เรื่องที่ 2.4 “จิกอนซาเซ” เจ้าแม่แห่งสันติภาพ
ในแวดวงลูกเสือ เรามักสอนเรื่อง กฎข้อที่ 2 “ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความซื่อตรงต่อผู้มีพระคุณ” ผ่านระเบียบวินัยและการปฏิบัติหน้าที่ แต่บทความนี้จะขอนำเสนอแง่คิดผ่านนิทานพื้นบ้านระดับโลกจากอเมริกาเหนือ ที่เชื่อมโยงไปถึงรากฐานของรัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เห็นว่าความจงรักภักดีต่อส่วนรวมนั้น มีพลังยิ่งใหญ่เพียงใด
ย้อนกลับไปกว่าสองร้อยปี (ราว ค.ศ. 1142 ถึง 1450 สมัยอยุธยาตอนปลาย) ก่อนที่โคลัมบัสจะค้นพบอเมริกา ในดินแดนอเมริกาเหนืออันกว้างใหญ่ เป็นถิ่นที่อยู่ของชนพื้นเมืองอินเดียนแดง 5 เผ่า (ได้แก่ เผ่าโมฮอว์ก, โอไนดา, โอนอนดากา, คายูกา และเซเนกา) ที่ชอบทำการรบราฆ่าฟันล้างแค้นกันไปมาไม่หยุดหย่อน เพราะในยามนั้นทุกคนเชื่อว่าการเข่นฆ่ารุกรานฝ่ายตรงข้ามคือการแสดงความรักชาติ แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงกลับมีเพียงคราบน้ำตาและความสูญเสีบของทุกฝ่าย
ท่ามกลางกลิ่นอายของสงครามชนเผ่า มีหญิงอินเดียนแดงชนเผ่า เซเนกาคนหนึ่งนามว่า “จิกอนซาเซ” (Jigonhsasee) ซึ่งแปลว่า ความสดชื่น เธอมีบ้านอยู่ บริเวณที่เป็นทางผ่านของนักรบทุกเผ่า ควันไฟที่ลอยออกมาจากบ้านยาวของเธอไม่ใช่ควันจากอาวุธสงคราม แต่เป็นควันจากการทำอาหาร เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนทุกคนอย่างเท่าเทียม จิกอนซาเซจึงเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูง ในฐานะเจ้าของที่พักที่เป็นกลาง
วันหนึ่ง กลุ่มนักรบที่บาดเจ็บถูกไล่ล่า มาเคาะประตูบ้านของเธอ กฎเหล็กของจิกอนซาเซคือ “ใครเข้าบ้านนี้ต้องวางอาวุธ” แม้การช่วยเหลือศัตรูของเผ่าอื่นจะทำให้เธอถูกเพ่งเล็งหรือมีความผิด แต่เธอกลับยึดมั่นใน “ความซื่อตรงต่อคุณธรรม” และ “ความกตัญญูต่อผืนแผ่นดิน” เธอเชื่อมั่นว่าสายเลือดที่รินไหลลงแผ่นดินเดียวกันไม่ควรถูกหลั่งด้วยความโกรธแค้น
เธอใช้ความสงบ สยบความเกลียดชัง โน้มน้าวให้ศัตรูคู่อาฆาตยอมนั่งล้อมวงกินอาหารหม้อเดียวกันได้ ความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์สันติภาพของเธอได้แผ่ขยายออกไป จนกระทั่งผู้นำชนเผ่าต่างๆ ได้ขอให้เธอมาเป็น “พยานแห่งคำสาบาน” ในการรวมชนเผ่าครั้งยิ่งใหญ่ เธอเป็นเป็นผู้เสนอให้สตรีมีสิทธิ์ในการเลือกหัวหน้าเผ่า และมีสิทธิยับยั้งในการทำสงคราม
ด้วยความจงรักภักดีต่อส่วนรวม จิกอนซาเซได้ร่วมวางรากฐานการปกครองที่เรียกว่า “กฎแห่งสันติภาพอันยิ่งใหญ่” (Great Law of Peace) แทนการจงรักภักดีต่อบุคคล หรือความแค้นส่วนตัว ด้วยหลักการที่เน้น “ความสามัคคีและการเคารพสิทธิ” นี้เอง ที่ผู้นำอย่าง เบนจามิน แฟรงคลิน นำไปเป็นต้นแบบปกครองและ ในปี ค.ศ. 1988 สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาได้ออกมติยอมรับว่า “กฎแห่งสันติภาพอันยิ่งใหญ่” ของกลุ่มชนเผ่าไอโรควอยส์ ของจิกอนซาเซ คือหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ใช้ร่างรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา
ด้วยความพยายามและความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ของเธอ อินเดียนแดงทั้ง 5 เผ่าจึงรวมตัวกันเป็น “สมาพันธรัฐอิโรควอยส์”(Iroquois Confederacy) จิกอนซาเซกลายเป็น “เจ้าแม่แห่งชนเผ่า” (Mother of Nations) ซึ่งสะท้อนว่าการจงรักภักดีต่อชาติ คือการสร้างความปึกแผ่นและความสงบสุขให้แก่แผ่นดินเกิด โดยไม่ได้หมายถึงการรบเสมอไป
จิกอนซาเซทำภารกิจเพื่อสันติภาพและการรวมเผ่าพันธุ์ที่แตกแยกรบกันให้กลายเป็นกลุ่มชนที่แข็งแกร่ง เธอจงรักภักดีต่อส่วนรวม กตัญญูต่อแผ่นดินที่ให้กำเนิด โดยการดูแลชีวิตของทุกคนที่ผ่านเข้ามาในบ้านของเธออย่างเท่าเทียม
เรื่องของจิกอนซาเซนี้ เป็นที่นิยมเล่ากันในการฝึกอบรมลูกเสือ เพราะช่วยให้ลูกเสือเห็นว่า “ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และซื่อตรงต่อผู้มีพระคุณ” (กฎลูกเสือข้อ 2) นั้น ไม่ได้เกิดจากการบังคับ แต่เกิดจากการที่คนในชาติมี “กติกาที่ยุติธรรม” และมีผู้นำที่ “ซื่อตรง” ต่ออุดมการณ์อย่างจิกอนซาเซ
เรื่องราวของจิกอนซาเซ สอนให้เรารู้ว่า ความจงรักภักดีต่อชาติ ที่แท้จริง คือการรักษากฎกติกาให้ศักดิ์สิทธิ์ และ ความซื่อตรงต่อผู้มีพระคุณ คือการรักษาความร่มเย็นของแผ่นดินเกิดไว้ให้ลูกหลาน ไม่ใช่การทำลายล้างกันเอง
การสร้างลูกเสือให้มีความจงรักภักดีตามกฎข้อ 2 สามารถถอดบทเรียนจากจิกอนซาเซได้ดังนี้:
- จงรักภักดีต่อชาติ: คือการสร้างความสามัคคีของกลุ่มชน ให้เป็นปึกแผ่น เหมือนที่จิกอนซาเซช่วยรวมอินเดียนแดง 5 เผ่าให้กลายเป็นหนึ่งเดียว
- ศาสนา: คือการยึดมั่นในคุณธรรม สัจจะ และความดีงามที่ตนถือมั่นอย่างไม่เสื่อมคลาย
- พระมหากษัตริย์ / ผู้มีพระคุณ: คือการเคารพและเชื่อฟังผู้ที่วางรากฐานความสงบสุข เหมือนที่พลเมืองเคารพรัฐธรรมนูญและบรรพบุรุษผู้สร้างชาติ
- ซื่อตรง: คือการรักษาคำพูดและหน้าที่อย่างดีที่สุด ทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพื่อเป็นที่ไว้วางใจของทุกคน
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กฎลูกเสือข้อ 2 ไม่ได้เป็นเพียงข้อปฏิบัติเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น แต่คือ “หลักการสากล” ที่จะเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นพลัง และเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นคนสำคัญที่โลกต้องจารึก
“ลูกธนูหนึ่งดอกหักง่าย แต่ถ้ามัดรวมกันไม่มีวันหัก”
เรียบเรียงจากนิทานอเมริกันอินเดียนแดง เรื่อง ราชินีสันติภาพ The Peace Queen
อาทร จันทวิมล
บทละครสั้นรอบกองไฟ: จิกอนซาเซ เจ้าแม่แห่งสันติภาพ
ตัวละคร
- จิกอนซาเซ: หญิงผู้ใจดี มีเมตตา (แต่งชุดอินเดียนแดง ถือทัพพีตักแกง)
- นักรบเผ่าโมฮอว์ก: ดุดัน (ถือขวานกระดาษ/ไม้พลอง)
- นักรบเผ่าเซเนกา: บ้าพลัง (ถือหอกจำลอง)
- ผู้เล่าเรื่อง: (แต่งชุดลูกเสือ)
- ตัวตลก/ลูกมือ: (ช่วยยกหม้อแกง ทำท่าทางตลกๆ)
(เปิดฉาก: กองไฟกลางสนาม ผู้เล่าเรื่องเดินออกมา)
ผู้เล่าเรื่อง: พี่น้องลูกเสือครับ! กฎลูกเสือข้อที่ 2 บอกว่า “ลูกเสือมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และซื่อตรงต่อผู้มีพระคุณ” วันนี้เราจะย้อนไปไกลถึงทวีปอเมริกาเหนือในยุคที่อินเดียนแดงรบกันนัวเนียยิ่งกว่าแย่งขนมในโรงเรียน! (ตรงกับไทยสมัยอยุธยาตอนกลาง)
(นักรบ 2 เผ่า วิ่งออกมาทำท่าสู้กัน มีตัวตลกคอยพากย์เสียงเอฟเฟกต์ “ฟิ้ว~ ปัง~ โอ๊ย~” แบบฮาๆ)
นักรบโมฮอว์ก: ข้าจะจัดการเจ้า! เจ้าบังอาจมาเหยียบใบไม้ในเขตของข้า!
