นิทานแห่งความดี กฎลูกเสือข้อ 4 เรื่องที่ 4.4 “ชายเสื้อสีม่วง: นักพูดผู้ทำลาย”

                   ในหน้าประวัติศาสตร์และคำสอนของลูกเสือโลก มีบุคคลหนึ่งที่ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างเตือนใจอยู่เสมอ บุคคลนั้นคือ “ชายผู้สวมเสื้อสีม่วง” ผู้ยืนบนกล่องไม้กลางสวนสาธารณะไฮด์พาร์ค ประเทศอังกฤษ เมื่อกว่าร้อยปีที่ผ่านมา  อ้างตัวว่าเป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้องความเท่าเทียม เสมอภาค  โดยใช้เพียงลมปากเป็นอาวุธ   คอยยุแหย่ให้ผู้คนแตกแยกและเกลียดชังกัน

                      เขาไม่ได้เลือกใส่เสื้อสีม่วงเพียงเพราะความสวยงาม แต่เพื่อหลีกเลี่ยงเสื้อสีแดงซึ่งในยุคนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุนแรงและการปฏิวัติอันบ้าคลั่ง สร้างความเกลียดชัง  แตกแยก  ยุยงให้คนในชาติทะเลาะกันเอง   มุ่งทำลายสถาบันหลักของชาติ โดยไม่มีสิ่งที่ดีกว่ามาทดแทน  มุ่งทำลายสิ่งที่คนอื่นสร้างไว้ เพราะนึกว่าวิธีการของตนนั้นดีกว่า      เสียงตะโกนของเขาก้องกังวานว่า “สังคมนี้เน่าเฟะ บ้านเรือนและทรัพย์สินควรถูกรื้อถอนให้สิ้นซาก” เขาป้อนเชื้อแห่งความโกรธแค้นให้ผู้ฟัง ปลูกฝังว่าความสุขจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทำลายสิ่งที่ผู้อื่นสร้างไว้

                เมื่อเขาเดินลงจากเวที มีชายแก่คนหนึ่งล้มลงข้าง ๆ เขาและขอให้ช่วยพยุง ชายเสื้อสีม่วง กลับเดินเลี่ยงไปและบอกว่า “นั่นไม่ใช่หน้าที่ของผม ผมมีหน้าที่พูดเรื่องหลักการใหญ่ ๆ ไม่ใช่มาเสียเวลาช่วยคนทีละคน”

                  และเมื่อ ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (บีพี) ถามเขากลับสั้น ๆ ว่า    “เมื่อทำลายเสร็จแล้ว คุณจะสร้างอะไรที่ดีกว่ามาแทนที่?”

                   คำตอบที่ได้กลับมีเพียงความว่างเปล่า   “ผมมีหน้าที่แค่ทำลาย ส่วนการสร้างมันเรื่องของคนอื่น”

             ในสังคมยุคปัจจุบัน   ชายเสื้อสีม่วงไม่ได้หายไปตามกาลเวลา เขาเพียงเปลี่ยนเวทีจากกล่องไม้กลางสวนสาธารณะในกรุงลอนดอน  มาอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนหรือในห้องสนทนาออนไลน์ ที่คอย…

  • ปั่นหัว: หยิบเรื่องเล็ก ๆ มาขยายให้กลายเป็นความเกลียดชัง
  • ยุแหย่: สร้างความแตกแยกในหมู่พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน หรือคนในชาติ
  • วิจารณ์แต่ไม่แก้ไข: ดีแต่บอกว่าสิ่งนั้นไม่ดี สิ่งนี้ใช้ไม่ได้ แต่ไม่เคยลงมือช่วยหรือเสนอทางออกที่สร้างสรรค์

             กฎของลูกเสือ: เกราะป้องกันนิสัยเสื้อสีม่วง    เพื่อไม่ให้เรากลายเป็น “ชายเสื้อสีม่วง” หรือหลงเชื่อคำยุแหย่ เราสามารถใช้ กฎของลูกเสือ เป็นแนวทางได้:

