นิภาวรรณ ปรมาธิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
เภสัชรังสีสำหรับวินิจฉัยโรคมะเร็ง สามารถบอกตำแหน่งเซลล์ผิดปกติได้แม่นยำ พร้อมกับพัฒนาตัวยายับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งต้นทุนต่ำ
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ร่วมกับทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ พัฒนาเภสัชรังสีสำหรับวินิจฉัยโรคมะเร็ง
น.ส.นิภาวรรณ ปรมาธิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ผลงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือระหว่างสทน.และทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) ซึ่งถ่ายทอดความรู้ด้านเภสัชรังสีวินิจฉัยและรักษามะเร็งจนสามารถพัฒนาเป็นตัวยาสำเร็จ และส่งต่อความรู้ให้แก่ศูนย์ไอโซโทปรังสีเพื่อนำไปผลิต บริการเชิงพาณิชย์แก่หน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
หลังจากพัฒนาเภสัชรังสีวินิจฉัยสำเร็จ และนำไปทดสอบตรวจหาเซลล์มะเร็งระยะต่างๆ โดยทีมแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชและโรงพยาบาลรามาธิบดี พบว่าให้ผลดีกว่าการวินิจฉัยที่ใช้อยู่เดิม ช่วยให้แพทย์รู้ตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติของเซลล์ในร่างกายได้แม่นยำ และรู้ขนาดชัดเจนขึ้น
การใช้เภสัชรังสีวินิจฉัยโรค แพทย์จะฉีดยาเข้าที่เส้นเลือดดำบริเวณต้นแขนเพื่อให้ตัวยาจะวิ่งไปตามกระแสเลือด การตรวจมะเร็งแต่ละชนิดจะใช้ตัวยาที่ต่างกันไป เช่น การวินิจฉัยมะเร็งกระดูก แพทย์จะฉีดยาที่มีสารประกอบฟอสเฟต ซึ่งตัวยาจะจับกับกระดูกที่พบเซลล์ผิดปกติ โดยแพทย์สามารถสังเกตเห็นตำแหน่งดังกล่าวได้จากภาพเอ็กซ์เรย์ และสามารถเลือกวิธีการรักษาได้เหมาะสมอย่างทันท่วงที
นอกจากมะเร็งกระดูกแล้ว ยังมีเภสัชรังสีวินิจฉัยสำหรับมะเร็งต่อมไร้ท่อ เช่น มะเร็งตับอ่อน มะเร็งต่อมไทรอยด์ ซึ่งไม่ตอบสนองต่อการวินิจฉัยด้วยยาปกติ มะเร็งในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 10 ปีระยะแรกเริ่ม มะเร็งปอด มะเร็งต่อมหมวกไต
ขณะเดียวกัน ทีมวิจัยสทน.ยังพัฒนายารักษามะเร็ง 4 ชนิด ได้แก่ ยารักษาโรคปวดข้อรูมาตอยด์ ยาบรรเทาอาการปวดของมะเร็งที่กระดูก ยาบำบัดความผิดปกติและรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ ยาบำบัดมะเร็งต่อมหมวกไต ผลจากการทดสอบกับผู้ป่วยพบว่าสามารถยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ผลดี และไม่พบอาการข้างเคียงอีกด้วย
“เราตั้งเป้าพัฒนายาที่สามารถวินิจฉัยมะเร็งที่เกิดในอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เพื่อเป็นทางเลือกแก่แพทย์และคนไข้ในอนาคต คาดว่าจะลดต้นทุนในการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยมะเร็งไทยได้มาก” นักวิจัย กล่าว
การใช้เภสัชรังสีช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย และแพทย์รู้ตำแหน่งที่เกิดโรคได้ตั้งแต่มะเร็งระยะเริ่มแรก ต่างจากการวินิจฉัยด้วยวิธีเดิม แพทย์จะรู้ว่าร่างกายเกิดความผิดปกติจากฮอร์โมนที่ผิดปกติ ซึ่งกว่าจะรู้ตำแหน่งที่ชัดเจนบางครั้งก็อยู่ในระยะที่มะเร็งมีขนาดใหญ่แล้ว
ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) เสริมว่า ทีมวิจัยของสทน. อยู่ระหว่างพัฒนายาในรูปพร้อมฉีด และพร้อมกิน เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และตั้งเป้าจะผลิตจำหน่ายในราคาต้นทุน เพื่อให้แพทย์และคนไข้มีโอกาสเข้าถึงยาที่เป็นผลงานนักวิจัยไทยได้มากที่สุด
แหล่งที่มาของข่าว : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
