“นิทานกฎของลูกเสือ” ข้อที่ 1 ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้ “ลำธารน้อยอยากไหลให้ถึงทะเล”

กาลครั้งหนึ่ง   ที่ประเทศเปอร์เชีย   มีลำธารสายเล็กๆ มีน้ำใสไหลเย็น บนภูเขาสูง    ลำธารน้อยมีความตั้งใจเป้าหมายที่อยากไหลไปพบทะเลอันกว้างใหญ่

                    ระหว่างทาง น้ำในลำธารต้องไหลผ่านโขดหินแหลมคม บางครั้งถูกบังคับให้เลี้ยวคดเคี้ยว ผ่านท้องทุ่ง และแก่งผาสูงชัน  น้ำไหลเชี่ยวกราก  อย่างยากลำบาก    แต่ลำธารก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงไหลต่อไปอย่างอดทน

                  วันหนึ่ง ลำธารไหล มาถึงทะเลทรายอันกว้างใหญ่    ผืนทรายร้อนระอุพยายามดูดกลืนน้ำของแม่น้ำ ยิ่งลึกเข้าไปในทะเลทราย น้ำก็ยิ่งหายไปจนแทบไม่เหลือ

                 ลำธารน้อยรู้สึกท้อใจ   “เราจะไหลไปให้ถึงทะเลได้อย่างไร ในเมื่อข้างหน้าไม่มีลู่ทางให้น้ำไหลต่อได้เลย”

                 ทันใดนั้น ลมทะเลพัดมา  กระซิบเบาๆ ว่า   “หากเจ้าไม่สามารถไหลผ่านทะเลทรายได้   ก็จงลองหาวิธีใหม่โดยเปลี่ยนรูปแบบของตัวเอง”

                 ลำธารคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจทำในสิ่งแปลกประหลาด   ที่ผู้อื่นอาจคิดไม่ถึง       น้ำในลำธาร ยอมระเหยกลายเป็นไอ กลายเป็นเมฆลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า   แล้วลมก็พัดก้อนเมฆข้ามทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไปได้ อย่างสง่างาม

                 เมื่อถึงทะเล  ไอน้ำได้กระทบความเย็น  ก็กลั่นตัวเป็นเม็ดฝน   หยดลงสู่ทะเลกว้าง   ดังความตั้งใจที่รอคอยมานานแสนนาน

                ลำธารน้อยได้เรียนรู้ว่า    การจะไปถึงเป้าหมายในบางครั้ง   ไม่ใช่โดยการดื้อดึงหัวชนฝา  หรือใช้วิธีเดิมที่เคยทำมา   แต่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงแก้ไข วิธีการให้เหมาะสม

                นิทานเรื่องนี้   สอนเกี่ยวกับกฎของลูกเสือข้อที่ 1  “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้”   ความหมายของกฎข้อนี้ไม่ใช่เพียงแค่การไม่พูดโกหก แต่หมายถึงการเป็นคนรักษาคำพูด  เมื่อพูดอะไรแล้วจะทำตามที่พูดทุกอย่าง   มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น มุ่งมั่นทำตามเป้าหมาย  รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ดังนี้:

  • ความมั่นคงต่อเป้าหมาย (Integrity): ลำธารน้อยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะไปให้ถึงทะเล แม้จะเจออุปวรรคคือทะเลทราย  หรือแอ่งน้ำที่น่าสบายระหว่างทาง แต่ก็ไม่ท้อแท้หยุดกลางทาง หรือ หลงระเริงจนลืมเป้าหมายหลัก เปรียบเสมือนลูกเสือที่ยึดมั่นในคำปฏิญาณและเกียรติของตนเองไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด
  • ความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้: หน้าที่ของลำธารคือการ “ไหล” การที่ลำธารไม่หยุดไหลแม้ในยามยากลำบาก ทำให้สิ่งมีชีวิตรอบข้าง (ต้นไม้, สัตว์) สามารถเชื่อใจและพึ่งพาอาศัยน้ำจากลำธารได้ เช่นเดียวกับลูกเสือที่ต้องทำตัวให้เป็นที่ไว้วางใจของผู้อื่นเสมอ     ลำธารที่ไหลบ้างหยุดบ้างหรือไหลออกนอกเส้นทาง จะไม่มีใครเชื่อว่าจะไหลไปถึงจุดหมายได้
  • การรักษาเกียรติผ่านการกระทำ: เกียรติไม่ได้มาจากการบอกเล่า แต่มาจากการกระทำ ลำธารน้อยพิสูจน์เกียรติของตนเองผ่านความอดทนจนบรรลุผลสำเร็จ ลูกเสือข้อที่ 1 จึงเน้นย้ำว่า “เกียรติ” คือสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ต้องรักษาไว้ด้วยความซื่อตรง

           นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  :  การที่จะทำสิ่งใดให้สำเร็จ  อาจจำเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการ และรูปแบบ ให้เหมาะสม    ผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวได้อาจตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สูญเสีย   และ การจะเป็นผู้ที่มี “เกียรติเชื่อถือได้” ตามแบบฉบับลูกเสือนั้น ไม่ใช่เรื่องของการรอคอยโชคชะตา แต่คือการรักษาความสัตย์จริงต่อหน้าที่และมุ่งมั่นฝ่าอุปสรรคไปสู่จุดมุ่งหมาย เหมือนลำธารน้อยที่รักษาอุดมการณ์ที่จะไหลไปสู่จุดหมาย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลที่กว้างใหญ่ในที่สุด

                เรียบเรียงจากนิทานเปอร์เชียของชาวซูฟีแถบตะวันออกกลาง  เรื่อง แม่น้ำที่อยากไปถึงทะเล  (River that Wanted to Reach the Sea)

                                                                           อาทร จันทวิมล

 

 

บทละครรอบกองไฟของลูกเสือ: เรื่อง ลำธารน้อยอยากไหลลงทะเล

ตัวละคร:  แบ่งลูกเสือออกเป็นกลุ่มๆ  มีหน้าที่ต่างกันดังนี้

  1. กลุ่มลำธารน้อย: (ร่าเริง มุ่งมั่น)
  2. กลุ่มก้อนหินใหญ่: (นิ่งๆ ขรึมๆ ทำตัวเป็นอุปสรรค)
  3. กลุ่มแสงแดดแผดเผา และทะเลทราย : (ท่าทางกวนๆ ถือพัดหรือผ้าโบกไปมา)
  4. กลุ่มฝูงปลาจอมกวน: (2-3 คน ทำท่าว่ายน้ำไปมา)
  5. กลุ่มทะเล: (ดูน่าเกรงขาม ยืนบนเก้าอี้หรือที่สูง)
  6. ผู้บรรยาย: (ถือไมค์ อ่านบทข้างสนาม)

 

 

ฉากที่ 1: จุดเริ่มต้นและความซน   (ลำธารน้อยกระโดดโลดเต้นออกมากลางวงล้อม)

  • ผู้บรรยาย: ณ ยอดเขาสูง มีลำธารน้อยสายหนึ่งบนภูเขาสูงที่ใฝ่ฝันอยากจะไปเห็นโลกกว้าง นั่นคือ “ทะเล”
  • ลำธารน้อย: “ฮึบ! ฉันจะไปทะเล ฉันอยากรู้ว่าน้ำเค็มมันเป็นยังไง วู้วววว!”
  • ฝูงปลา: (ว่ายล้อมรอบ) “ไปไม่ได้หรอกเจ้าหนู ทางข้างหน้ามันลำบากนะ มีทะเลทรายขวางกั้น    กลับไปนอนนิ่งๆ บนภูเขาเถอะ!”
  • ลำธารน้อย: “ไม่กลัวหรอก ตามมาเลยพวกเรา!”

