เปิดอาคารหอประชุม "อาคาร ๕๖ ปี สกศ."

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ) และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ร่วมพิธีทำบุญและเปิดอาคารหอประชุม “อาคาร ๕๖ ปี สกศ.” โดยมีเลขาธิการสภาการศึกษา (นางสุทธศรี วงษ์สมาน) พร้อมคณะผู้บริหารและข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมกำแหง พลางกูร ชั้น ๓ อาคาร ๕๖ ปี สกศ. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

 

     โอกาสนี้ เลขาธิการสภาการศึกษา ได้นำเสนอผลการดำเนินงานปี ๒๕๕๘ ของ สกศ. และแนวทางดำเนินงานในปี ๒๕๕๙ โดย พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายว่า แนวทางการดำเนินงานของ สกศ. มีภาระสำคัญด้านการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวางเป้าหมายให้ชัดเจน ตลอดจนการประสานเชื่อมโยงกันของทั้ง ๕ องค์กรหลัก ในกระทรวงศึกษาธิการ สร้างให้เกิดแนวนโยบายและแผนในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับการศึกษาของประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้อย่างไม่เป็นรองชาติใดในโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอฝากให้ สกศ. เร่งศึกษาและวิเคราะห์วางแผนการพัฒนากำลังคนในรุ่นที่ ๓ แบบเดียวกับที่ประเทศสิงคโปร์ได้ดำเนินการมาแล้ว เพื่อปรับใช้กับแนวทางปฏิรูปการศึกษาที่กำลังขับเคลื่อนอยู่ สร้างให้เกิดคนไทยรุ่นใหม่ที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของดลก เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป

          ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวมอบแนวทางการทำงานของ สกศ. ในปี ๒๕๕๙ สรุปสาระสำคัญ ๕ เรื่อง ดังนี้

๑) สกศ. ควรรักษาคุณภาพในฐานะหน่วยงานหลักด้านจัดทำนโยบายและแผนการศึกษาของชาติ และสามารถการวางแผนการดำเนินการต่าง ๆ ด้านการศึกษา (Blue print) นำเสนอ/แนะนำแก่รัฐบาลได้เป็นอย่างดี ถือเป็นมันสมองสำคัญด้านการศึกษาของชาติ 

๒) สกศ. ควรมีการสื่อสาร หรือบอกกล่าวกับสังคม ประชาชน และหน่วยงานอื่น ๆ เป็นระยะด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ๆ ว่า สกศ. กำลังดำเนินงานในนโยบายเรื่องใด และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาระบบการศึกษาของชาติ สร้างให้เกิดการรับรู้และเข้าใจร่วมกันของทุกฝ่าย  

๓) สกศ. ควรดำเนินงานด้านนโยบายและแผนการศึกษาของชาติที่ไม่ซ้ำซ้อนกับการดำเนินงานของ ๔ องค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ และอยากให้มีการหารือประชุมร่วมกันเป็นระยะ เพื่อเชื่อมโยงให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ

๔) แนวทางการศึกษาและวิจัยของ สกศ. ควรมีความชัดเจน และเกิดประโยชน์ต่อการนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดต่อระบบการศึกษาไทย

๕) แนวทางการประเมินผลด้านการศึกษาของ สกศ. ควรสร้างระบบให้เกิดความชัดเจน และเกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาระบบการศึกษาไทย

ข่าวสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)