นิทานแห่งความดี กฎลูกเสือ ข้อ 5 เรื่องที่ 5.3 สามก๊ก ตอนเล่าปี่ไปเชิญขงเบ้ง

                กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนที่กว้างใหญ่ของประเทศจีน สมัยสามก๊กพ.ศ. 763-823 (ยุคอาณาจักรฟูนัน)   บ้านเมืองจีนกำลังวุ่นวายเพราะเหล่าขุนศึกแบ่งพวกสู้รบแย่งชิงอำนาจกันเอง      มีคุณลุงชาวจีนคนหนึ่งชื่อว่า “เล่าปี่” ท่านเป็นคนสุภาพ อ่อนน้อม และรักประชาชนมาก     เล่าปี่มีพี่น้องร่วมสาบานเก่งกาจสองคน คือ “กวนอู” ผู้มีหนวดงามและซื่อสัตย์ กับ “เตียวหุย” ผู้แข็งแรงและเสียงดังเหมือนฟ้าผ่า

                แม้เล่าปี่จะมีทหารที่เก่ง แต่เขาก็ยังขาด “ที่ปรึกษา” หรือคนวางแผนที่ฉลาดปราดเปรื่อง  มาช่วยทำให้บ้านเมืองสงบสุข

🐉 มังกรแห่งเขาโงลังกั๋ง

                 วันหนึ่ง เล่าปี่ได้ยินเรื่องราวของนักปราชญ์ชื่อ “ขงเบ้ง” ผู้มีฉายาว่า “มังกรแห่งเขาโงลังก๋ง” ว่ากันว่า ขงเบ้ง นั้นมีความฉลาดมาก   หยั่งรู้ดินฟ้าอากาศ และสามารถคาดการณ์ในอนาคตได้       เล่าปี่จึงตั้งใจว่า “ต้องไปเชิญท่านขงเบ้งมาเป็นที่ปรึกษาช่วยงานให้ได้!”

❄️ การเดินทางครั้งแรกและครั้งที่สอง: บททดสอบความพยายาม

                   ครั้งแรก เล่าปี่พากวนอูและเตียวหุยขี่ม้าขึ้นเขาสูง  เพื่อไปหาขงเบ้งที่กระท่อมหญ้า บนเขา โงลังกั๋ง      แต่เมื่อไปถึง เด็กรับใช้บอกว่า “อาจารย์ไม่อยู่บ้าน ออกไปเที่ยวเล่นบนเขายังไม่กลับครับ” เล่าปี่ผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มรับและขอบคุณเด็กรับใช้อย่างสุภาพก่อนจะชวนน้อง ๆ กลับบ้าน

                หลายเดือนต่อมา ท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก      จนพื้นดินเป็นสีขาวโพลน เล่าปี่ไปหาขงเบ้งอีกครั้ง        เตียวหุยบ่นอุบอิบว่า “หนาวขนาดนี้ จะไปทำไมกันพี่ใหญ่? แค่สั่งให้ทหารไปรับหรือไปจับตัวมาก็พอแล้ว!” แต่เล่าปี่ส่ายหน้าแล้วตอบว่า “การจะได้คนเก่งมาช่วย    เราต้องใช้ความจริงใจและความสุภาพ ไปแลก”

               ทว่า… เมื่อไปถึง ขงเบ้งก็ยังไม่อยู่บ้านอีกตามเคย เล่าปี่จึงเขียนจดหมายทิ้งไว้ด้วยถ้อยคำที่ไพเราะเพื่อแสดงความตั้งใจจริง

☀️ การเดินทางครั้งที่สาม: ความเงียบที่ชนะใจ

                ในที่สุด เล่าปี่ตัดสินใจไปเป็นครั้งที่สาม คราวนี้อากาศแจ่มใส เมื่อไปถึงกระท่อม เด็กรับใช้บอกว่า “อาจารย์กำลังนอนหลับอยู่ครับ”

                 เตียวหุยโกรธมากจนหน้าแดงก่ำ “หนอย! พี่ใหญ่เล่าปี่ อุตส่าห์ มาหาตั้งสามครั้ง เจ้าขงเบ้งคนอวดดี  ยังกล้านอนหลับอยู่อีกเหรอ? เดี๋ยวข้าจะไปจุดไฟเผากระท่อมซะเลย!” เล่าปี่รีบห้ามเตียวหุยทันที และสั่งให้กวนอูกับเตียวหุยไปรอที่หน้าประตูรั้ว ส่วนตัวเขาเองค่อย ๆ เดินเข้าไปในบ้านอย่างแผ่วเบา

