“ด้วยเกียรติของข้า…ข้าสัญญาว่า”
ในหน้าประวัติศาสตร์ของการสร้างคน ….”การลูกเสือ” ถือเป็นวิชาชีวิตที่ทรงอิทธิพลที่สุดแขนงหนึ่งของโลก หัวใจสำคัญที่ ท่านลอร์ด เบเดน-โพเอลล์ (บีพี) ผู้ก่อกำเนิดการลูกเสือโลกได้ประพันธ์ไว้ในหนังสือ “การลูกเสือสำหรับเด็ก Scouting for Boys” (1908) ซึ่งเปรียบเสมือนคัมภีร์เล่มแรกของลูกเสือทั่วโลก คือการบ่มเพาะสิ่งที่เรียกว่า “เกียรติยศ” หรือ”Honor” โดยกำหนดไว้เป็นกฎข้อที่ 1 ว่า “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้” (A Scout’s Honor is to be Trusted)
ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน คำว่า “เกียรติ” แปลว่าชื่อเสียง ความยกย่องนับถือ ความมีหน้ามีตา
บีพีเขียนขยายความคำว่าเกียรติ ในหนังสือ “การลูกเสือสำหรับเด็ก” โดยหยิบยกรากฐานมาจาก “จริยธรรมแห่งอัศวิน” (Chivalry) ซึ่งเป็นทหารอังกฤษในสมัยโบราณ ท่านเล่าว่าอัศวินผู้ทรงเกียรติจะถือว่า “คำพูด” ของตน คือสัญญาที่ศักดิ์สิทธิ์กว่าลายลักษณ์อักษรใดๆ
ในสมัยนั้น หากอัศวินคนใดพูดโกหก หรือประพฤติตนไม่ซื่อสัตย์ เขาจะถูกทำพิธีถอดเกราะ ถูกทำลายดาบ และถูกขับไล่ออกจากสังคมอัศวินอย่างน่าอัปยศ
บีพีนำจิตวิญญาณนี้ มาใส่ไว้ในตัวลูกเสือ โดยสอนว่า “เกียรติยศของลูกเสือไม่ใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ที่ติดอยู่บนบ่า แต่คือความไว้วางใจที่ผู้อื่นมีให้จากหัวใจ” ในบทเรียนของบีพี ความมีเกียรติถูกอธิบายว่าประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญคือ: ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ความซื่อตรงต่อผู้อื่น และความรับผิดชอบต่อ หน้าที่
ในนิทานเรื่องเล่า ที่บีพีมักใช้ประกอบการสอนเพื่อขยายความเรื่องเกียรติ คือเรื่องของ “พลทหารยามผู้ยึดมั่นในเกียรติของตน”
ในท่ามกลางสมรภูมิที่สับสนวุ่นวาย พลทหารหนุ่มนายหนึ่งได้รับคำสั่งสำคัญให้รักษาการณ์ ณ จุดตรวจการยุทธศาสตร์เพียงลำพัง โดยได้รับคำสั่งเด็ดขาดว่า “ห้ามใครผ่านโดยไม่มีรหัสผ่าน”…….. วันหนึ่งมีนายทหารระดับสูงขี่ม้ามาถึง ด้วยความรีบร้อน นายพลผู้นั้นลืมรหัสลับ จึงใช้ทั้งอำนาจสั่งการ ขู่กรรโชก และให้สัญญาว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้ หากยอมปล่อยให้เขาผ่านด่านตรวจไป
ทหารหนุ่มผู้นั้นยืนตัวตรง และตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่หนักแน่นว่า “ท่านครับ หากผมปล่อยท่านไปเพียงเพราะอำนาจหรือผลประโยชน์ ผมจะกลับไปมองหน้าตัวเองในกระจกได้อย่างไร? เกียรติของผมคือการรักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับกองทัพ หากผมเสียสัตย์ในวันนี้ แม้ท่านจะผ่านไปได้ แต่กองทัพของเราก็จะสูญเสียทหารที่เชื่อถือได้ คือตัวผมเอง ไปหนึ่งคนแล้วครับ”
