โลกร้อนก่อโรคร้าย

      สภาพอากาศแปรปรวนหนักในสหรัฐ และหลายชาติแถบเอเชีย/ยุโรป ซึ่งเย็นจัดติดลบจนทะลุหรือเฉียดๆ 20 องศา ยังไม่มีข้อมูลพออธิบายแน่ชัดว่า ตกลงแล้วมันเป็นอาการ “ตีกลับ” ของภาวะ “โลกร้อน” จริงหรือไม่!? แต่ที่แน่ๆ วิกฤตการณ์โลกร้อนจะยังคุกคามประชาคมโลกต่อไป และ “โบนัส” ที่ไม่มีใครอยากได้จากปรากฏการณ์นี้ ก็คือ โรคระบาด-โรคติดต่อใหม่ๆ ซึ่งส่อเค้าอันตรายมากขึ้นทุก วัน!


       เกี่ยวกับประเด็นนี้ ศ.น.พ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์ความร่วมมือองค์กรอนามัยโลกด้านค้นคว้าและอบรมโรคติดเชื้อไวรัสสัตว์สู่คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้สัมภาษณ์เตือนไว้ในหนังสือ “ชีวจิต” ฉบับม.ค. 2553 ว่า

ผลจากภาวะโลกร้อนจะก่อโรคติดต่อ โดยเฉพาะโรคที่แพร่จากไวรัสในสัตว์สู่คนรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องโดยปี 2553 ภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วม น้ำขัง และอากาศแปรปรวนน่าจะเกิดมากขึ้น ทำให้มีการอพยพของสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะ หนู ไปจนถึงค้างคาว และนกเพื่อไปอาศัยในที่ที่ปลอดภัยกว่าสัตว์จำพวกนี้เป็น “พาหะ” ชั้นดีของไวรัสสารพัดชนิด ที่อาจแพร่เชื้อจาก “สัตว์สู่สัตว์” หรือ “สัตว์สู่คน” ผ่านทางยุง ไร ริ้น เห็บได้ “ปี 2553 ยังต้องจับตาดูโรคไข้สมองอักเสบจากไวรัส “ชานดิปุระ” เป็นพิเศษ โดยมีพาหะเป็นริ้นฝอยทรายที่แพร่เชื้อไปยังวัว ควาย แล้วแพร่สู่คนอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมีการระบาดวงกว้างในอินเดียแล้ว อัตราผู้ป่วยเสียชีวิตสูง 50-60 เปอร์เซ็นต์

     “ขณะเดียวกัน ยังมีไข้สมองอักเสบจากไวรัส “นิปาห์” ซึ่งมีค้างคาวเป็นพาหะ เพราะระบาดต่อเนื่องในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และบังกลาเทศ “สำหรับประเทศไทยอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง แม้ยังไม่พบการระบาด แต่ตรวจพบแล้วว่าค้างคาวหลายชนิดในไทยเป็นแหล่งเพาะเชื้อนิปาห์ ลักษณะการแพร่เชื้อจะแพร่จากค้างคาวมาสู่หมู และหมูมาสู่คน หรือจากค้างคาวมาสู่คน และจากคนแพร่สู่คนด้วยการหายใจ ไอ และจามรดกัน” ศ.น.พ.ธีรวัฒน์ กล่าว

      ส่วนวิธีป้องกัน ศ.น.พ.ธีรวัฒน์ แนะนำว่า วิธีป้องกันโรคติดต่อร้ายแรงดีที่สุด คือ ทุกคนต้องมีจิตสำนึกรักษาสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล เช่น ถ้ารู้ตัวว่าป่วยก็ควรหยุดเรียน หยุดทำงานและรักษาตัวจนกว่าจะหายดีเพื่อป้องกันการนำโรคมาแพร่ใส่ผู้อื่น

รวมถึงออกกำลังกายและทานผักผลไม้เป็นประจำ เพื่อสร้าง “ภูมิต้านทานโรค” ให้แข็งแรง

โดย : วิทยา ผาสุก , ที่มา : ข่าวสด