                  เล่าปี่ไม่ยอมให้ใครปลุกขงเบ้ง แต่เขากลับ “ยืนรอ” อยู่ที่หน้าบ้าน อย่างสงบนิ่ง เขาไม่นั่ง ไม่บ่น และไม่ส่งเสียงดังแม้แต่นิดเดียว ยืนรออยู่นานหลายชั่วโมงจนกระทั่งขงเบ้งตื่นขึ้นมา

ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์

                     ขงเบ้งลืมตาขึ้นมาเห็นคุณลุงเล่าปี่ยืนรอด้วยรอยยิ้มและการให้เกียรติอย่างที่สุด ก็รู้สึกซาบซึ้งใจมาก เขาคิดในใจว่า “คนที่มีตำแหน่งสูงอย่างท่านเล่าปี่ แต่กลับยอมลดตัวมาหาคนธรรมดาอย่างเราถึงสามครั้ง แถมยังยืนรอเรานอนหลับโดยไม่บ่นสักคำ นี่แหละคือเจ้านายที่เราอยากจะไปช่วยงาน!”

                     ขงเบ้งจึงยอมตกลงลงจากเขาโงลังก๋งไปช่วยเล่าปี่วางแผนการรบ       เขาใช้สติปัญญา ทำให้เล่าปี่สร้างเมืองที่ร่มเย็นเป็นสุข และเป็นคู่คิดที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์จีนเลยทีเดียว

🌟 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: ความสำเร็จไม่ได้มาจากการบังคับหรือการใช้อำนาจ แต่มาจากการ “ให้เกียรติผู้อื่น” และ “ความอดทน” ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

                                                                    อาทร  จันทวิมล

 

 

บทละครลูกเสือ แสดงรอบกองไฟ: เรื่อง สามก๊ก ตอน เล่าปี่ไปเชิญขงเบ้ง

ตัวละคร:

  1. ผู้บรรยาย: (ถือไมค์หรือยืนหน้าแถว)
  2. เล่าปี่: (ใจดี ยิ้มแย้ม สุภาพ อ่อนน้อม)
  3. กวนอู: (ถือง้าว ลูบหนวดยาว  ยืนตัวตรง ดูน่าเกรงขาม)
  4. เตียวหุย: (ใจร้อน ท่าทางขึงขัง ดุดัน   เสียงดัง ตลก)
  5. เด็กรับใช้: (ตัวเล็ก ท่าทางซุกซน)
  6. ขงเบ้ง: (ถือพัดขนนก เดินช้าๆ )
  7. เหล่านักแสดงประกอบ: (ทำท่าเป็นม้า, ต้นไม้, หรือพายุหิมะ)

 

 

ฉากที่ 1: การเดินทางครั้งที่ 1 (ความสุภาพ)

(เสียงดนตรีเพลงจีน อย่างสนุกสนาน เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ทำท่าขี่ม้าวนรอบกองไฟ)

ผู้บรรยาย: กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คุณลุงเล่าปี่ผู้ใจดี อยากได้คนเก่งอย่าง “ขงเบ้ง” มาช่วยสร้างเมืองให้สงบสุข    จึงพาน้องชายทั้งสอง  คือกวนอูและเตียวหุย   ไปหาที่เขาโงลังกั๋ง!

เตียวหุย: (ตะโกน) โอ๊ย! ร้อนก็ร้อน เมื่อไหร่จะถึงฮะพี่ใหญ่เล่าปี่!

เล่าปี่: ใจเย็นๆ นะเตียวหุย การจะเชิญยอดคน เราต้องอดทน

(ถึงหน้ากระท่อม เด็กรับใช้ออกมา)

เล่าปี่: (พนมมือไหว้หรือโค้งเด็กรับใข้อย่างสวยงาม)

สวัสดีครับหนูน้อย อาจารย์ขงเบ้งอยู่ไหมครับ?

เด็กรับใช้: อาจารย์ไปเที่ยวเล่นบนเขายังไม่กลับครับ!