ท้ายที่สุด นายพลท่านนั้น ถอดหมวกแสดงความเคารพต่อทหารชั้นผู้น้อย เพราะเขาเพียงต้องการทดสอบว่า ในยามวิกฤตที่ไม่มีใครเห็น ทหารของเขาจะเลือก “ทางที่ง่าย” หรือ “ทางที่รักษาเกียรติ”
บีพีเน้นย้ำในตอนหนึ่งของหนังสือว่า “หากลูกเสือบอกว่า “ด้วยเกียรติของข้า … ข้าสัญญาว่า (On my honor…)” นั่นหมายถึงเขากำลังเอาชีวิตและจิตวิญญาณของคนเองเป็นประกัน หากเขาทำผิดคำพูด เกียรติของเขาก็จะสูญหายไป และเขาก็จะสูญเสียคุณค่าของการเป็นลูกเสือไปโดยทันที
ในยุคดิจิทัลที่ข่าวปลอมและการบิดเบือนความจริง อาจเกิดขึ้นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส คำสอนของบีพีเรื่อง “เกียรติที่เชื่อถือได้” จึงไม่ได้เป็นเพียงนิทานสอนเด็ก แต่เป็น “เข็มทิศ” ในการสร้าง “ทุนทางสังคม” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เรียบเรียงจากหนังสือ “การลูกเสือสำหรับเด็กชาย Scouting for Boys (1908), Part I: Scoutcraft, Law 1. แปลเป็นภาษาไทยโดย นายอภัย จันทวิมล เมื่อ พ.ศ. 2506
อาทร จันทวิมล
บทละครรอบกองไฟ: “เกียรติแห่งอัศวินกับคำปฏิญาณของลูกเสือ”
ตัวละคร:
- ผู้นำการแสดง (Narrator): ใส่ชุดลูกเสือ ถือไม้พลอง
- บีพี (Lord Baden-Powell): แต่งกายชุดลูกเสือแบบคลาสสิก (หมวกปีกกว้าง)
- พลทหารหนุ่ม: ท่าทางเข้มแข็ง
- นายพล: ท่าทางน่าเกรงขาม (สวมเสื้อคลุมหรือหมวกแสดงยศ)
- กลุ่มลูกเสือ
ฉากที่ 1: เกียรติคืออะไร?
(เสียงดนตรีหรือเสียงกลองรัวเบาๆ ผู้นำการแสดงเดินออกมาหน้ากองไฟ)
ผู้นำการแสดง: “พี่น้องลูกเสือครับ… ในค่ำคืนที่เปลวไฟโชติช่วงนี้ พวกเรารู้หรือไม่ว่า สิ่งที่หล่อหลอมให้เราเป็น ‘ลูกเสือ’ ไม่ใช่แค่ชุดเครื่องแบบที่สวมใส่ แต่มันคือสิ่งที่อยู่ข้างใน… นั่นคือ ‘เกียรติ’!”
(บีพีเดินออกมาจากเงามืด ยืนอยู่ข้างกองไฟ)
บีพี: “เมื่อปีค.ศ. 1908 (สมัยรัชกาลที่ 6 ในเมืองไทย) ข้าพเจ้าได้เขียนกฎข้อแรกไว้ในหนังสือ การลูกเสือสำหรับเด็ก Scouting for Boys ว่า… “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้” โดยได้นำวิธีการนี้มาจากอัศวินทหารอังกฤษที่ใส่เสื้อเกราะแบบโบราณ ที่ถือว่า “คำพูด” นั้นศักดิ์สิทธิ์กว่าสิ่งใด เมื่อพูดอะไรไปแล้วจะต้องทำตามที่พูดทุกอย่าง หากอัศวินคนใดไม่รักษาคำพูด เขาจะถูกถอดเกราะ และทำลายดาบประจำตัว!”
(เสียง “เคร้ง!” เหมือนดาบหัก)
ฉากที่ 2: ที่จุดตรวจการณ์ของค่ายทหาร
(ตัดเข้าสู่เหตุการณ์จำลอง พลทหารยามยืนถือไม้พลองแทนปืน ท่าทางระแวดระวัง)
ผู้นำการแสดง: “ในสมรภูมิที่วุ่นวาย พลทหารหนุ่มนายหนึ่งได้รับคำสั่งเด็ดขาด… ห้ามใครผ่านด่านโดยไม่มีรหัสผ่าน!”
(นายพลเดินเข้ามาด้วยความรีบร้อน ท่าทางเกรี้ยวกราด)
นายพล: “ทหาร! เปิดทางให้ข้า เดี๋ยวนี้! ข้ามีธุระด่วนที่สุด!”
ทหารหนุ่ม: (วันทยหัตถ์) “ขอประทานโทษครับท่าน! ขอรหัสผ่านด้วยครับ!”
นายพล: “รหัสผ่านเรอะ? ข้าลืมไปแล้ว! แต่นี่ข้านะ… เป็นนายพล ที่เป็นนายของเจ้า! ข้าสั่งให้เจ้าเปิดด่าน ถ้าเจ้าเปิดทางให้ข้าเข้าไปในค่ายทหารได้ ข้าจะเลื่อนยศให้เจ้าเป็นร้อยตรีในวันพรุ่งนี้เลย! แต่ถ้าเจ้าดื้อดึง ข้าจะสั่งขังคุกเจ้า!”
ทหารหนุ่ม: (ชะงักไปครู่หนึ่ง หายใจเข้าลึกๆ แล้วยืนตัวตรง) “ท่านครับ… หากผมปล่อยท่านไป เพียงเพราะอำนาจหรือผลประโยชน์ ผมจะกลับไปมองหน้าตัวเองในกระจกได้อย่างไร? เกียรติของผมคือการรักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับกองทัพ หากผมเสียคำมั่นสัญญาในวันนี้ แม้ท่านจะผ่านไปได้ แต่กองทัพของเราก็จะสูญเสียทหารที่เชื่อถือได้… คือตัวผมเอง… ไปตลอดกาล!”
ฉากที่ 3: ความจริงที่ปรากฏ
(นายพลนิ่งไปชั่วครู่ แล้วถอดหมวกแสดงความเคารพทหารหนุ่ม)
นายพล: “ข้าขอทำความเคารพ… หัวใจของเจ้า พลทหารยาม! ข้าแค่มาทดสอบว่า ในยามวิกฤต เจ้าจะเลือก ‘ทางที่ง่าย’ หรือ ‘ทางที่รักษาเกียรติ’ บัดนี้ข้าเชื่อแล้วว่า กองทัพของเราแข็งแกร่งที่สุด เพราะมีคนที่รักษาคำพูดเช่นเจ้า!”
ฉากที่ 4: สรุปบทเรียน
(บีพี และกลุ่มลูกเสือเดินออกมารวมกันรอบกองไฟ)
บีพี: “จำไว้ลูกเสือทั้งหลาย… เกียรติยศไม่ใช่เครื่องหมายยศตำแหน่งบนบ่า แต่คือความไว้วางใจที่ผู้อื่นมีให้จากหัวใจ เมื่อเจ้าพูดว่า ‘ด้วยเกียรติของข้า ข้าสัญญาว่า…’ นั่นคือเจ้าเอาชีวิตเป็นประกัน!”
ผู้นำการแสดง: “ในโลกปัจจุบันที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเร็วเหลือเกิน… ‘ความซื่อสัตย์’ คือเข็มทิศเดียวที่จะไม่ทำให้เราหลงทาง”
ลูกเสือทุกคน: (หันหน้าเข้าหากองไฟ ทำวันทยหัตถ์ 3 นิ้ว และกล่าวพร้อมกันอย่างหนักแน่น) “ด้วยเกียรติของข้า… ข้าสัญญาว่า… ข้าจะยึดมั่นในเกียรติ และเป็นผู้ที่เชื่อถือได้ตลอดไป!”
(ลูกเสือทั้งหมด ร่วมร้องเพลง “วชิราวุธพระมงกุฎเกล้า”)
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรม:
- การแต่งกาย: ใช้ผ้าขาวม้าทำเป็นผ้าคลุมไหล่อัศวิน หรือใช้กระดาษลังทำเป็นหมวก เสื้อเกราะก็ได้
- เสียงประกอบ: หากไม่มีเครื่องเสียง ให้เพื่อนลูกเสือข้างกองไฟช่วยทำเสียงประกอบ(เช่น เสียงม้าวิ่ง เสียงลม ) จะช่วยเพิ่มความสนุกสนาน
อาทร จันทวิมล


