เยาวชนบ้านแหลมฝึกโขนเด็ก สามารถออกแสดงโชว์ตามงานเป็นรายได้เสริม

เยาวชนบ้านแหลมฝึกโขนเด็ก สามารถออกแสดงโชว์ตามงานเป็นรายได้เสริม

          ภัทรพงษ์ ปานปิ่นทอง
          ประดิษฐ์ เหลืองอร่าม
          เพชรบุรี

          ปัจจุบันศิลปะการแสดงไทยยังคงได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนในต่างจังหวัดอยู่ไม่น้อย เนื่องจากมีความสวยงาม อ่อนช้อย ทั้งยังมีผู้เฒ่าผู้แก่คอยให้คำแนะนำสั่งสอนไล่กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่มาสู่รุ่นลูกศิลปะการแสดงไทยจึงยังสามารถพบเห็นได้อยู่ตลอดแม้อาจจะไม่หนาตาแต่ก็ไม่ได้สูญหายไปแต่อย่างใด ดังเช่นที่บ้านของนางบุณณดา บัวอ่อน อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 147/1 หมู่ 5 ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่มีการรวมตัวของเด็กๆ วัยกำลังเรียนอยู่ระดับอนุบาลและประถมศึกษา กำลังฝึกซ้อมเรียนรำโขนช่วงหลังเลิกเรียนและช่วงปิดเทอมเป็นประจำทุกวัน จนสามารถออกแสดงโชว์ตามงานต่างๆ ได้ เป็นรายได้เสริมช่วยเหลือผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี

          นางบุณณดา บัวอ่อน เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นผู้ดูแลการเรียนของเด็กๆ ทั้งหมด เผยว่า การรวมกลุ่มเรียนรำโขนของเด็กๆ นั้นเกิดขึ้นมาจากเหตุผลในด้านอาชีพที่ไม่แน่นอนของครอบครัวที่จะมีผลต่อไปถึงลูกได้ จึงเห็นว่าการแสดงศิลปวัฒนธรรมเกี่ยวกับการร่ายรำน่าจะเป็นอาชีพให้กับลูกได้ และยังเป็นการสร้างเวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในช่วงระหว่างเรียน ไม่ให้ไปเล่นเกมส์เหมือนกับเด็กทั่วไป เริ่มแรกได้ส่งลูกชายคนแรกคือ ด.ช.ศรัญญู หรือน้องบอส บัวอ่อน ปัจจุบันอายุ 10 ขวบ ไปฝึกเรียนรำกับครูเยาว์ ยอดเยาวมาล เจ้าของละครรำบริเวณหน้าวัดโคก อ.เมือง จ.เพชรบุรี ในปี 2549 เรียนรู้จนกระทั่งออกแสดงร่ายรำตามงานต่างๆ ได้ และในระหว่างที่เดินทางไปแสดงโชว์ในงานต่างๆ หลายครั้งจะต้องมีการแสดงคู่ เบื้องต้นต้องอาศัยจับคู่กับเยาวชนในพื้นที่ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือหลายพื้นที่ไม่มีเยาวชนที่จะมาร่ายรำเป็นคู่ให้ก็จะเกิดปัญหาขึ้น อีกทั้งเยาวชนที่ร่ายรำคู่กันเขากำลังศึกษาในระดับชั้นที่สูงกว่าทำให้ไม่สามารถมาแสดงกับลูกชายได้ ที่สำคัญด้วยฐานะทางครอบครัวไม่ดีจึงคิดไว้ว่าหากลูกไม่ต้องการเรียนสูงก็จะสนับสนุนให้ลูกใช้ศิลปะการร่ายรำเป็นอาชีพ จึงได้ให้ลูกชายอีก 1 คนคือ ด.ช.ภาณุภาพ บัวอ่อน อายุ 7 ขวบ ไปเรียนรำคู่กับพี่ชาย จนทำการแสดงคู่กันได้ ต่อมาได้มีเพื่อนบ้านประสงค์ส่งลูกเข้ามาร่วมเรียนด้วยอีก 2 คน เพราะเห็นดีด้วยที่จะทำให้เด็กได้มีเวลาว่างลดน้อยลง ใช้เวลาว่างที่หมดไปให้เกิดประโยชน์ โดยมีลูกชาย 2 คนของตนเองเป็นผู้สอนให้

          แต่ต่อมาลูกชายก็ได้เปลี่ยนไปเรียนรำโขนพากษ์แทน โดยให้เหตุผลว่าชอบท่าร่ายรำที่สวยกว่า ฝึกเรียนจนสามารถออกไปแสดงโชว์ได้ เวทีแรกที่ลูกชายได้ขึ้นแสดงโขนคือบนเวทีลิเกไชยา มิตรชัย ที่เดินทางมาเล่นในพื้นที่ อ.บ้านแหลม แต่ทว่าขณะนั้นชุดแสดงโขนของลูกชายยังมีไม่ครบ โดยเฉพาะหัวหนุมาน ซึ่งได้สั่งทำไว้แต่ยังไม่มีเงินจ่าย แต่ปรากฏว่าช่วงก่อนที่ผู้ทำจะนำหัวโขนมาให้ตนได้ถูกลอตเตอรี่ 1 คู่ ทำให้มีเงินจ่ายค่าหัวโขน จึงมีความคิดในใจว่าลูกเราน่าจะมีพรสวรรค์ทางด้านนี้จึงเกิดสิ่งดีๆ ขึ้น จึงตัดสินใจให้ลูกมุ่งเรียนการแสดงโขนอย่างจริงจังแทนการเรียนรำลิเกตามที่ตั้งใจไว้ตอนแรก การเรียนได้รับการช่วยเหลือจากผู้ที่ทำหัวโขน เนื่องจากเขาเคยอยู่กรมศิลปากรมาก่อน โดยจะสอนท่ารำโขนเบื้องต้นให้ นอกจากนั้นลูกชายจะเรียนท่ารำผ่านแผ่นซีดี อีกทั้งยังได้รับความอนุเคราะห์จากคุณสมศักดิ์ คุ้มสะดวก ที่ทางบ้านนับถือในฐานะคุณตา เดินทางมาฝึกสอนให้เป็นครั้งคราว ทำให้สามารถแสดงโขนและออกไปแสดงตามงานต่างๆ ได้ จึงมีผู้ปกครองหลายท่านสนใจติดต่อขอนำลูกมาเรียนเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีทั้งหญิงและชายรวม 17 คน เริ่มตั้งแต่อายุ 3 ขวบเป็นต้นไป