เล่าปี่: ไม่เป็นไรครับ ขอบใจมากนะหนูน้อย (หันไปบอกน้องๆ) กลับกันเถอะพวกเรา

 

ฉากที่ 2: การเดินทางครั้งที่ 2 (ความอดทน)

(กลุ่มนักแสดงทำท่าพายุหิมะ โปรยกระดาษขาวๆ หรือใช้ผ้าปูที่นอนสีขาวสะบัดไปมา)

ผู้บรรยาย: หลายเดือนต่อมา หิมะตกหนักมาก แต่เล่าปี่ก็ยังไม่ย่อท้อ!

เตียวหุย: (ตัวสั่น) หนาววววว! พี่ใหญ่เล่าปี่ครับ   ขงเบ้งก็แค่คนธรรมดา ส่งทหารมาจับตัวไปเลยง่ายกว่า!

เล่าปี่: ไม่ได้นะเตียวหุย  เราเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย และต้องให้เกียรติผู้อื่นเสมอ การใช้กำลังไม่ช่วยให้เราได้ใจคนหรอก

(ถึงหน้ากระท่อม ขงเบ้งก็ยังไม่อยู่ เล่าปี่หยิบกระดาษขึ้นมาเขียนจดหมายอย่างตั้งใจ)

เล่าปี่: ฝากจดหมายนี้ให้ท่านขงเบ้งด้วยนะครับ

 

ฉากที่ 3: การเดินทางครั้งที่ 3 (ความเงียบชนะใจ)

(บรรยากาศสดใส เล่าปี่เดินย่องๆ เข้ามา)

ผู้บรรยาย: ครั้งที่สาม เล่าปี่มาถึง    ตอนที่ขงเบ้งกำลังนอนหลับ!

ขงเบ้ง: (นอนกรนเสียงดัง “ฟี้…ฟี้…”)

เตียวหุย: (โมโห) หนอย! พวกเราลำบากเดินทางมาแทบตาย เจ้าคนนี้ดันมานอนหลับ ข้าจะจุดไฟเผากระท่อมซะเลย! (ทำท่าจุดไม้ขีด)

เล่าปี่: (รีบห้าม) หยุดนะเตียวหุย! ห้ามส่งเสียงดัง เราจะยืนรอตรงนี้จนกว่าท่านขงเบ้งจะตื่น (เล่าปี่ยืนตัวตรง นิ่งสงบ กวนอูกับเตียวหุยจำใจต้องยืนรอด้วย ผ่านไปสักพัก ขงเบ้งตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจ)

ขงเบ้ง: (ตกใจ) ท่านเล่าปี่! ท่านมายืนรอข้านานขนาดนี้เลยหรือ?

เล่าปี่: (ยิ้มกว้าง) ไม่นานหรอกครับ ผมรอได้ เพื่อขอให้ท่านไปช่วยสร้างความสุขให้ประชาชนด้วยกัน

ขงเบ้ง: (ประทับใจมาก) ท่านช่างสุภาพและมีความอดทนจริงๆ ข้าตกลงจะไปช่วยท่าน!

 

บทสรุป: นิทานแห่งความดี

(นักแสดงทุกคนออกมายืนเรียงหน้ากระดาน)

ผู้บรรยาย: ตั้งแต่นั้นมา ขงเบ้งก็ช่วยเล่าปี่จนสำเร็จ เพราะความสุภาพชนะใจทุกคน!

เล่าปี่: น้องๆ ลูกเสือครับ จำไว้นะครับ กฎลูกเสือข้อที่ 5 ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย ทุกคนพร้อมกัน: การให้เกียรติผู้อื่น ความเกรงใจและความอดทน คือหัวใจของความสำเร็จ!

(ลูกเสือร้องเพลง ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี หากถ้าใครไม่มี ชาตินี้เอาดีไม่ได้ ..)

(จบการแสดง)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:

  • ให้เตียวหุยแสดงท่าทางตลกๆ เพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆ รอบกองไฟ
  • ควรมีอุปกรณ์ประกอบฉากง่ายๆ เช่น พัดขนนกของขงเบ้ง   ง้าวกระดาษ   หรือหนวดปลอมของกวนอู

                                                                                       อาทร  จันทวิมล