เภสัชฯ มช.วิจัย “ตะไคร้ต้น” จากเครื่องเทศบนดอยสู่น้ำมันหอมระเหย

เภสัชฯ มช.วิจัย “ตะไคร้ต้น” จากเครื่องเทศบนดอยสู่น้ำมันหอมระเหย

       คณะ เภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลือกวิจัย “ตะไคร้ต้น” เครื่องเทศชั้นดีของผู้คนบนดอย มีกลิ่นหอมเหมือนตะไคร้ผสมมะนาว และมีรสเผ็ดซ่า วิจัย พบมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยสูง และมีคุณสมบัติเด่นทั้งเป็นอโรมาทอราปีและมีฤทธิ์ไล่ยุงได้ดี แนะนำให้ส่งเสริมการใช้ในชุมชนให้มากขึ้น
       
       โครงการวิจัยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไล่ยุงจากน้ำมันตะไคร้ต้น เป็นโครงการที่ริเริ่มโดย ศูนย์วิจัยสมุนไพรภาคเหนือ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมี ผศ.ดร.ภญ.สุนีย์ จันทร์สกาว เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อมทีมวิจัย รศ.ภก.ปราโมทย์ ทิพย์ดวงตา, รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด, รศ.ดร.ภก.วิรัตน์ นิวัฒนนันท์ และ รศ.ภญ.สุวรรณา เวชอภิกุล โดยนำตะไคร้ต้นมาจากอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่ามีน้ำมันหอมระเหยในปริมาณสูง มีกลิ่นที่ผสมผสานของตะไคร้และมะนาว จึงสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทั้งสำหรับอโรมาเทอราปีและผลิตภัณฑ์ไล่ยุงได้

“ตะไคร้ต้น” เครื่องเทศชั้นดีของผู้คนบนดอย มีกลิ่นหอมเหมือนตะไคร้ผสมมะนาวและมีรสเผ็ดซ่า

       ผศ.ดร.ภญ.สุนีย์ จันทร์สกาว หัว หน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ทีมวิจัยเห็นว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายของพรรณพืช มีน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพรไทยหลายชนิดที่มีรายงาน และมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ไล่ยุง จึงให้ความสนใจ “ตะไคร้ต้น” ซึ่งเป็นพืชที่พบมากในท้องถิ่น มีองค์ประกอบทางเคมีที่ใกล้เคียงกับตะไคร้ และเป็นพืชที่ให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหยที่สูงถึง 3-5%
       
       น้ำมันตะไคร้ต้น เมื่อนำมาเตรียมเป็นผลิตภัณฑ์ในความเข้มข้น 15% สามารถให้ผลในการไล่ยุง Cx.Quinquefasciatus ได้ 48.1-76.2% ขณะที่ให้ผลในการไล่ยุง Ae.Aegypti ได้ 20.5-28.9% ซึ่งให้ผลดีพอๆ กับน้ำมันตะไคร้หอม แต่เป็นที่พึงพอใจมากกว่าเนื่องจากกลิ่นที่ดี ดังนั้น ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไล่ยุง ให้เป็นทางเลือกหนึ่งกับผู้บริโภคในการเลือกใช้ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการไล่ยุงด้วยการใช้ร่วมกับน้ำมันหอมระเหยชนิด อื่น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุงที่มีคุณภาพและเป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค
       
       ตะไคร้ต้น มีชื่อสามัญคือ ตะไคร้ต้น จะไคร้ต้น ตะไคร้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ Litsea cubeba (Lour.) Pers.วงศ์ LAURACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นต้นไม้สูงถึง 10 เมตร ผลัดใบและกึ่งผลัดใบ ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ เมื่อขยี้ใบดมดูจะมีกลิ่นเหมือนตะไคร้บ้าน ส่วนดอก ออกเป็นช่อกลมที่ซอกใบ เป็นกระจุกแน่น แต่ละช่อมี 4-6 ผลสด มีรูปทรงกลมสีเขียว ส่วนที่มีน้ำมันคือที่เปลือกผล ซึ่งจะมีต่อมน้ำมัน เมื่อผลสุกหรือผลแห้งจะเป็นสีดำ
       