  1. ใช้สติและมิตรภาพ (กฎลูกเสือข้อที่ 4) ก่อนจะเชื่อคำพูดใด ๆ ให้ถามตัวเองว่า สิ่งนั้นช่วยสร้างมิตรภาพหรือสร้างความแตกแยก ลูกเสือเป็นมิตรของทุกคน ไม่ใช่ผู้บ่มเพาะความเกลียดชัง
  2. ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ (กฎข้อที่ 10) คำพูดที่ออกจากปากต้องไม่ทำลายผู้อื่น แต่ต้องเป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์และการแก้ไข

               โลกต้องการ “ผู้สร้าง” มากกว่า “ผู้ทำลาย”   คนที่เอาแต่ยุแหย่ให้คนทะเลาะกัน อาจดูเหมือนผู้กล้าในยามที่พูด แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียง “คนหลอกลวง” (Humbug) ที่ไม่มีแก่นสาร

                ดังนั้น หากคุณพบเจอชายเสื้อสีม่วงที่มาพร้อมกับคำยุแหย่  ในรูปแบบใดก็ตาม อย่าส่งต่อความเกลียดชังนั้น แต่จงถามเขากลับไปเหมือนที่ บีพี เคยถามว่า:

                      “แล้วท่านจะช่วยสร้างอะไรให้ดีขึ้นบ้าง?”

เพราะการลงมือทำความดีเพียงเล็กน้อย มีค่ามากกว่าการด่าทอและยุแหย่เป็นพันคำ

            “การทำความดี (Good Turn) ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตที่ก้องโลก แต่คือการมองหาโอกาสเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยใครสักคน”

                เรียบเรียงจาก เรื่อง เนคไทสีแดง The Red Tie ของเบเดน โพเอลล์ ที่นิยมใช้ในการฝึกอบรมลูกเสือในหลายประเทศ

                                                                          อาทร  จันทวิมล

 

 

บทละครสั้นรอบกองไฟ: ชายเสื้อสีม่วง

ตัวละคร:

  1. ชายเสื้อสีม่วง: ท่าทางมั่นใจ พูดจาโผงผาง (ยืนบนกล่องไม้)
  2. บีพี (Lord Baden Powell): ท่าทางสุขุม นิ่งลึก
  3. ชาวบ้าน 1 & 2: ผู้ฟังที่เคลิ้มตามคำยุยง
  4. ชายชรา: ผู้อ่อนแอที่ต้องการความช่วยเหลือ
  5. ลูกเสือยุคปัจจุบัน: 2-3 คน (สำหรับฉากสรุป)

 

 

ฉากที่ 1: เสียงตะโกนแห่งการทำลาย

(กลางสนามรอบกองไฟ ชายเสื้อสีม่วงยืนอยู่บนกล่องไม้ท่ามกลางชาวบ้าน)

ชายเสื้อสีม่วง: (ตะโกน) ฟังทางนี้ทุกคน! สังคมนี้มันเน่าเฟะ! กฎระเบียบพวกนี้มันไร้สาระ บ้านเมืองที่พวกคุณอยู่มันคือโซ่ตรวน เราต้องรื้อถอนมันให้สิ้นซาก!

ชาวบ้าน 1: ใช่! ผมก็ว่ามันแย่ เราควรพังมันให้หมด!

ชาวบ้าน 2: แล้วเราจะทำยังไงต่อดีท่าน?

ชายเสื้อสีม่วง: ไม่ต้องสนว่าทำยังไง แค่พังมันลงมา! ป้อนความโกรธแค้นเข้าไป ความสุขจะมาถึงเมื่อสิ่งที่คนอื่นสร้างไว้พินาศลง!

