เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการสอนโค้ดดิ้ง (Coding) แก่คณะครูโรงเรียนภูเวียงวิทยาคม อำเภอภูเวียง และคณะครูในอำเภอใกล้เคียง โดยมีนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายวรทัศน์ ธุลีจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายคมสันต์ ชุมอภัย ผู้อำนวยการโรงเรียนภูเวียงวิทยาคม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสภานักเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่าตั้งแต่มารับตำแหน่ง รมช.ศึกษาธิการ ตนมีนโยบายขับเคลื่อนการเรียนการสอนโค้ดดิ้ง (Coding) ในโรงเรียนทุกระดับอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้ผลักดันให้เกิดการเรียนการสอนโค้ดดิ้ง ในชั้นปฐมวัยและประถมศึกษา เพื่อมุ่งพัฒนานักเรียนไทยสมัยใหม่ในโลกดิจิทัล ให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับก้าวสู่ศรวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุมีผลอย่างมีตรรกะ มีการวางแผนแก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน การคิดเชิงคณิตศาสตร์และการกล้าตัดสินใจ ถ้าตัดสินใจผิดแล้วทำใหม่ได้ แก้ไขใหม่ได้
สำหรับการเรียน Coding ในชั้นปฐมวัยและประถมศึกษา จะเป็นการเรียนแบบ Unplug Coding คือการเรียนโดยไม่ใช้คอมพิวเตอร์ แต่สามารถเรียนจากการใช้เกม แผนภาพ หรือสิ่งที่มีอยู่ตามความพร้อมของโรงเรียนมาฝึกเด็กให้เกิดทักษะได้ เช่น โรงเรียนวัดคลองโคน จ.สมุทรสงคราม มีการนำ Unplug Coding มาใช้ในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ระบวนการผลิตกะปิดลองโคน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวตำบลคลองโคน รวมถึงส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความภคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง สามารถต่อยอดความคิดในการพัฒนานวัตกรรมของโรงเรียนต่อไป
จะเห็นได้ว่า Coding สามารถเรียนรู้ได้ทุกคน ทุกอาชีพ ทุกวัย (Coding for All, All for Coding) โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทอนิกส์ที่ทันสมัยมากมาย เพียงแต่เป็นการฝึกให้เด็กคิดให้รอบคอบ เตรียมการวางแผน วิเคราะห์ปัญหาอย่างถ่องแท้และหาแนวทางแก้ปัญหาจนจบกระบวนการ “ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาการศึกษาให้ถึงตัวเด็กโดยตรง และลดความเหลือมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกของประเทศไทย”
ขณะเดียวกันโรงเรียนต้องไม่ลืมที่ปลูกฝังให้เด็กทุกคนมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ให้เรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม คุณธรรม จริยธรรม และประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งขณะนี้ได้ผลักดันให้ทำต้นแบบการอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารร่วมสมัย อีกทั้งโรงเรียนโดย ผอ. และครู ต้องสร้างบรรยากาศให้เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการเรียน ให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่ต้องการ เพื่อให้เด็กได้เรียนอย่างสนุกและมีความสุขไปพร้อม ๆ กันด้วย
นอกจากนี้โรงเรียนจะอยู่อย่างโดดเดียวต่อไปอีกไม่ได้แล้ว การที่จะสร้างนักเรียนให้มีคุณลักษณะตามที่ต้องการ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตระหนักถึงการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานหรือองค์กรอื่นในลักษณะของภาคีเครือข่ายมาสนับสนุนโรงเรียนให้เข้มแข็งมากขึ้น
“เนื่องจากมีความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบก้าวกระโดด โดยที่เราไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องเตรียมเด็กหลายล้านคน ให้มีทักษะที่โลก สังคม ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมต้องการในอนาคต ซึ่งในชีวิตคนเราจะต้องสัมผัสกับเครื่องยนต์กลไกที่มีความก้าวหน้าตลอดเวลาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักเรียนต้องฝึกฝนทักษะ Coding จึงจะอยู่ในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมั่นใจ มีศักดิ์ศรี ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สังคม และการเมืองในยุคดิจิทัล เพราะเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้ด้วยการศึกษา” รมช. ศึกษาธิการกล่าว
โอกาสนี้ รมช.ศึกษาธิการ ได้ชมการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนโรงเรียนภูเวียงวิทยาคม และโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ โรงเรียนตลาดใหญ่วิทยา โรงเรียนซำยางวิทยายน โรงเรียนบ้านแฮดศึกษา โรงเรียนพล โรงเรียนชุมแพวิทยายน โรงเรียนนาจานศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านวังเพิ่ม และโรงเรียนผาขามวิทยายน
โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม (อักษรย่อ ภ.ว.ค.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดการเรียนการสอนในสายสามัญ รูปแบบสหศึกษา เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ประจำอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เปิดสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น – มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.1 – ม.6) โดยมุ่งพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ดำรงวิถีไทยบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาบุคคลให้เป็นพลเมืองดีของชาติ ดังคำขวัญประจำโรงเรียนว่า “วินัยดี มีความรู้ อยู่อย่างสันติ”
ณรีรัตน์ บุญหลัง: สรุป/เรียบเรียง/คลิป
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
3/2/2563






