หัวใจสำคัญของการเป็นลูกเสือไม่ได้อยู่ที่การเดินสวนสนาม การกล่าวคำปฏิญาณ หรือเข้าค่ายฝึกอบรม แต่อยู่ที่การปฏิบัติตามกฎลูกเสือข้อที่ 3 ที่ว่า “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น A scout’s duty is to be useful to help others ”
ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ หรือ บีพี ผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลกได้วางรากฐานไว้ในหนังสือ การลูกเสือสำหรับเด็ก Scouting for Boys โดยเน้นว่าการทำความดีนอก เหนือหน้าที่ไม่ใช่เรื่องในโอกาสพิเศษ แต่ต้องอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกเสือทุกคน
1.ทำความดีนอกเหนือหน้าที่วันละครั้ง” (Do a Good Turn Daily) บี.พี. กำหนดแนวทางไว้ชัดเจนว่าลูกเสือควรบำเพ็ญประโยชน์อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง โดยเน้นที่ “ความสม่ำเสมอ” ในการทำความดี ท่านสอนว่าหากวันใดลืมกระทำความดี เมื่อถึงวันรุ่งขึ้นต้องทำชดเชยเป็นสองเท่า
เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ บี.พี. แนะนำให้ลูกเสือ “ผูกปมที่ผ้าพันคอ” หรือผ้าเช็ดหน้าไว้ทุกวันตอนเช้า วันละหนึ่งปม เมื่อใดที่ได้ทำความดีในวันนั้นแล้วจึงค่อยแก้ปมออก
- ความดีนอกเหนือหน้าที่ เริ่มต้นที่สิ่งเล็กน้อย แต่ยิ่งใหญ่ที่หัวใจ หลายคนเข้าใจผิดว่าการบำเพ็ญประโยชน์ต้องเป็นเรื่องใหญ่โต ทำยาก ใช้เงินมาก แต่ในทัศนะของบี.พี. การช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันคือการฝึกนิสัย “ความไม่เห็นแก่ตัว” ที่ดีที่สุด ตัวอย่างเช่น:
- การขยับที่นั่งให้ผู้อื่นบนรถโดยสารหรือในที่สาธารณะ
- การเก็บเปลือกกล้วย เศษแก้ว หรือสิ่งกีดขวางบนทางเท้าเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- การช่วยถือของให้ผู้ที่กำลังลำบากหรือคนชรา
- การให้คำแนะนำทางแก่ผู้ที่หลงทางด้วยความสุภาพ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ต้องไม่รับรางวัลหรือสิ่งตอบแทน” เพราะลูกเสือทำความดีด้วยหน้าที่และจิตใจที่ปรารถนาดี การรับเงินหรือรางวัลจะทำให้คุณค่าของการเป็นผู้ให้สูญเสียไป
- การเตรียมพร้อมเพื่อช่วยชีวิต (Saving Life) เมื่อลูกเสือเติบโตขึ้น บี.พี. สนับสนุนให้ยกระดับการบำเพ็ญประโยชน์ สู่การมีทักษะเฉพาะด้าน ท่านเน้นเรื่องการ “เตรียมพร้อม” (Be Prepared) เพื่อรับมือกับเหตุการณ์คับขัน เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยคนจมน้ำ หรือการรู้วิธีปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ การทำความดีในระดับนี้ต้องใช้ทั้งความกล้าหาญและสติปัญญาซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของลูกเสือ
- การขยายขอบเขตสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากการช่วยคน บี.พี. ยังสอนให้ลูกเสือมีจิตสาธารณะต่อชุมชนและธรรมชาติ:
- ความเมตตาต่อสัตว์: การช่วยเหลือสัตว์ที่บาดเจ็บหรือติดกับดัก ถือเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่แสดงถึงความอ่อนโยน
- การเป็นพลเมืองดี: การช่วยดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมือง เช่น การแจ้งเหตุเมื่อพบท่อประปาแตกหรือสายไฟชำรุด และการไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะรวมถึงช่วยเก็บขยะที่ผู้อื่นทิ้งไว้
- ความดีที่ไม่มีใครเห็น: บี.พี. ชื่นชมการกระทำที่เรียกว่า “Hidden Good Turns” หรือการปิดทองหลังพระ ทำสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้นโดยไม่หวังให้ใครมายกย่องสรรเสริญ
- บีพี สอนลูกเสือของท่านว่า “จงพยายามทิ้งโลกนี้ไว้ให้ดีกว่าตอนที่คุณเข้ามา” (Try and leave this world a little better than you found it.)