ฉากที่ 2: เจอพี่เบิ้มขวางทาง  (ก้อนหินใหญ่นั่งขวางทาง เดินวนไปมาไม่ได้)

  • ผู้บรรยาย: เดินทางมาได้สักพัก ลำธารน้อยก็เจอกับอุปสรรคใหญ่ยักษ์!
  • ก้อนหินใหญ่: “หยุด! ข้าคือก้อนหินพันปี ข้าขวางตรงนี้มานาน ใครก็ผ่านข้าไปไม่ได้!”
  • ลำธารน้อย: (พยายามผลัก) “โอ๊ย! หนักจัง ทำไงดีเนี่ย…”
  • ผู้บรรยาย: ลำธารน้อยเกือบจะท้อ แต่แล้วเขาก็คิดได้ว่า ถ้าสู้ตรงๆ ไม่ได้ ก็ต้อง “ไหลอ้อม” สิ!
  • ลำธารน้อย: (มุดและเดินอ้อมก้อนหินอย่างรวดเร็ว) “บ๊ายบายพี่ก้อนหินใหญ่ เจอกันชาติหน้านะจ๊ะ!”

ฉากที่ 3: บททดสอบจากพระอาทิตย์  (แสงแดดแผดเผาและทะเลทราย เดินออกมาขวางกั้น     กางแขน มีผ้าสีแดงโบกสะบัด)

  • แสงแดดและทะเลทราย: “ฮ่าๆๆ จะไปทะเลเหรอ? ข้านี่แหละจะสูบน้ำเจ้าให้แห้งเหือด! (ทำท่าร้อนแรง)”
  • ลำธารน้อย: (ทำท่าเหนื่อยหอบ คุกเข่า) “ร้อนจัง… น้ำในตัวฉันกำลังจะกลายเป็นไอแล้ว…”
  • ผู้บรรยาย: ในนาทีที่สิ้นหวัง ลำธารน้อยก็รวมพลังกับหยดน้ำอื่นๆ ระเหยกลายเป็นไอ  รวมตัวเป็นเมฆ  ให้ลมพัดข้ามภูเขาไปลงทะเล 
  • ลำธารน้อย: ”  ฉันแปลงร่างให้เป็นไอน้ำ ได้ แบร่! มองไม่เห็นฉันล่ะสิ”

ฉากที่ 4: สู่จุดหมายปลายทาง (เสียงคลื่นซัดซ่า – ลูกเสือคนอื่นๆ ช่วยทำเสียง “ซ่า… ซ่า…”)

  • ผู้บรรยาย: หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาว  ผ่านทะเลทรายอันแห้งแล้ว ผ่านป่ารกชัฏที่มีสัตวืร้ายชุกชุม       ในที่สุดไอน้ำก็ลอยไปรวมตัวแปลงร่างกลายเป็นเมฆ ให้ลมพัดลอยข้ามหน้าหน้าผาสูง  มาถึงทะเล  แล้วกระทบความเย็นของน้ำทะเล ตกลงมาเป็นฝน
  • ทะเล: (กางแขนรับ) “ยินดีต้อนรับเจ้าลำธารน้อยที่แปลงร่างมาเป็นเมฆและฝน    เจ้ามีความมุ่งมั่นมานะต่อเป้าหมายมาก!”
  • ลำธารน้อยที่แปลงร่างเป็นเม็ดฝน  : “โอ้โห! นี่น่ะเหรอทะเล… กว้างใหญ่จังเลย! ฉันทำสำเร็จแล้ว!”
  • ทุกคน: (กระโดดโลดเต้น) “เย้! ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น!”

ข้อแนะนำสำหรับการแสดง:

  • มุกตลก: ให้ “ก้อนหิน” ทำหน้านิ่งๆ หรือใส่แว่นดำกวนๆ ส่วน “ปลา” ให้ทำท่าทางตลกๆ ประกอบ
  • อุปกรณ์: ใช้ผ้าพันคอลูกเสือโบกแทนแดดร้อน    ใช้ขันน้ำประพรม หรือน้ำฉีดจากสายยาง  (เบาๆ) แทนสายฝน 
  • เสียงประกอบ: ให้เพื่อนๆ รอบกองไฟช่วยทำเสียง ลมพัด (ฟิ้ววว), เสียงคลื่น (ซ่าาา), เสียงฝนตกฟ้าร้องฟ้าผ่า  

                                                                                   อาทร  จันทวิมล