นิทานแห่งความดี ชุดกฎลูกเสือข้อ 9 9.2“เกมของคิม”

           หนึ่งในวิธีการที่ลูกเสือทั่วโลกใช้ในการฝึกอบรมเด็กให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก  รู้จักสังเกตุ และจดจำสิ่งต่างๆ   อันเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต คือ วิธีการของเบเดน โพเอลล์ ที่เรียกว่า  “เกมของคิม” (Kim’s Game)    

                      “เกมของคิม” ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นแบบฝึกหัดสำคัญในการฝึกทักษะการสังเกตและจดจำ (Observation and Deduction) ซึ่งเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งของลูกเสือ โดยมีที่มาจากตัวละครในวรรณกรรมระดับโลกในนวนิยายของ รัดยาร์ด คิปลิง (Rudyard Kipling) สู่บทเรียนในหนังสือ การลูกเสือสำหรับเด็ก (Scouting for Boys) ของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (B.P.)

                      คิม (Kim) หรือ คิมเบิล โอฮารา เป็นเด็กกำพร้าลูกครึ่ง (มารดาเป็นชาวอินเดีย บิดาเป็นทหารชาวอังกฤษ) ที่เติบโตมาท่ามกลางความวุ่นวายในประเทศอินเดีย ชีวิตของคิมต้องเผชิญกับความยากลำบาก ทั้งความหิวโหย สภาพอากาศที่โหดร้าย และการต้องเอาตัวรอดเพียงลำพังในดินแดนที่เต็มไปด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรม

                 แม้ชีวิตจะหนักหนา แต่คิมกลับมีคุณลักษณะเด่นคือมีใจร่าเริง และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก        เขาไม่เคยปล่อยให้ความทุกข์มาบั่นทอนกำลังใจ แต่กลับใช้ “รอยยิ้ม” และ “มิตรภาพ” เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา

                  บีพีได้นำเรื่องราวของคิม     มาสอนให้ลูกเสือรู้จักการรักษาสติและพลังใจให้เข้มแข็ง หรือที่เรียกว่าการ “ยิ้มและผิวปาก” (Smile and Whistle) เมื่อเผชิญกับวิกฤต เพื่อให้สามารถเดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อไปได้สำเร็จ

                  คิมได้รับการฝึกฝนจากพ่อค้าเพชรพลอยผู้ลึกลับ  เพื่อเตรียมตัวเป็นสายลับ นักสืบ     วิธีการฝึกคือ    การให้คิมมองดู เพชรพลอย และของหลายชนิดบนถาดเพียงชั่วครู่ ก่อนจะใช้ผ้าคลุมไว้ แล้วให้คิมไล่เรียงรายละเอียดของสิ่งของเหล่านั้นให้แม่นยำที่สุด ทักษะนี้เองที่ทำให้คิมสามารถจดจำรายละเอียดของคน สถานที่ และเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างอัศจรรย์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ลูกเสือทุกคนควรมี

                    วิธีจัดการเรียนรู้ผ่าน “เกมของคิม” ของผู้บรรยาย   การนำเกมของคิมไปใช้ในการอบรม ไม่ใช่เพียงฝึกความจำ แต่เป็นการฝึก “สติและการสังเกตอย่างมีระบบ” โดยมีขั้นตอนตามแนวทางของบีพีดังนี้:

  1. การเตรียมการ: ผู้บรรยายรวบรวมสิ่งของเบ็ดเตล็ดที่มีลักษณะแตกต่างกันประมาณ 20-30 ชิ้น (เช่น มีดพับ, เข็มทิศ, ถั่วลิสง, เปลือกหอย, เหรียญ) วางรวมกันบนถาดหรือพื้นที่ราบเรียบ
  2. การปิดบัง: ใช้ผ้าผืนใหญ่คลุมสิ่งของทั้งหมดไว้ไม่ให้ลูกเสือเห็นก่อนเริ่มเกม
  3. การสังเกต: เมื่อลูกเสือพร้อม ให้เปิดผ้าคลุมออกและให้เวลาสังเกตเพียง 1 นาที ลูกเสือต้องใช้สมาธิสูงสุดในการจดจำทั้งชนิด รูปทรง สี และจำนวน
  4. การทดสอบ: เมื่อครบเวลา ให้ปิดผ้าคลุมทันที และให้ลูกเสือแยกย้ายไปเขียนสิ่งที่จำได้ลงในกระดาษ
  5. การให้คะแนน: ครูควรให้คะแนนพิเศษสำหรับผู้ที่บอก “รายละเอียดเชิงลึก” ได้แม่นยำ เช่น “เหรียญสิบบาทปี พ.ศ. 2560 มีกี่ เหรียญ” หรือ “ดินสอสีแดงที่ถูกเหลาแล้วมีกี่แท่ง” ใช่แค่การจำจำนวนชิ้นได้เพียงอย่างเดียว

