เส้นทางปฏิรูปประเทศ

https://www.moe.go.th/websm/2014/aug/172.html


เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย ด้านการศึกษา


พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในพิธีเปิดกิจกรรม “เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย (Roadmap for Thailand Reform)” ซึ่งถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2557 โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา ดังนี้



หน.คสช. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเดือนสิงหาคมเป็นเดือนมหามงคล ในวโรกาสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษาในปีนี้ ประกอบกับการเตรียมการปฏิรูปประเทศได้ดำเนินการไปตามแผนที่วางไว้ จึงขอให้คนไทยทั้งประเทศได้ร่วมเดินหน้าประเทศไปด้วยกัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสดังกล่าว จึงได้เลือกให้มีการ Kick Off ปฏิรูปประเทศไทยในวันนี้ ซึ่งถือเป็นวันประวัติศาสตร์ เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศเห็นพ้องต้องกันว่าควรมีการปฏิรูปประเทศ


การปฏิรูปครั้งนี้มีจำนวน 11 ด้าน ได้แก่ 1.การเมือง 2 .การบริหารราชการแผ่นดิน 3. กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 4. การปกครองท้องถิ่น 5. การศึกษา 6. เศรษฐกิจ 7. พลังงาน 8.สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 9. สื่อสารมวลชน 10. สังคม 11. ด้านอื่นๆ


ในส่วนของการปฏิรูปด้านการศึกษา จะต้องดำเนินการปฏิรูปทั้งการเรียนรู้คู่ปัญญา นโยบายและกฎหมายด้านการศึกษา องค์กรการศึกษา การจัดการด้านการศึกษา หลักสูตร ตัวชี้วัด การประเมินผล การจัดสรรงบประมาณ การปฏิรูประบบผลิตบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนอย่าให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับภาครัฐ


ในการนี้ หน.คสช.ได้กล่าวถึงแนวทางดำเนินการนโยบายการศึกษาในประเด็นต่างๆ ดังนี้




  • ต้องการให้จัดการศึกษาเพื่อจบแล้วมีงานทำ


ขณะนี้ได้รับทราบประเด็นด้านการศึกษาต่างๆ เช่น ตัวเลขผู้ที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัย แต่ไม่มีงานทำ ร้อยละ 53 สายวิชาชีพขาดแคลน เพราะพ่อแม่ไม่ส่งลูกไปเรียนช่างกล ช่างเทคนิค เพราะตีกัน กลัวลูกไม่ปลอดภัย ดังนั้น เป็นหน้าที่ของ ศธ.ที่จะต้องฝึกฝนและอบรมเด็กเยาวชนเหล่านี้ ตลอดจนนักเรียนนักศึกษาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย เช่น ส่งไปฝึกกับทหาร ให้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงน้ำท่วมหรือฝนแล้ง


ในวันนี้ต้องการให้การจัดการศึกษาด้านวิชาชีพ ฝึกฝนคนออกมาจำนวนมากๆ จะทำอย่างไรให้ช่างกล เป็นช่างกลสุภาพบุรุษ ให้ช่างเทคนิค เป็นช่างเทคนิคที่ฝึกวิชาชีพ จบมาแล้วมีงานทำ ดังเช่นช่างเทคนิคไทย-เยอรมัน โดยขอให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ร่วมมือกับ ศธ. ในการรับคนบรรจุเข้าทำงาน จะใช้วิธีสอบเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ควรมีโควตาสำหรับผู้มีความสามารถและประสบการณ์การทำงานด้วย เพื่อให้การศึกษาเข้าไปสอดคล้องกับทุกกระทรวง ทบวงกรม คือ ศึกษามาแล้ว ต้องมีงานทำ อีกทั้งจะทำอย่างไรให้ผู้ที่จบการศึกษาแล้วได้ทำงานในพื้นที่/ภูมิลำเนาของตัวเองด้วย”




  • ให้ภาคการศึกษามีส่วนสำคัญสร้างคุณธรรมจริยธรรมแก่เด็กและเยาวชน


“สำหรับเรื่องคุณธรรมจริยธรรม เป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้มีในประชาชน ในระบบราชการ ในเด็กและเยาวชน โดยจะต้องสร้างตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นจะต้องเริ่มต้นที่การศึกษา โดยศึกษาเปรียบเทียบทั้งการศึกษาแบบเก่า แบบใหม่ และจากต่างประเทศ รวมทั้งการเรียนของเด็กๆ ด้วย”




  • ย้ำควรให้เด็กเรียนในเวลาเรียน ลดกวดวิชา เพื่อให้มีเวลาอยู่กับครอบครัว ช่วยเหลืองานบ้านมากขึ้น


“เท่าที่ทราบคือ ทุกวันนี้เด็กเรียนเยอะ ต้องทำการบ้านถึง 4-5 ทุ่ม และจะต้องเรียนกวดวิชา จึงขอให้ ศธ.หาวิธีการเรียนใหม่ที่สอดคล้องกับการศึกษาแบบไทยๆ เด็กควรเรียนเฉพาะในเวลาเรียน ไม่ควรต้องเรียนนอกเวลา เรียนกวดวิชา จะทำอย่างไรให้เด็กได้มีเวลาอยู่่กับพ่อแม่ ครอบครัว ได้ช่วยเหลืองานบ้าน เพราะทุกวันนี้เด็กเรียนมากจนกระทั่งไม่มีเวลาหยิบจับอะไร แม้ในวันหยุดก็ต้องเรียนกวดวิชา พ่อแม่เองก็ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเรียนให้ลูก ทำให้ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน”




  • ฝากพิจารณาการจัดพิมพ์และนำหนังสือเรียนไปใช้ให้คุ้มค่า


“นักเรียนบางคนไม่ได้เรียนจากหนังสือ แต่เรียนจากชีท ซึ่งในอดีตมีการใช้หนังสือเรียน ทำให้สามารถส่งต่อกันได้ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง รุ่นน้องส่งต่อรุ่นลูกหลาน จึงเกิดข้อสงสัยว่าโรงพิมพ์ขององค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (องค์การค้าของ สกสค.) จะพิมพ์หนังสือเรียนไปทำไมเยอะแยะมากมาย แต่นักเรียนไม่ได้นำไปใช้ ขอฝากให้ช่วยดูแลด้วย”


อย่างไรก็ตาม เรื่องของการศึกษาต้องแก้ทั้งระบบต่อไป ทั้งในทุกระดับ ประเภทการศึกษา และทั้ง 5 องค์กรหลักด้วย


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
10/8/2557