![src=]() |
รมว.ศธ.กล่าวว่า ศธ.ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาคุณภาพของการศึกษา ภายใต้โครงการย้ายครูคืนถิ่น ซึ่งโดยปกติการโยกย้ายและบรรจุครูจะสามารถดำเนินการได้เพียงร้อยละ ๑๙ จากคำร้องขอทั้งหมด ทำให้ครูจะต้องรอคอยการย้ายกลับบ้านเป็นเวลานานถึง ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปี หรือจนเกือบจะเกษียณอายุราชการ อีกทั้งครูจำนวนมากได้รับการบรรจุตามพื้นที่ที่ขาดแคลน อยู่ไกลจากภูมิลำเนาของตนเอง ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ เพราะครูส่วนมากต้องสร้างเนื้อสร้างตัว มีภาระทางครอบครัวที่แตกต่างกัน ทำให้กระทบต่อขวัญกำลังใจในการทุ่มเททำงาน คุณภาพชีวิต และไม่ได้อยู่กับครอบครัว ด้วยเหตุนี้จึงได้จัดโครงการย้ายครูคืนถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัดของ ศธ. ที่ปฏิบัติหน้าที่นอกเขตภูมิลำเนา สามารถยื่นเรื่องขอย้ายคืนถิ่น เพื่อกลับสู่บ้านเกิด กลับไปอยู่กับลูก ครอบครัว บิดามารดา เพื่อกลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง ส่งผลให้สามารถทำงานได้เต็มตามศักยภาพ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวันและช่วยให้ครูได้พัฒนางานและการเรียนการสอนของตนเอง ซึ่งโครงการครูคืนถิ่นจัดขึ้นภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาเพื่อให้เกิดคุณภาพที่ดี นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเรียนการสอน
โครงการครูคืนถิ่น มีหลักเกณฑ์ คุณสมบัติและวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะต้องเป็นข้าราชการครูสายงานการสอนและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. ใช้เพียง ๑ ครั้งเฉพาะในปี พ.ศ.๒๕๕๔ โดยยื่นคำร้องขอย้ายผ่านต้นสังกัด สำหรับคุณสมบัติของผู้ขอย้าย กำหนดให้เป็นข้าราชการครูที่อยู่นอกเขตภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ของตนเอง คู่สมรส หรือบิดามารดาของตนเองเท่านั้น และต้องดำรงตำแหน่งสายงานการสอนในสถานศึกษาที่อยู่นอกเขตภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ดังกล่าวติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ซึ่งผลการดำเนินโครงการครูคืนถิ่นในช่วง ๕-๖ เดือนที่ผ่านมา ศธ.สามารถดำเนินการย้ายครูคืนถิ่นได้มากกว่าร้อยละ ๕๐ ของจำนวนผู้ยื่นความประสงค์กว่า ๒๐,๐๐๐ ราย โดยจำแนกได้ดังนี้ – สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีผู้ยื่นความประสงค์ จำนวน ๒๐,๒๐๙ ราย ได้ย้ายคืนถิ่น จำนวน ๑๐,๑๗๔ ราย คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๓๔ โดยจำแนกเป็นรายกรณี ดังนี้ ๑.ย้ายลงตำแหน่งว่าง ๑,๘๒๗ ราย ๒.ย้ายสับเปลี่ยนตัวบุคคล ๒๖ ราย ๓.ย้ายโดยการตัดโอน ๗,๔๘๑ ราย และ ๔.ช่วยราชการ ๘๔๐ ราย – สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีผู้ยื่นความประสงค์ จำนวน ๑,๐๐๒ ราย ได้ย้ายคืนถิ่น จำนวน ๒๘๘ ราย คิดเป็นร้อยละ ๒๘.๗๒ – สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย มีผู้ยื่นความประสงค์ จำนวน ๑๕๑ ราย ได้ย้ายคืนถิ่น จำนวน ๗๗ ราย คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๙๙ ราย
รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า การดำเนินการโครงการครูคืนถิ่นในปีนี้ ศธ.สามารถดำเนินการย้ายครูกลับสู่บ้านเกิดได้มากสุดในประวัติการศึกษาไทย ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับเพิ่มหลักเกณฑ์ให้สามารถตัดโอนตำแหน่งได้ จึงทำให้สามารถย้ายครูได้มากกว่าร้อยละ ๕๐ ของครูที่ยื่นความประสงค์ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายของโครงการไม่ได้อยู่ที่หลักเกณฑ์ แต่อยู่ที่คนก็คือนักเรียน รองลงมาก็คือ ครู ศธ.จึงต้องการช่วยเหลือครูที่เปรียบเสมือนเรือจ้างดูแลนักเรียน ถ้า ศธ.ช่วยเหลือให้ครูสามารถไปแจวเรือจ้างที่อื่นได้ โดยเรือจ้างปัจจุบันหาคนมาแจวแทนได้และสอดคล้องกับสาขาวิชาที่ขาดครู ก็พร้อมจะดำเนินการให้ เพราะครูเสียสละมานานแล้ว ก็ควรจะต้องได้ย้ายกลับภูมิลำเนาเพื่อไปอยู่กับลูก ครอบครัว และบิดามารดา