                   การเล่านิทาน ควบคู่ไปกับการเล่นเกมของคิม จะช่วยให้ลูกเสือ เห็นภาพว่า “ความช่างสังเกต” คืออาวุธที่แหลมคม และ “ความร่าเริงไม่ย่อท้อ” คือเกราะป้องกันชีวิตที่ดีที่สุด สมดังเจตนารมณ์ของ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ที่ฝากไว้

                เรียบเรียงจาก หนังสือการลูกเสือสำหรับเด็กชาย (Scouting for Boys) โดย ลอร์ด เบเดน โพเอลล์   แปลเป็นภาษาไทยโดย นายอภัย จันทวิมล เมื่อ พ.ศ. 2506

                                                                             อาทร  จันทวิมล

 

บทละครสั้นรอบกองไฟ  : เกมของคิม

ตัวละคร

  • ผู้บรรยาย
  • ลูกเสือกลุ่มหนึ่ง (5–6 คน)
  • คิม (ตัวแทนจากนิทาน)
  • พ่อค้าเพชรพลอย

ฉากที่ 1: รอบกองไฟ

ผู้บรรยาย:  ลูกเสือทั้งหลาย…คืนนี้เราจะเรียนรู้บทเรียนสำคัญจาก “เกมของคิม” เกมที่สอนให้เรามีสติ อดทน และไม่ย่อท้อต่อความลำบาก

ลูกเสือคนหนึ่ง:เกมของคิมคืออะไรครับ?

ผู้บรรยาย:มันคือการฝึกสังเกตและจดจำสิ่งต่างๆ อย่างมีระบบ เพื่อให้เราแข็งแรงทั้งกายและใจ

ฉากที่ 2: นิทานคิม

(เสียงดนตรีเบาๆ ลูกเสืออีกกลุ่มแสดงเป็นตัวละคร)

ผู้บรรยาย: คิม เด็กกำพร้าลูกครึ่ง อังกฤษ อินเดีย  ที่เติบโตในอินเดีย แม้ชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่เขาไม่เคยย่อท้อ เขายิ้มและผิวปากเสมอเมื่อเจอปัญหา

คิม: แม้จะหิวโหยและเหนื่อยล้า…แต่รอยยิ้มจะทำให้ใจเข้มแข็ง!

พ่อค้าเพชรพลอย: คิม…หากเจ้าจะเป็นนักสืบ เจ้าต้องฝึกสายตาและความจำ มองสิ่งของเหล่านี้ให้ดี แล้วบอกให้ได้ว่ามีอะไรบ้าง

(พ่อค้าเปิดถาด มีสิ่งของหลายชิ้น แล้วคลุมผ้า ลูกเสือที่เล่นเป็นคิมพยายามบอกสิ่งที่เห็น)

คิม:มีเหรียญหนึ่งบาท ดินสอสีแดงที่ถูกเหลาแล้ว และมีเปลือกหอยสวยงาม…

พ่อค้าเพชรพลอย:ดีมาก! ความช่างสังเกตคืออาวุธที่แหลมคมที่สุด

ฉากที่ 3: เกมของคิมจริง

ผู้บรรยาย:เอาล่ะลูกเสือทั้งหลาย…ถึงเวลาที่พวกเราจะลองเล่นเกมของคิมกันเอง!

(ผู้กำกับเปิดถาดสิ่งของให้ลูกเสือดู 1 นาที แล้วคลุมผ้า ลูกเสือแต่ละคนเขียนสิ่งที่จำได้)

ลูกเสืออีกคน:ผมจำได้ว่ามีเข็มทิศ และมีดพับครับ!

ผู้บรรยาย:ยอดเยี่ยม! การจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้ลูกเสือเป็นคนมีสติ รอบคอบ และไม่ย่อท้อ

ฉากที่ 4: สรุปบทเรียน

ผู้บรรยาย:ลูกเสือทั้งหลาย…เกมของคิมไม่ใช่แค่ความสนุก แต่คือการฝึกใจให้เข้มแข็ง และฝึกสายตาให้เฉียบคม เหมือนคิมที่ใช้รอยยิ้มและมิตรภาพเป็นเกราะป้องกันชีวิต

               (ทุกคนยืนทำสัญญาณสามนิ้วลูกเสือ พร้อมร้องเพลงเราสู้)

บทละครนี้สามารถเล่นได้ภายใน 10–15 นาที เหมาะสำหรับการแสดงรอบกองไฟ โดยผสมผสานการเล่านิทาน การแสดง และการเล่นเกมจริง เพื่อให้ลูกเสือเข้าใจทั้ง “ความช่างสังเกต” และ “ความร่าเริงไม่ย่อท้อ” ตามเจตนารมณ์ของบีพี

                                                                     อาทร  จันทวิมล