โรงเรียนฟ้าใสวิทยา:โอกาสของเด็กและเยาวชนที่ผิดพลาดในสังคม

            นายกมล รอดคล้ายผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิกาให้การต้อนรับ นายจารุนันท์ อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฟ้าใสวิทยาและรองประธานผู้พิพากษาสมทบ ฝ่ายวิชาการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมคณะผู้พิพากษาสมทบฯ เพื่อปรึกษาและ หาแนวทางการทำงานร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ณ ห้องประชุมผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 21 เมษายน 2552

   ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่าได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมารับฟังแนวทางการทำงานจากคณะกรรมการบริหารโรงเรียนฟ้าใสวิทยา ซึ่งเป็น ผู้พิพากษาสมทบฯ ทั้งหมด เนื่องจากเป็นผู้ตรวจราชการในเขตตรวจราชการที่ 6 ที่ครอบคลุม การตรวจราชการในเขตจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน นอกจากนี้ยังเห็นว่าโรงเรียน ฟ้าใสวิทยานับเป็นโรงเรียนที่พิเศษ ที่สำคัญมีเด็กพิเศษด้วย ที่รับเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดและอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จากศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วราชอาณาจักร เข้ารับการศึกษาจนจบ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เห็นการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเสียสละอย่างยิ่ง ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการยินดี ให้การสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง ตามศักยภาพที่จะสามารถดำเนินการได้

   ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนฟ้าใสวิทยากล่าวในโอกาสเดียวกันว่าการดำเนินการของโรงเรียนในช่วง10ปีที่ผ่านมา สามารถทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มด้อยโอกาสเหล่านี้จบการศึกษาภาคบังคับไปแล้ว ประมาณ 200คน และที่สำคัญเด็กไม่กลับไปทำความผิดอีก บางส่วนกลับสู่ครอบครัวและใช้ชีวิตในสังคมได้ นอกจากนี้ยังเข้าสู่การงานอาชีพได้และมีโอกาสศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)เช่นที่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร เป็นต้น ถือเป็น การบรรลุวัตถุประสงค์ของการแก้ไขบำบัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชน ตามเจตนารมณ์ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้เป็นอย่างดี

   อย่างไรก็ตาม คณะผู้พิพากษาสมทบ ตลอดจนคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการบริหารโรงเรียนฟ้าใสวิทยา ยังมีปัญหาอยู่มากเกี่ยวกับการขาดแคลนครู บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งการจัดหลักสูตร กิจกรรม รวมถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนกับ เด็กและเยาวชนกลุ่มพิเศษนี้ หากเด็กเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม เขาก็จะเป็นปัญหาของสังคม ที่แอบแฝงอยู่ในสังคมปัจจุบันอย่างน่าเป็นห่วง

   ในเรื่องนี้ นายกมล รอดคล้าย ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา และกิจการพิเศษ (สกพ.) ได้ร่วมแก้ปัญหานี้เพื่อร่วมหาทางออก โดยเฉพาะในเรื่องการสนับสนุน ซึ่งทาง สช.ได้ดำเนินการไปแล้ว พร้อมกันนี้ทาง สช.ยังเสนอแนะให้ทำหนังสือระบุถึงปัญหา การขาดแคลนครู ซึ่งทาง สช.จะได้ขอไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อีกทอดหนึ่ง ส่วนงบประมาณอื่นขณะนี้ สช.ก็ให้เสนอมาในส่วนของสื่อการเรียนการสอน รวมทั้งสามารถของบประมาณด้านสิ่งก่อสร้างพร้อมกันไปด้วย แต่ทั้งนี้ต้องนำเสนอมาในรูปของโครงการที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการจากหลายภาคส่วน อาทิ สช. กศน. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม รวมทั้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขึ้นมาพิจารณาควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดผลในทางรูปธรรมมากที่สุดต่อไป

 

           นายกมล รอดคล้าย ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ นายจารุนันท์ อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฟ้าใสวิทยาและรองประธานผู้พิพากษาสมทบ ฝ่ายวิชาการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมคณะผู้พิพากษาสมทบฯ เพื่อปรึกษาและ หาแนวทางการทำงานร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ณ ห้องประชุมผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ วันที่ 21 เมษายน 2552

            ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมารับฟังแนวทางการทำงานจากคณะกรรมการบริหารโรงเรียนฟ้าใสวิทยา ซึ่งเป็น ผู้พิพากษาสมทบฯ ทั้งหมด เนื่องจากเป็นผู้ตรวจราชการในเขตตรวจราชการที่ 6ที่ครอบคลุมการตรวจราชการในเขตจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียน นอกจากนี้ยังเห็นว่าโรงเรียน ฟ้าใสวิทยานับเป็นโรงเรียนที่พิเศษ ที่สำคัญมีเด็กพิเศษด้วย ที่รับเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดและอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จากศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วราชอาณาจักร เข้ารับการศึกษาจนจบ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เห็นการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเสียสละอย่างยิ่ง ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการยินดี ให้การสนับสนุนในทุกๆ เรื่อง ตามศักยภาพที่จะสามารถดำเนินการได้

               ทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนฟ้าใสวิทยา กล่าวในโอกาสเดียวกันว่า การดำเนินการของโรงเรียนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สามารถทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มด้อยโอกาสเหล่านี้จบการศึกษาภาคบังคับไปแล้ว ประมาณ 200 คน และที่สำคัญเด็กไม่กลับไปทำความผิดอีก บางส่วนกลับสู่ครอบครัวและใช้ชีวิตในสังคมได้ นอกจากนี้ยังเข้าสู่การงานอาชีพได้และมีโอกาสศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เช่นที่โรงเรียนช่างฝีมือทหาร เป็นต้น ถือเป็น การบรรลุวัตถุประสงค์ของการแก้ไขบำบัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชน ตามเจตนารมณ์ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ได้เป็นอย่างดี

               อย่างไรก็ตามคณะผู้พิพากษาสมทบตลอดจนคณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการบริหารโรงเรียนฟ้าใสวิทยายังมีปัญหาอยู่มากเกี่ยวกับการขาดแคลนครู บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งการจัดหลักสูตร กิจกรรม รวมถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนกับ เด็กและเยาวชนกลุ่มพิเศษนี้ หากเด็กเหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม เขาก็จะเป็นปัญหาของสังคม ที่แอบแฝงอยู่ในสังคมปัจจุบันอย่างน่าเป็นห่วง

                ในเรื่องนี้นายกมล รอดคล้ายได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และ สำนักพัฒนากิจการนักเรียน นักศึกษา และกิจการพิเศษ (สกพ.) ได้ร่วมแก้ปัญหานี้เพื่อร่วมหาทางออก โดยเฉพาะในเรื่องการสนับสนุน ซึ่งทาง สช.ได้ดำเนินการไปแล้ว พร้อมกันนี้ทาง สช.ยังเสนอแนะให้ทำหนังสือระบุถึงปัญหา การขาดแคลนครู ซึ่งทาง สช.จะได้ขอไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)อีกทอดหนึ่ง ส่วนงบประมาณอื่นขณะนี้ สช.ก็ให้เสนอมาในส่วนของสื่อการเรียนการสอน รวมทั้งสามารถของบประมาณด้านสิ่งก่อสร้างพร้อมกันไปด้วย แต่ทั้งนี้ต้องนำเสนอมาในรูปของโครงการที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการจากหลายภาคส่วน อาทิ สช. กศน. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม รวมทั้งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขึ้นมาพิจารณาควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดผลในทางรูปธรรมมากที่สุดต่อไป


กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป. / ข่าว

สรสิทธิ / ภาพ