ฉากที่ 2: บททดสอบความเป็นมนุษย์

(ชายเสื้อสีม่วงเดินลงจากกล่องไม้ด้วยท่าทางทรนง ชายชราเดินกะเผลกเข้ามาและล้มลงข้างๆ เขา)

ชายชรา: โอ๊ย… ท่านครับ ช่วยพยุงผมหน่อย ผมลุกไม่ไหว…

ชายเสื้อสีม่วง: (สะบัดมือ/เดินเลี่ยง) ถอยไป! นั่นไม่ใช่หน้าที่ของผม ผมมีหน้าที่พูดเรื่องหลักการใหญ่ๆ เรื่องการเปลี่ยนแปลงโลก ไม่ใช่มาเสียเวลาช่วยคนแก่ล้มๆ ลุกๆ ทีละคนแบบนี้!

ฉากที่ 3: คำถามจาก บีพี

(บีพี เดินเข้ามาอย่างสงบ พยุงชายชราให้ลุกขึ้น แล้วหันไปหาชายเสื้อสีม่วง)

บีพี:  “ท่านผู้นำ… ผมมีคำถามสั้นๆ เพียงข้อเดียว”

ชายเสื้อสีม่วง: (กอดอก) “ว่ามาสิ!”

บีพี: “เมื่อท่านทำลายทุกอย่างจนเสร็จสิ้นแล้ว… ท่านจะสร้างอะไรที่ดีกว่าขึ้นมาแทนที่ ของเดิมที่ว่าไม่ดี  ใช้ไม่ได้?”

ชายเสื้อสีม่วง: (นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบอย่างไม่แยแส) “ หึ หึ… ผมมีหน้าที่แค่ “ทำลาย” ส่วนเรื่อง “การสร้าง” มันเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่ธุระของผม!”

บีพี: (หันมาหาผู้ชม) “นั่นแหละครับ… คนที่เอาแต่ยุแหย่ให้คนแตกแยก มักไม่มีแผนการสร้างสรรค์ใดๆ เขาเป็นเพียง คนหลอกลวง นักต้มตุ๋น  คนคดโกง ที่ไร้แก่นสาร หรือ”Humbug”

 

ฉากที่ 4: จากอดีตสู่หน้าจอ (สรุป)

(ลูกเสือยุคปัจจุบันเดินออกมาสมทบ)

ลูกเสือ 1: วันนี้ชายเสื้อสีม่วงไม่ได้หายไปไหนครับ เขาไม่ได้อยู่แค่ในสวนไฮด์พาร์ค ในกรุงลอนดอน  ไม่ได้อยู่ที่ท้องสนามหลวงในกรุงเทพฯ  แต่เขาอยู่ในโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน ในข้อเสอชนอคอมเมนต์ที่คอยปั่นหัวให้เราเกลียดกัน

ลูกเสือ 2: เขาจะวิจารณ์ทุกอย่าง แต่ไม่เคยลงมือแก้ไข เขาจะยุให้เราทะเลาะกับเพื่อน กับพี่น้อง จนหลงลืม “มิตรภาพ”

ลูกเสือ 3: กฎของลูกเสือคือเกราะป้องกันครับ ข้อ 4 เราเป็นมิตรของคนทุกคน และข้อ 10 เราต้องประพฤติชอบด้วย กาย วาจา ใจ

บีพี: จำไว้ลูกเสือทั้งหลาย… โลกต้องการ “ผู้สร้าง” มากกว่า “ผู้ทำลาย” ก่อนจะเชื่อคำใคร หรือก่อนจะพูดอะไรออกไป จงถามตัวเองว่า… “เรากำลังจะช่วยสร้างอะไรให้ดีขึ้นบ้าง?”

ตัวละครทั้งหมด: (ยืนแถวหน้ากระดาน)  ร้องเพลง  “รักกันไว้เถิด  เราเกิดร่วมแดนไทย”

(ทำความเคารพแบบลูกเสือ – จบการแสดง)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:

  • พร็อพ: กล่องไม้หนึ่งใบ, เสื้อคลุมสีม่วง, ไม้พลองสำหรับบีพี
  • การแสดง: เน้นเสียงของชายเสื้อสีม่วงให้ดูดุดันและก้าวร้าว ตัดกับเสียงของบีพีที่นิ่งและมีพลัง

                                                                           อาทร  จันทวิมล