          นางบุณณดา เผยต่อว่า การฝึกซ้อมจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนเกือบทุกวัน เด็กจะมารับประทานอาหารเย็นที่บ้าน และเลิกฝึกซ้อมในเวลา 20.00 น. ได้รับการสนับสนุนค่าอาหารจากผู้ปกครองที่นำเด็กมาฝากเรียน ในช่วงที่ปิดภาคเรียนเด็กคนไหนที่มีเวลามากก็จะมาซ้อมการแสดงกันทั้งวัน การฝึกซ้อมทั้งหมดจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สถานที่ฝึกซ้อมก็ใช้บริเวณหน้าบ้าน ล่าสุดมีโอกาสได้ไปแสดงโชว์ใน”งานพระนครคีรี เมืองเพชร ครั้งที่ 24 ที่ผ่านมาในชื่อชุด พระรามตามกวาง และเป็นการแสดงครั้งแรกที่เยาวชนที่มาฝึกเรียนจะได้มีโอกาสแสดงครบทุกคน แม้ว่าชุดที่ใส่สำหรับแสดงจะยังไม่มีครบทุกคนก็จะใช้วิธีเช่าชุดแทน เมื่อมีรายได้ที่เป็นเงินรางวัลเข้ามาก็จะทยอยซื้อเพิ่มเพื่อให้เยาวชนทุกคนมีชุดการแสดงครบ

          การฝึกซ้อมเล่าเรียนทั้งหมดลูกชายและเพื่อนๆ เขาจะเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งการแกะท่ารำจาก
          แผ่นซีดีควบคู่ไปกับการสอนของคุณสมศักดิ์
          ที่มีเวลามาสอนให้ไม่มากนักเพราะพัก
          อาศัยอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งตนไม่ได้มีความรู้

          ในด้านนี้จึงทำได้ด้วยการสนับสนุนหาเวทีการแสดงให้เขาได้ทดสอบฝีมือและกล้าแสดงออก ส่วนมากจะไปขอเจ้าของงานเพื่อทำการแสดง แต่ก็มีบ้างที่มีมาติดต่อไปแสดง หลายครั้งต้องไปแสดงร่วมกับคณะโขนจากที่อื่น โดยจะไม่มีการเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนเงินที่ทางเจ้าของงานให้

          มากบ้างน้อยบ้างถือว่าเป็นรางวัลน้ำใจให้กับเด็ก
          แม้ในขณะนี้จะมีเด็กมาเรียนมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดยังอยู่ในวัยเรียน เราไม่ได้บังคับว่าเด็กทุกคนเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องอยู่ที่นี่ เด็กทุกคนมีอิสระ เมื่อเรียนจบระดับประถมแล้วสามารถไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นก็จะเป็นสิ่งดี โดยวิชาการร่ายรำก็จะติดตัวไปด้วย ถือเป็นความรู้รอบตัว นางบุณณดา กล่าวท้ายสุด

          ด.ช.ศรัญญู บัวอ่อน  เผยว่า ตอนแรกตั้งใจจะฝึกรำเพื่อเล่นลิเก แต่เมื่อมาเรียนโขนก็ชอบ เนื่องจากมีลีลาการร่ายรำมากกว่าลิเก สิ่งเป็นแรงใจอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ตนตัดสินใจเรียนการแสดงโขนเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสืบทอดวัฒนธรรมไทยอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนมุ่งมานะเรียนมากขึ้น แม้ว่าผู้สอนจะไม่มีเวลามาสอนตลอด แต่เราได้แกะท่ารำจากการแสดงโขนในแผ่นซีดีแทน การเรียนโขนหากคนที่มีใจรักจริงๆ จะเรียนไม่ยาก แต่หากคนที่ไม่มีใจรักก็จะมองดูว่ายาก ช่วงที่ออกแสดงบนเวทีแรกๆ รู้สึกตื่นเต้น แต่พอออกแสดงมากขึ้นทำให้ความตื่นเต้นหายไป ยิ่งได้แสดงมากทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น ขณะนี้กำลังเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบ้านแหลม ซึ่งก็ไม่มีปัญหากับการเรียนปกติ เพราะเราใช้เวลาหลังเลิกเรียนฝึกซ้อม ช่วงปิดภาคเรียนก็จะมีเวลาฝึกซ้อมมากขึ้น เมื่อมีการบ้านหากเป็นไปได้มีเวลาพอก็จะทำช่วงที่อยู่โรงเรียน หากไม่เสร็จก็จะมาทำต่อที่บ้าน และมองว่าการเรียนผ่านแผ่นซีดีนั้นเป็นการรักษาวัฒนธรรมไทยที่ไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง

          แหล่งที่มาของข่าว: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง