ในหน้าประวัติศาสตร์และคำสอนของลูกเสือโลก มีบุคคลหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างเตือนใจอยู่เสมอ บุคคลนั้นคือ “ชายผู้สวมเสื้อสีม่วง” ผู้ยืนบนกล่องไม้กลางสวนสาธารณะไฮด์พาร์ค ประเทศอังกฤษ เมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา อ้างตัวว่าเป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้องความเท่าเทียม เสมอภาค โดยใช้เพียงลมปากเป็นอาวุธ คอยยุแหย่ให้ผู้คนแตกแยกและเกลียดชังกัน
เขาไม่ได้เลือกใส่เสื้อสีม่วงเพียงเพราะความสวยงาม แต่เพื่อหลีกเลี่ยงเสื้อสีแดงซึ่งในยุคนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุนแรงและการปฏิวัติอันบ้าคลั่ง สร้างความเกลียดชัง แตกแยก ยุยงให้คนในชาติทะเลาะกันเอง มุ่งทำลายสถาบันหลักของชาติ โดยไม่มีสิ่งที่ดีกว่ามาทดแทน มุ่งทำลายสิ่งที่คนอื่นสร้างไว้ เพราะนึกว่าวิธีการของตนนั้นดีกว่า เสียงตะโกนของเขาก้องกังวานว่า “สังคมนี้เน่าเฟะ บ้านเรือนและทรัพย์สินควรถูกรื้อถอนให้สิ้นซาก” เขาป้อนเชื้อแห่งความโกรธแค้นให้ผู้ฟัง ปลูกฝังว่าความสุขจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทำลายสิ่งที่ผู้อื่นสร้างไว้
เมื่อเขาเดินลงจากเวที มีชายแก่คนหนึ่งล้มลงข้าง ๆ เขาและขอให้ช่วยพยุง ชายเสื้อสีม่วง กลับเดินเลี่ยงไปและบอกว่า “นั่นไม่ใช่หน้าที่ของผม ผมมีหน้าที่พูดเรื่องหลักการใหญ่ ๆ ไม่ใช่มาเสียเวลาช่วยคนทีละคน”
และเมื่อ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (บีพี) ถามเขากลับสั้น ๆ ว่า “เมื่อทำลายเสร็จแล้ว คุณจะสร้างอะไรที่ดีกว่ามาแทนที่?”
คำตอบที่ได้กลับมีเพียงความว่างเปล่า “ผมมีหน้าที่แค่ทำลาย ส่วนการสร้างมันเรื่องของคนอื่น”
ในสังคมยุคปัจจุบัน ชายเสื้อสีม่วงไม่ได้หายไปตามกาลเวลา เขาเพียงเปลี่ยนเวทีจากกล่องไม้กลางสวนสาธารณะในกรุงลอนดอน มาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือในห้องสนทนาออนไลน์ ที่คอย…
- ปั่นหัว: หยิบเรื่องเล็ก ๆ มาขยายให้กลายเป็นความเกลียดชัง
- ยุแหย่: สร้างความแตกแยกในหมู่พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน หรือคนในชาติ
- วิจารณ์แต่ไม่แก้ไข: ดีแต่บอกว่าสิ่งนั้นไม่ดี สิ่งนี้ใช้ไม่ได้ แต่ไม่เคยลงมือช่วยหรือเสนอทางออกที่สร้างสรรค์
กฎของลูกเสือ: เกราะป้องกันนิสัยเสื้อสีม่วง เพื่อไม่ให้เรากลายเป็น “ชายเสื้อสีม่วง” หรือหลงเชื่อคำยุแหย่ เราสามารถใช้ กฎของลูกเสือ เป็นแนวทางได้:
- ใช้สติและมิตรภาพ (กฎลูกเสือข้อที่ 4) ก่อนจะเชื่อคำพูดใด ๆ ให้ถามตัวเองว่า สิ่งนั้นช่วยสร้างมิตรภาพหรือสร้างความแตกแยก ลูกเสือเป็นมิตรของทุกคน ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะความเกลียดชัง
- ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ (กฎข้อที่ 10) คำพูดที่ออกจากปากต้องไม่ทำลายผู้อื่น แต่ต้องเป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์และการแก้ไข
โลกต้องการ “ผู้สร้าง” มากกว่า “ผู้ทำลาย” คนที่เอาแต่ยุแหย่ให้คนทะเลาะกัน อาจดูเหมือนผู้กล้าในยามที่พูด แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียง “คนหลอกลวง” (Humbug) ที่ไม่มีแก่นสาร
ดังนั้น หากคุณพบเจอชายเสื้อสีม่วงที่มาพร้อมกับคำยุแหย่ ในรูปแบบใดก็ตาม อย่าส่งต่อความเกลียดชังนั้น แต่จงถามเขากลับไปเหมือนที่ บีพี เคยถามว่า:
“แล้วท่านจะช่วยสร้างอะไรให้ดีขึ้นบ้าง?”
