ไทยร่วมผลักดันแผนยุทธศาสตร์ยูเนสโกฉบับใหม่

ข่าววงการศึกษา 14 เมษายน 2564

องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) จัดการประชุมคณะกรรมการบริหารองค์การยูเนสโก ครั้งที่ ๒๑๑ (211th session of the Executive Board) ระหว่างวันที่ ๗ – ๒๑ เมษายน ๒๕๖๔ ในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านโปรแกรม Zoom และ Webcast ของยูเนสโก มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๕.๐๐ น. ตามเวลาประเทศไทย โดยในช่วงพิธีเปิด ประธานกรรมการบริหารฯ (Mr. Agapito Mba Mokuy) และผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก (Ms. Audrey Azoulay) กล่าวต้อนรับ สรุปเหตุการณ์ รายงานโครงการ/กิจกรรม และมติที่สำคัญจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงวาระที่จะพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ จากนั้นเป็นการกล่าวถ้อยแถลงของประเทศสมาชิกคณะกรรมการบริหารฯ (National Statement) ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ และเป็นผู้แทนหลักในองค์ประกอบคณะผู้แทนไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงในรูปแบบการบันทึกวีดิทัศน์ โดยได้ชื่นชมประธานกรรมการบริหารฯ และผู้อำนวยการใหญ่ฯ ในการจัดการประชุมคณะกรรมการบริการฯ ได้อย่างราบรื่นแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากก็ตาม รวมถึงการเตรียมการเพื่อจัดทำร่างเอกสารยุทธศาสตร์ระยะกลาง (เอกสาร 41/C4) และร่างโครงการและงบประมาณ (เอกสาร 41/C5) ซึ่งได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประเทศสมาชิกองค์การยูเนสโกอย่างดียิ่ง

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวถึงร่างยุทธศาสตร์ โครงการ และงบประมาณของยูเนสโกฉบับใหม่ซึ่งจะมีการนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบยูเนสโกอีก ๘ ปีข้างหน้าว่า มีความเหมาะสมและสร้างความเชื่อมั่นบทบาทของยูเนสโกในการตอบสนองต่อปัญหาท้าทายของโลกพร้อมเน้นย้ำถึงวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ เอกสารทั้งสองฉบับให้ความสำคัญกับการดำเนินงานแบบข้ามสาขา (interdisciplinary approach) และการทำงานแบบหลอมรวม (Synergy) เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมและโครงการต่างๆ มีความสอดคล้องและตอบสนองปัญหาท้าทายของโลกอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับวาระเรื่องการพัฒนาแอฟริกาและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็กด้วย (Small Islands Developing States – SIDS)

รับชมวีดีโอ  >>คลิก<<

ในส่วนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ที่สร้างผลกระทบต่อการศึกษานั้น หลายประเทศได้ทบทวนระบบการศึกษาของตนและใช้โอกาสนี้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับการเรียนในรูปแบบทางไกล เช่น การสร้าง digital platform และบูรณาการความรู้สาขาต่างๆ มากขึ้น ประเทศไทยส่งเสริมยุทธศาสตร์ของยูเนสโกในเรื่อง Technological Innovation in Education ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่ ๔ (การศึกษา) ของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะด้านคุณภาพ การมีส่วนร่วม ความเท่าเทียม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในฐานะที่ยูเนสโกเป็นองค์การหลักของสหประชาชาติที่มีพันธกิจสำคัญในการบรรลุผลตามเป้าหมายที่ ๔ วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงควรสนับสนุนเรื่องการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development – ESD) และการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองโลก (Global Citizenship Education – GCE) โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาของโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เยาวชนจะต้องได้รับความรู้ ฝึกทักษะ มีค่านิยมและทัศนคติในแบบอย่างที่จะช่วยให้เกิดสันติภาพ ความอดทนอดกลั้น และความเท่าเทียมในสังคมตามเจตนารมณ์ของยูเนสโก

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้กล่าวสนับสนุนการดำเนินโครงการของยูเนสโกภายใต้โครงการ Management of Social Transformation Programme (MOST) ว่าเป็นโครงการที่มีแนวคิดสำคัญสอดคล้องกับการดำเนินงานแบบหลอมรวมระหว่างนักวิชาการหรือนักวิจัยและผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งการมองไปข้างหน้าและวางแผนสำหรับอนาคตนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างกลไกที่ช่วยให้เกิดการตัดสินใจอย่างประสิทธิภาพ การตัดสินใจบางอย่างเกี่ยวเนื่องกับการมองอนาคต ภายใต้โครงการ MOST ยังมีแนวคิดเรื่อง Futures Literacy ซึ่งสร้างความเข้มแข็งและศักยภาพของมนุษย์ในการคาดการณ์และเตรียมการเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ดังนั้น นักเรียนควรได้รับการฝึกฝนเพื่อเตรียมพร้อมและสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ท่ามกลางวิกฤตโลกในขณะนี้ ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและยูเนสโกเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ และสร้างอนาคตที่ดีกว่าได้

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ช่วงที่เหลือจะมีการพิจารณาวาระสำคัญภายใต้คณะกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการว่าด้วยอนุสัญญาและข้อเสนอแนะ (Committee of Conventions and Recommendations – CR) คณะกรรมาธิการว่าด้วยโครงการและความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ (Programme and External Relations Commission – PX) และคณะกรรมาธิการว่าด้วยงบประมาณและการบริหาร (Financial and Administrative Commission – FA)

อนึ่ง คณะกรรมการบริหารประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิก จำนวน ๕๘ ประเทศที่มาจากการเลือกตั้งในช่วงการประชุมสมัยสามัญ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งกรรมการจำนวนครึ่งหนึ่งทุก ๒ ปี มีวาระคราวละ ๔ ปี ทำหน้าที่พิจารณาและติดตามการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการของยูเนสโกให้สอดคล้องกับมติการประชุมสมัยสามัญ แผนยุทธศาสตร์ โครงการ/กิจกรรม และการปฏิบัติงานขององค์การยูเนสโกในภาพรวม รวมทั้งเรื่องงบประมาณ ประเทศไทยได้รับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารฯ ในช่วงการประชุมสมัยสามัญของยูเนสโกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ วาระระหว่างปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๖

 

ข่าวจาก:
นางสาวรัชนินท์ พงศ์อุดม
นางสาวสุปราณี คำยวง