แนะ 8 วิธีส่งเสริมเด็กไทยรักการอ่าน พัฒนาศักยภาพเด็ก

      พัฒนาสมรรถนะตั้งแต่วัยเยาว์ จี้รัฐเดินหน้าส่งเสริมการอ่านหลังประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้ว หนุน อบต.จัดห้องสมุดชุมชน หาหนังสือดีให้เด็กอ่าน


      นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ เลขาธิการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 มกราคมว่า ปัจจุบันเด็กไทยอ่านหนังสือน้อยลงส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่ได้รับการปลูกฝังจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อแม่เองก็ไม่ทราบว่าหนังสือมีความสำคัญต่อการพัฒนาการเจริญเติบโตของเด็กอย่างไรจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญ ทั้งที่หนังสือมีความสำคัญต่อสมรรถนะของเด็กตั้งแต่ปฐมวัย ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างรวดเร็ว มีพัฒนาการที่ดี และฉลาด และยังช่วยทำให้พ่อแม่ใกล้ชิดกับลูกมากขึ้นซึ่งการจะฝึกให้เด็กรักการอ่านได้ต้องเริ่มจากที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้เด็กฟังตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงเด็กสามารถเริ่มหัดอ่านหนังสือด้วยตัวเองโดยพ่อแม่จะต้องเลือกหนังสือที่เหมาะกับวัยของเด็กในแต่ละช่วงวัยด้วย   


 


      นพ.ประเสริฐ กล่าวว่าจากการประชุมแผนงานพัฒนาการเด็ก ของมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ร่วมกับโครงการหนังสือเล่มแรก มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กเมื่อเร็วๆนี้ได้นำเสนอขั้นตอนที่จะทำให้เด็กเข้าถึงหนังสือ 8 ขั้นตอน ซึ่งเป็นขั้นตอนง่ายๆคือ 


1. จัดมุมหนังสือในบ้าน เป็นมุมสบาย ๆที่ใช้วางหรือแขวนถุงหนังสือ ลูกจะได้เรียนรู้ว่า เมื่อใดที่ต้องการหนังสือจะมาหยิบจากที่นี่


2.จัดบรรยากาศในบ้านให้เอื้อต่อการอ่านหนังสือร่วมกัน เช่น ปิดโทรทัศน์แล้วเปิดหนังสือทุกวันหลังอาหาร  3  มื้อ 


3.  อุ้มลูกนั่งตักแล้วอ่านหนังสือด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ


4. สร้างวัฒนธรรมการอ่าน คืออ่านเมื่อไรหรือที่ไหนก็ได้  อ่านได้ทุกเวลาในทุกสถานที่อย่างไม่จำกัด


5. พ่อแม่อ่านออกเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆทำเสียงเล็กเสียงน้อย หรือเน้นเสียงเน้นคำหนักเบา พร้อมกอด สัมผัสหยอกเย้ากับลูกขณะอ่านหนังสือ เพื่อกระตุ้นให้ลูกเกิดความสนใจ 


6. ในกรณีที่อ่านหนังสือไม่ออก ให้ใช้ภาพในหนังสือพูดคุย 
7.พ่อแม่ต้องใส่ใจและแสดงการตอบรับทุกครั้ง ที่ลูกแสดงความสนใจหนังสือ และ
8.อ่านทุกวัน วันละ 5 – 15 นาที


 


        “ประเทศไทย ต้องมีกลไกส่งเสริมให้อ่านหนังสือมากขึ้นรัฐบาลเคยประกาศเรื่องการส่งเสริมการอ่าน ให้เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปีที่แล้วก็ต้องดำเนินการต่ออย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ทุกครอบครัวปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กเพราะปัจจุบันเด็กไทยอ่านหนังสือน้อยมาก จะทำให้ไม่เข้าใจเรื่องที่ซับซ้อน เช่นถ้าดูโทรทัศน์ หรือฟังวิทยุเราจะไม่เข้าใจแต่หากอ่านหนังสือแล้วจะเห็นทั้งหมด แต่หากไม่เข้าใจเรื่องซับซ้อน หากมีปัญหา ก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ และใช้ความรุนแรงมากขึ้น”นพ.ประเสิรฐ กล่าว 


 


       นพ.ประเสริฐกล่าวว่า อย่างไรก็ตามหนังสือสำหรับเด็ก มักจะมีราคาค่อนข้างสูงทำให้ผู้ปกครองที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถหาซื้อได้  ดังนั้นรัฐบาลจึงควรสนับสนุนในส่วนนี้ว่าทำอย่างไรให้หนังสือมีราคาถูกลง รวมไปถึงองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ควรจัดให้มีห้องสมุดชุมชน ให้มีหนังสือดี ให้เด็กอ่าน  เพราะหนังสือจำเป็นต่อชีวิตต้องมีราคาถูก เข้าถึงง่าย  ซึ่งหากมีหนังสือนิทานดีๆ การ์ตูนดีๆก็จะปลูกฝังให้เด็กทำในสิ่งที่ดี รัฐบาลจึงควรส่งเสริมเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นทุกหมู่บ้าน


               


       “การส่งเสริมให้พ่อแม่ปลูกฝังให้ลูกรักการอ่าน พ่อแม่เด็กก็จะต้องรักการอ่านด้วยและมีทัศนคติที่ดีก่อนว่า การอ่านหนังสือมีความจำเป็นต่อพัฒนาการของเด็กเพื่อให้เด็กมีความสุข เพราะหากพ่อแม่กับเด็กมีทัศนคติไม่ตรงอาจกลายเป็นดาบสองคมได้ในอนาคต นอกจากนี้เห็นว่าสื่อมวลชน รายการโทรทัศน์ วิทยุหนังสือพิมพ์ ควรเผยแพร่แนะนำหนังสือดีๆเชิญชวนให้คนหันมาอ่านหนังสือดีๆมากขึ้น”นพ.ประเสริฐกล่าว


ที่มา : มติชนออนไลน์