นักรบเซเนกา: เขตเจ้าที่ไหน นี่มันทางผ่านไปเซเว่น… เอ้ย! ไปล่าสัตว์ของข้าต่างหาก ย้าก! (ทั้งคู่ล้มลุกคลุกคลานปล้ำสู้กันจนมึน หัวหมุนไปมา)
จิกอนซาเซ: (เดินออกมาพร้อมหม้อใบใหญ่) หยุดเดี๋ยวนี้! ใครจะตีกันไปตีข้างนอก แต่ถ้าจะเข้าบ้านข้า “ทุกคนต้องวางอาวุธ และห้ามทะเลาะกัน! “
นักรบโมฮอว์ก: (ทำหน้ากวน) โหย ท่านจิกอนซาเซ ข้ากำลังจะได้เปรียบเลยนะเนี่ย!
จิกอนซาเซ: ได้เปรียบตรงไหน? หน้าเจ้าบวมเป็นมะม่วงอกร่องแล้วนะนั่นน่ะ มานี่… วางอาวุธ แล้วมากินข้าวแกงสูตรพิเศษของข้าซะ
(ตัวตลกเดินถือจานออกมา เต้นท่าประหลาดๆ ประกอบการเสิร์ฟ)
นักรบเซเนกา: (ดมกลิ่น) หอมจัง… แต่คนนี้เป็นศัตรูของข้านะท่าน จะให้ข้านั่งร่วมโต๊ะกับ “ไอ้หน้าเบี้ยว” นี่เหรอ?
จิกอนซาเซ: ในบ้านข้าไม่มีศัตรู มีแต่พี่น้องที่อาศัยบนแผ่นดินเดียวกัน ความจงรักภักดีที่แท้จริงไม่ใช่การฆ่าคนเผ่าอื่น แต่มันคือการรักษาชีวิตคนในชาติให้สงบสุขต่างหาก
เอ้า กิน! ไม่กินข้าจะเอาทัพพีเคาะหัว!
(นักรบทั้งสองยอมนั่งลงกินข้าวแกง ที่อร่อยมากจนลืมโกรธ)
นักรบโมฮอว์ก: อืม… พออิ่มแล้วความโกรธมันหายไปไหนหมดนะ?
นักรบเซเนกา: จริงด้วยครับท่านจิกอนซาเซ ท่านซื่อตรงต่ออุดมการณ์สันติภาพจริงๆ ท่านก็ดูแลศัตรูเหมือนญาติ
จิกอนซาเซ: (ยิ้มอย่างภูมิใจ) ลูกธนูดอกเดียวมันหักง่าย (หยิบไม้ตะเกียบมาหักโชว์) แต่ถ้าเรามัดรวมกัน (หยิบไม้เป็นกำมาลองหัก) มันไม่มีวันหัก! พวกเจ้าจงกลับไปบอกหัวหน้าเผ่าว่า ความจงรักภักดีต่อส่วนรวมคือการสร้างกติกาที่ยุติธรรม เพื่อแผ่นดินของเราจะได้ไม่ต้องเปื้อนเลือดอีกต่อไป!
(นักรบทั้งสองจับมือกัน แล้วหันมาทำท่าตะเบ๊ะแบบลูกเสือ)
ผู้เล่าเรื่อง: และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “กฎแห่งสันติภาพ” ที่กลายเป็นต้นแบบรัฐธรรมนูญของประเทศสหรัฐอเมริกา
จิกอนซาเซไม่ได้ใช้ดาบ แต่ใช้ความซื่อตรงและหัวใจที่รักส่วนรวม สร้างชาติให้เป็นปึกแผ่น
(ตัวละครทั้งหมดออกมายืนเรียงหน้ากระดาน)
จิกอนซาเซ: จำไว้นะทุกคน ความจงรักภักดีเริ่มต้นที่ “ความสามัคคี”
ตัวตลก: ความซื่อตรงเริ่มต้นที่ “อย่าแอบกินขนมเพื่อน” ครับผม! (ทำท่าตลกปิดท้าย)
ทุกคน: (ร้องเพลง รักกันไว้เถิด ) ลูกเสือมีความจงรักภักดีและซื่อตรง! (ทำท่าวันทยหัตถ์)
คติสอนใจ: การจงรักภักดีต่อชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการสร้างความสามัคคีและความสงบสุขให้แก่แผ่นดิน
อาทร จันทวิมล