เพราะการลงมือทำความดีเพียงเล็กน้อย มีค่ามากกว่าการด่าทอและยุแหย่เป็นพันคำ
“การทำความดี (Good Turn) ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตที่ก้องโลก แต่คือการมองหาโอกาสเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยใครสักคน”
เรียบเรียงจาก เรื่อง เนคไทสีแดง The Red Tie ของเบเดน โพเอลล์ ที่นิยมใช้ในการฝึกอบรมลูกเสือในหลายประเทศ
อาทร จันทวิมล
บทละครสั้นรอบกองไฟ: ชายเสื้อสีม่วง
ตัวละคร:
- ชายเสื้อสีม่วง: ท่าทางมั่นใจ พูดจาโผงผาง (ยืนบนกล่องไม้)
- บีพี (Lord Baden Powell): ท่าทางสุขุม นิ่งลึก
- ชาวบ้าน 1 & 2: ผู้ฟังที่เคลิ้มตามคำยุยง
- ชายชรา: ผู้อ่อนแอที่ต้องการความช่วยเหลือ
- ลูกเสือยุคปัจจุบัน: 2-3 คน (สำหรับฉากสรุป)
ฉากที่ 1: เสียงตะโกนแห่งการทำลาย
(กลางสนามรอบกองไฟ ชายเสื้อสีม่วงยืนอยู่บนกล่องไม้ท่ามกลางชาวบ้าน)
ชายเสื้อสีม่วง: (ตะโกน) ฟังทางนี้ทุกคน! สังคมนี้มันเน่าเฟะ! กฎระเบียบพวกนี้มันไร้สาระ บ้านเมืองที่พวกคุณอยู่มันคือโซ่ตรวน เราต้องรื้อถอนมันให้สิ้นซาก!
ชาวบ้าน 1: ใช่! ผมก็ว่ามันแย่ เราควรพังมันให้หมด!
ชาวบ้าน 2: แล้วเราจะทำยังไงต่อดีท่าน?
ชายเสื้อสีม่วง: ไม่ต้องสนว่าทำยังไง แค่พังมันลงมา! ป้อนความโกรธแค้นเข้าไป ความสุขจะมาถึงเมื่อสิ่งที่คนอื่นสร้างไว้พินาศลง!
ฉากที่ 2: บททดสอบความเป็นมนุษย์
(ชายเสื้อสีม่วงเดินลงจากกล่องไม้ด้วยท่าทางทรนง ชายชราเดินกะเผลกเข้ามาและล้มลงข้างๆ เขา)
ชายชรา: โอ๊ย… ท่านครับ ช่วยพยุงผมหน่อย ผมลุกไม่ไหว…
ชายเสื้อสีม่วง: (สะบัดมือ/เดินเลี่ยง) ถอยไป! นั่นไม่ใช่หน้าที่ของผม ผมมีหน้าที่พูดเรื่องหลักการใหญ่ๆ เรื่องการเปลี่ยนแปลงโลก ไม่ใช่มาเสียเวลาช่วยคนแก่ล้มๆ ลุกๆ ทีละคนแบบนี้!
ฉากที่ 3: คำถามจาก บีพี
(บีพี เดินเข้ามาอย่างสงบ พยุงชายชราให้ลุกขึ้น แล้วหันไปหาชายเสื้อสีม่วง)
บีพี: “ท่านผู้นำ… ผมมีคำถามสั้นๆ เพียงข้อเดียว”
ชายเสื้อสีม่วง: (กอดอก) “ว่ามาสิ!”
บีพี: “เมื่อท่านทำลายทุกอย่างจนเสร็จสิ้นแล้ว… ท่านจะสร้างอะไรที่ดีกว่าขึ้นมาแทนที่ ของเดิมที่ว่าไม่ดี ใช้ไม่ได้?”
ชายเสื้อสีม่วง: (นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างไม่แยแส) “ หึ หึ… ผมมีหน้าที่แค่ “ทำลาย” ส่วนเรื่อง “การสร้าง” มันเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่ธุระของผม!”
บีพี: (หันมาหาผู้ชม) “นั่นแหละครับ… คนที่เอาแต่ยุแหย่ให้คนแตกแยก มักไม่มีแผนการสร้างสรรค์ใดๆ เขาเป็นเพียง คนหลอกลวง นักต้มตุ๋น คนคดโกง ที่ไร้แก่นสาร หรือ”Humbug”
ฉากที่ 4: จากอดีตสู่หน้าจอ (สรุป)
(ลูกเสือยุคปัจจุบันเดินออกมาสมทบ)
ลูกเสือ 1: วันนี้ชายเสื้อสีม่วงไม่ได้หายไปไหนครับ เขาไม่ได้อยู่แค่ในสวนไฮด์พาร์ค ในกรุงลอนดอน ไม่ได้อยู่ที่ท้องสนามหลวงในกรุงเทพฯ แต่เขาอยู่ในโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน ในข้อเสอชนอคอมเมนต์ที่คอยปั่นหัวให้เราเกลียดกัน
ลูกเสือ 2: เขาจะวิจารณ์ทุกอย่าง แต่ไม่เคยลงมือแก้ไข เขาจะยุให้เราทะเลาะกับเพื่อน กับพี่น้อง จนหลงลืม “มิตรภาพ”
ลูกเสือ 3: กฎของลูกเสือคือเกราะป้องกันครับ ข้อ 4 เราเป็นมิตรของคนทุกคน และข้อ 10 เราต้องประพฤติชอบด้วย กาย วาจา ใจ
บีพี: จำไว้ลูกเสือทั้งหลาย… โลกต้องการ “ผู้สร้าง” มากกว่า “ผู้ทำลาย” ก่อนจะเชื่อคำใคร หรือก่อนจะพูดอะไรออกไป จงถามตัวเองว่า… “เรากำลังจะช่วยสร้างอะไรให้ดีขึ้นบ้าง?”
ตัวละครทั้งหมด: (ยืนแถวหน้ากระดาน) ร้องเพลง “รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย”
(ทำความเคารพแบบลูกเสือ – จบการแสดง)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
- พร็อพ: กล่องไม้หนึ่งใบ, เสื้อคลุมสีม่วง, ไม้พลองสำหรับบีพี
- การแสดง: เน้นเสียงของชายเสื้อสีม่วงให้ดูดุดันและก้าวร้าว ตัดกับเสียงของบีพีที่นิ่งและมีพลัง
อาทร จันทวิมล