- ในบันทึกเพิ่มเติมของบี.พี. ท่านขยายความลักษณะของ “การทำความดีนอกเหนือหน้าที่ Good Turn” ไว้ว่า
- ต้องเป็นสิ่งที่ “ตั้งใจ” ทำ (Intentional) การทำความดีนอกเหนือหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ต้องเกิดจากการที่ “มองหา” โอกาส บี.พี. บอกว่าลูกเสือควรตื่นมาตอนเช้าพร้อมกับความคิดที่ว่า “วันนี้ฉันจะช่วยใครได้บ้าง?”
- ไม่นับรวม “หน้าที่ปกติ” บี.พี. อธิบายไว้ว่า การกวาดบ้านตัวเอง หรือการทำการบ้าน ไม่นับเป็น การทำความดีนอกเหนือหน้าที่ (Good Turn) เพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่การไปช่วยเพื่อนบ้านยกของ หรือการช่วยกวาดถนนหน้าบ้านคนอื่น นั่นจึงจะเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่แท้จริง
- การรักษาความลับ (The Secret) บี.พี. ชอบสอนเรื่องการทำความดีโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ ท่านเปรียบเทียบว่าเหมือนกับ “อัศวิน” ในสมัยก่อนที่คอยช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งจะช่วยขัดเกลาจิตใจให้ลดละความเห็นแก่ตัวและการอยากเด่นอยากดัง
ตัวอย่างการทำความดีนอกเหนือหน้าที่ ของลูกเสือ ใน 7 วัน
- จันทร์: ช่วยงานบ้านที่ตามปกติไม่ได้ทำ
- อังคาร: กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจคนรอบข้าง
- พุธ: เก็บขยะในที่สาธารณะ หรือจัดของที่รกให้เป็นระเบียบ
- พฤหัสบดี: แบ่งปันสิ่งของหรือขนมให้ผู้อื่น
- ศุกร์: รดน้ำต้นไม้ในที่สาธารณะ
- เสาร์/อาทิตย์: ฝึกการปฐมพยาบาลเพื่อช่วยคนในอนาคต
การสอนเรื่องการบำเพ็ญประโยชน์นั้น ไม่ใช่เพียงการที่ครูสั่งให้เด็กไปทำความดีเท่านั้น แต่ต้องปลูกฝัง “ดวงตาที่มองเห็นความลำบากของผู้อื่น” ครูลูกเสือควรสนับสนุนให้ลูกเสือบันทึกความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ และชื่นชมในความตั้งใจในการทำดี เพื่อให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าการเป็นคนมีประโยชน์นั้นเป็นเรื่องน่าภูมิใจ และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของโลกสืบไป
อาทร จันทวิมล
บทละครสั้น: “ปมแห่งความดี “
ตัวละคร:
- ลูกเสือเอก: (ตัวเอก) มุ่งมั่น ขยันผูกปมผ้าพันคอ
- ลูกเสือโท: (ตัวตลก/ขี้สงสัย) ขี้เกียจ ทำดีหวังผล
- คุณยาย: (แบกของหนัก)
- คนหลงทาง: (นักท่องเที่ยว/คนต่างถิ่น)
- น้องหมาบาดเจ็บ: (ใช้ตุ๊กตาหรือคนแสดงเลียนแบบ)
- ตัวร้าย (กิเลส): (กระซิบข้างหูให้เห็นแก่ตัว – มีหรือไม่มีก็ได้)
ฉากที่ 1: ปมที่ผ้าพันคอ
(ลูกเสือเอกและลูกเสือโทเดินออกมาหน้ากองไฟ ลูกเสือเอกกำลังพยายามผูกปมที่ปลายผ้าพันคอ)
ลูกเสือโท: “เฮ้ย! เอก นายจะผูกปมผ้าพันคอทำไมเนี่ย เดี๋ยวก็ยับหมดหรอก”
ลูกเสือเอก: “นี่คือคำสอนของ บี.พี. ไง ท่านให้เราผูกปมที่ผ้าพันคอไว้เตือนสติ ถ้าวันนี้ยังไม่ได้ทำความดีนอกเหนือหน้าที่แม้แต่ครั้งเดียว ห้ามแก้ปมนี้เด็ดขาด!”
ลูกเสือโท: “โหย… ยุ่งยากจัง แค่กวาดบ้านตัวเองก็เหนื่อยแล้วนะ”
ลูกเสือเอก: “กวาดบ้านตัวเองคือหน้าที่ปกติเพื่อนรัก! ความดีของลูกเสือต้องเป็นเรื่องนอกเหนือหน้าที่ ที่เรา ‘ตั้งใจ’ มองหาเพื่อช่วยคนอื่นต่างหาก มา… ลองไปเดินหาโอกาสกัน!”