       ตะไคร้ต้นจะพบได้ในแถบพื้นที่ป่า บนที่สูงของป่าดงดิบ ใกล้ห้วย หรือริมลำธาร ซึ่งชาวบ้านบนดอย หรือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ชายป่านิยมนำมาเป็นอาหาร เป็นเครื่องเทศประจำบ้าน ซึ่งในการศึกษานี้เก็บตะไคร้ต้นจากป่าชุมชนในอำเภอเวียงแหง จ.เชียงใหม่

เพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบสมุนไพร ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและยังเป็นการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

       ทีมวิจัยได้นำผลตะไคร้ต้นสด ไปกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยวิธีการกลั่นด้วยน้ำ น้ำมันหอมระเหยที่ได้นำมาเตรียมเป็นสารละลายความเข้มข้น 5, 15 และ 20% ในน้ำมันแร่ แล้วนำไปทดสอบประสิทธิภาพในการป้องกันยุง พบว่า น้ำมันตะไคร้ต้นที่ความเข้มข้น 15% มีค่าเฉลี่ยของระยะเวลาในการป้องกันยุงกัดนานที่สุด คือ 4.75 ชั่วโมง รองลงมา คือ น้ำมันตะไคร้ต้นความเข้มข้น 5% มีค่าเฉลี่ยของระยะเวลาในการป้องกันยุงกัดเท่ากับ 4.37 ชั่วโมง
       
       ดังนั้น ทีมวิจัยจึงเลือกน้ำมันหอมระเหยที่ความเข้มข้น 5%, 10% และ 15% มาเตรียมผลิตภัณฑ์ 4 รูปแบบ ได้แก่ ครีม โลชัน เจล และสเปรย์ และจากการศึกษาประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง 4 รูปแบบ พบว่า ผลิตภัณฑ์เจล 15% สเปรย์ 10% และเจล 10% มีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงกัดดีที่สุด และมีความแตกต่างทางสถิติกับทุกผลิตภัณฑ์ (p > 0.05) โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงกัด
       
       “จากผลการศึกษาครั้งนี้ พบว่า น้ำมันตะไคร้ต้นที่เป็นผลผลิตในประเทศไทย ให้ผลในการป้องกันยุงกัด เช่นเดียวกับข้อมูลที่เคยมีรายงานในต่างประเทศ และในการศึกษานี้ได้เพิ่มเติมผลในการป้องกันยุงกัดของผลิตภัณฑ์น้ำมันตะไคร้ ต้นในรูปแบบต่างๆ และในความเข้มข้นที่ต่างกัน เนื่องจากในปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ในบางครั้งขนาดที่ใช้ที่เหมาะสมยังขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนการ ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ทำให้ผู้ใช้ขาดความเชื่อมั่น”
       

       จากผลการศึกษาฤทธิ์ในการป้องกันยุง พบว่า น้ำมันตะไคร้ต้นมีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ถึง 4-5 ชั่วโมง ซึ่งน้ำมันตะไคร้ต้นน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งของสารจากธรรมชาติที่ใช้ในการ ป้องกันยุงโดยเฉพาะยุงลาย ซึ่งหากมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปในการใช้ร่วมกับน้ำมันหอมระเหยชนิดอื่น หรืออาศัยเทคโนโลยีทางเภสัชกรรม อาจจะได้ผลิตภัณฑ์ป้องกันยุงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้นานขึ้น ทำให้สะดวกในการใช้ และยังมีผลข้างเคียงน้อย
       
       “ต่อเนื่องจากผลการศึกษาวิจัย เราก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่มีการเตรียมไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่อที่จะนำไปถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน เป็นการเพิ่มคุณค่าของตะไคร้ต้น จากเครื่องเทศบนดอย มาสู่ผลิตภัณฑ์พืชหอมเพื่อสุขภาพ เพราะน้ำมันตะไคร้ต้นยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางสุคนธบำบัด โดยทำให้รู้สึกสดชื่นเมื่อสูดดม และด้วยกลิ่นที่คล้ายตะไคร้ผสมมะนาวนั้นทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ จึงควรมีการส่งเสริมให้มีการพัฒนาต่อยอดในระดับอุตสาหกรรม โดยการนำตะไคร้ต้นซึ่งเป็นพืชที่พบมากในพื้นที่สูง และเป็นพืชที่ให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหยในปริมาณที่สูง นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบสมุนไพร ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและยังเป็นการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน” ผศ.ดร.ภญ.สุนีย์ กล่าวทิ้งท้าย

 

แหล่งที่มาและภาพประกอบ : http://www.manager.co.th/