สำหรับความกังวลเรื่องการขาดแคลนครูนั้น รมว.ศธ.ได้ให้ สพฐ.มอบอำนาจแก่ผู้อำนวยการโรงเรียนให้สามารถจ้างครูในพื้นที่ได้เลย โดยให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่าปกติ เพื่อให้ครูได้อยู่กับโรงเรียน ไม่ต้องไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการหรือขอย้ายไปอยู่ที่อื่นอีก และถ้าโรงเรียนใดขาดครูจำนวนมาก ให้ สพฐ.จัดงบประมาณเพื่อสมทบให้กับครูอัตราจ้างในอัตราเงินเดือนที่สูงกว่าข้าราชการ และให้มีสิทธิ์เท่าเทียมกับราชการ เพียงแต่ไม่ได้เรียกว่า ข้าราชการ เท่านั้น เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยที่ยกเลิกระบบราชการแล้ว โดยเรียกว่า “พนักงานมหาวิทยาลัย” ซึ่งสำหรับครูคงจะใช้คำว่า พนักงานครูหรือพนักงานโรงเรียนที่มีความมั่นคง มีบำเหน็จ บำนาญ เช่นเดียวกับข้าราชการ สำหรับปีต่อไปจะเปิดโอกาสให้กับครูทุกคน เพราะเชื่อว่าครูทุกคนก็ต้องการกลับสู่บ้านเกิดตนเอง รวมทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาด้วยเช่นกัน ซึ่ง ศธ.จะดำเนินการให้ในโอกาสต่อไป โดยจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นมาใหม่ เพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกคน
รมว.ศธ.กล่าวฝากกับครูและผู้บริหารทุกคนว่า ขออย่าได้อดทนต่อการใส่ร้ายป้ายสี ต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ทุกคนรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตัวเอง ทำตัวเองให้เข้มแข็ง อย่ายอมต่อความไม่ถูกต้อง อย่ายอมต่อคนที่คดโกงหรือคนที่มาสั่งให้ทำผิด ขอให้ครูกว่า ๕๐๐,๐๐๐ คน ยืนอยู่บนความซื่อตรง ไม่ยอมต่ออิทธิพลด้านการคอรัปชันและอำนาจบาดใหญ่ ก็จะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปได้มาก และจะมีผลต่อเนื่องไปถึงนักเรียน เพราะครูจะสอนให้นักเรียนอีกกว่า ๑๐ ล้านคนได้เป็นไทยแก่ตัวเอง วันนี้ประเทศไทยต้องเปลี่ยนแปลง โดยเปลี่ยนด้วยน้ำมือของครู ณ ที่นี้ และครูที่ดูอยู่ทางบ้าน ขอให้ทุกคนได้ช่วยกัน การที่ รมว.ศธ.ประกาศเพียงคนเดียวคงจะช่วยเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ต้องของความร่วมมือจากพวกเราและประชาชนทั่วประเทศ ถ้าทุกคนร่วมมือกัน และสามารถทำได้ตามที่คาดหวัง งบประมาณในปี ๒๕๕๖ กว่า ๕ แสนล้านบาท ก็จะสามารถนำไปดำเนินการเรื่องต่างๆ ได้มากมาย คำพูดที่ว่า “การศึกษาไทยตกต่ำ คะแนนสอบ O-Net ต่ำ” ก็จะหมดไป
ศธ.จะต้องเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาให้มีความน่าเชื่อถือดังเดิม โดยการปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ ซึ่งประกอบด้วย – Transparency คือความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตั้งแต่การเข้าเรียน การเป็นครู การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง รวมทั้งการสอบต่างๆ จะต้องไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์ ทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ครูสามารถรู้คะแนนการทำงานของตัวเอง คิดคะแนนการทำงานได้ด้วยตัวเอง ก็จะเกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม จะขจัดการคอรัปชันให้หมดไปจาก ศธ. โดยขอฝากผู้บริหาร ศธ.แก้ไขกฎระเบียบทั้งหลายให้เกิดความเป็นธรรมภายใน ๒-๓ เดือนต่อจากนี้
– Accountability คือผลงานจากการสอน ไม่ต้องทำวิจัย ผลงานจะต้องมาจากหน้าที่ของครู คือการสอน โดยยึดเป้าหมายที่นักเรียนเป็นหลัก ให้นักเรียนได้มีชีวิตความเป็นอยู่และมีความรู้ดีกว่ารุ่นเรา ซึ่งจะวัดผลการสอนของครูด้วยคะแนนสอบนักเรียน ๒ ส่วน คือ คะแนนสอบข้อสอบมาตรฐาน Natural Test ของนักเรียนชั้น ป.๑-๕ ก่อนขึ้นชั้นเรียนใหม่ ๒๐% รวมกับคะแนนการสอบทั่วไปของครูที่สอนอีก ๘๐% ซึ่งคะแนนของครูจะมาจากส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นของคะแนนนักเรียน ซึ่งเป็นข้อดีที่จะทำให้ครูตั้งใจสอน และนักเรียนเองก็ต้องกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น แต่ ศธ.จะไม่เพิ่มความยุ่งยากให้กับนักเรียนและครูโดยการจัดสอบเพิ่ม เพียงแต่เพิ่มข้อสอบและให้สอบพร้อมกับการสอบเลื่อนชั้นตามปกติ และขอเชิญชวนให้ครูทั่วประเทศช่วยกันออกข้อสอบในวิชาที่สอนตามหลักสูตรมาตรฐาน ถ้าข้อสอบได้รับคัดเลือกเข้าไปอยู่ในคลังข้อสอบ (Item Bank) ก็จะจัดหาค่าตอบแทนให้ รวมทั้งการจัดทำ Learning Object, Application สำหรับบรรจุในคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตด้วย
นวรัตน์ รามสูต บัลลังก์ โรหิตเสถียร สรุป/รายงาน
More Photos : ข่าวที่ 145/2555 |