ฉากที่ 2: บททดสอบที่ 1 (ความดีที่มองเห็น)
(คุณยายเดินถือของพะรุงพะรังผ่านมา และมีเปลือกกล้วยวางอยู่บนพื้น)
ลูกเสือโท: “เอ๊ะ! เปลือกกล้วย ของใครทิ้งไว้เนี่ย เดี๋ยวคุณยายเหยียบเข้าคงลื่นล้มแน่” ลูกเสือเอก: (รีบวิ่งไปเก็บเปลือกกล้วยทิ้งถังขยะ และเข้าไปช่วยคุณยายถือของ) “ให้ผมช่วยนะครับคุณยาย!”
คุณยาย: “ขอบใจมากจ้ะหลานชาย เอาเงินไปซื้อขนมกินไป๊” (ยื่นเงินให้)
ลูกเสือเอก: (ยกมือไหว้ปฏิเสธ) “ไม่รับครับคุณยาย ลูกเสือทำดีด้วยหัวใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทนครับ”
ลูกเสือโท: (กระซิบ) “เสียดายจัง… ได้ค่าขนมตั้งเยอะ”
ฉากที่ 3: บททดสอบที่ 2 (ความดีที่ไม่มีใครเห็น)
(คนหลงทางทำแผนที่ตกยืนงง ลูกเสือทั้งสองเข้าไปช่วยบอกทางด้วยความสุภาพ)
คนหลงทาง: “ขอบคุณมากครับพวกเธอ ถ้าไม่ได้พวกเธอนี่ผมหลงแย่เลย”
(คนหลงทางเดินจากไป ลูกเสือเอกไปรดน้ำต้นไม้ข้างทางที่เหี่ยวเฉา)
ลูกเสือโท: “นายจะรดน้ำทำไม ไม่มีใครเห็นสักหน่อย ”
ลูกเสือเอก: “นี่เรียกว่า การทำความดีแบบปิดทองหลังพระ ไง’Hidden Good Turns’ ทิ้งโลกนี้ไว้ให้ดีกว่าตอนที่เราเข้ามา แม้ไม่มีใครเห็น แต่ใจเราเห็น”
ฉากที่ 4: การเตรียมพร้อม (Be Prepared)
(มีคนวิ่งมาขอความช่วยเหลือ: “ช่วยด้วย! มีหมาโดนรถเฉี่ยวชน!”)
ลูกเสือโท: “โอ๊ย! เลือด! ฉันทำอะไรไม่ถูกแล้ว!”
ลูกเสือเอก: “ตั้งสติ! เราเรียนปฐมพยาบาลมาแล้ว ‘ต้องเตรียมพร้อม’ เสมอ”
(ลูกเสือเอกเข้าไปดูอาการ ใช้ผ้าพันคอหรืออุปกรณ์ใกล้ตัวปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างคล่องแคล่ว จนหมาปลอดภัย)
ฉากสุดท้าย: การแก้ปม
(ทั้งสองคนเดินกลับมาหน้ากองไฟ ลูกเสือเอกค่อยๆ แก้ปมผ้าพันคอออกด้วยรอยยิ้ม)
ลูกเสือเอก: “เห็นไหมโท วันนี้เราช่วยคุณยาย เก็บขยะ บอกทาง รดน้ำต้นไม้ และช่วยหมาบาดเจ็บ… ปมของฉันแก้ได้แล้ว!”
ลูกเสือโท: (ก้มหน้ามองผ้าพันคอตัวเองที่ว่างเปล่า แล้วรีบผูกปมทันที) “ฉันเข้าใจแล้ว! พรุ่งนี้ฉันจะผูกปมไว้ตั้งแต่ตื่นนอน และจะมองหาความดีเพิ่มเป็น 2 เท่า เพื่อชดเชยที่ไม่ได้ทำความดีในวันนี้ เลย!”
ตัวละครทุกคนออกมาหน้าเวที และพูดพร้อมกัน:
“จงพยายามทิ้งโลกนี้ไว้ให้ดีกว่าตอนที่คุณเข้ามา… ทำดีวันละครั้ง เริ่มต้นที่สิ่งเล็กน้อย แต่ยิ่งใหญ่ที่หัวใจ!”
(ลูกเสือทุกคนร้องเพลง “อย่าเกียจคร้าน การทำงานนะพวกเรา” แล้วเดินกลับเข้าที่)
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการแสดง:
- อุปกรณ์: ผ้าพันคอลูกเสือ, ถุงขยะจำลอง, เปลือกกล้วย (กระดาษ), ตุ๊กตาสุนัข
- มุกตลก: ให้ลูกเสือโทแสดงท่าทางตลกๆ เวลาเห็นเงินหรือเวลาตกใจ จะช่วยให้เพื่อนๆ รอบกองไฟสนุกขึ้น
อาทร จันทวิมล

