้     (ถ้าไม่มากพอ… หยอกๆ!)

บอยส์: (ยื่นกระดาษใบใหญ่ๆ ให้)  “โอ้โห! เก่งมากเจ้าหนู ลุงประทับใจจริงๆ อ่ะ… เอาเงินพันบาท   ไปซื้อขนมกินซะ”

ลูกเสือนิรนาม: (ทำท่าอยากได้เงินมาก มือสั่น ใจสั่น )”ไม่ได้ครับลุง! (ผลักมือบอยส์ออกจนนายบอยส์เกือบหงายหลัง) ผมเป็นลูกเสือ กฎข้อลูกเสือข้อที่ 3 บอกว่า ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น… ผมรับได้แต่คำขอบคุณและรอยยิ้มหวานๆ ของลุงเท่านั้นครับ!”

บอยส์: “โอ้โห… ใจเด็ดจริง! แล้วเธอ ชื่ออะไรล่ะเนี่ย “

ลูกเสือนิรนาม: “ชื่อของผมคือ… “ความลับ”   ครับลุง! บ๊ายบาย!” (ลูกเสือนิรนาม วิ่งหายไปในมุมมืด ทิ้งให้นายบอยส์ยืนงง)

ฉากที่ 4: กลับอเมริกา

บอยส์: (หันมาหาคนดู) “เด็กคนนั้นหายไปในสายหมอก… ชื่อก็ไม่บอก ตังค์ก็ไม่เอา ลุงล่ะซึ้งใจจริงๆ! กลับไปอเมริกาแล้ว ลุงจะตั้งสมาคมลูกเสืออเมริกันให้ยิ่งใหญ่ไปเลย!”

(กลุ่มลูกเสืออเมริกันวิ่งออกมาทำเต้นไก่ย่างถูกเผา  หรือ อินเดียนแดง วาว วาว  ท่ากวนๆ ก่อนเข้าแถวตรง)

ทุกคน: “ขอบคุณลูกเสือนิรนาม ที่ทำให้เรามีวันนี้!”

ผู้บรรยาย: (สรุปจบ) “และนี่คือเรื่องราวของความดีที่ไม่หวังผลตอบแทน ของลูกเสือนิรนาม… จบแล้วครับ!”

เคล็ดลับความฮา:

  1. ตอนที่บอยส์ทำแผนที่พันตัว ให้ลูกเสือเข้าไปช่วยแกะ
  2. ใช้แผนที่แผ่นใหญ่เกินจริง หรือใช้โทรศัพท์ของเล่นมาทำเป็น GPS ที่สัญญาณขาดๆ หายๆ
  3. เสียงประกอบ: ให้เพื่อนๆ ในหมู่ทำเสียงประกอบเวลาเดิน เช่น “ตึกๆๆๆ” หรือเสียงหมอก “ฟิ้วววว”

                                                                                           อาทร  จันทวิมล