สองหนุ่มนักสร้างสรรค์ไอเดีย สู่รางวัลฝีมือแรงงานแห่งชาติ ของ นศ.มทร.ธัญบุรี ที่สามารถคว้ารางวัลเหรียญเงิน จากการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ด้วยการนำแนวคิดที่เป็นตัวของตัวเองโชว์พร้อมกับความมีใจรักในงาน ทำให้ผลงานที่ทั้งสองตั้งอกตั้งใจสร้างสรรค์ออกมาประสบความสำเร็จ
|
||
“อยากเป็นครูสอนจัดดอกไม้ งานทางด้านดอกไม้ และงานใบตอง ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่สวยงาม อยากที่จะอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน” คำบอกเล่าของ “แจ๊ค นายชลิต เฉียงกลาง” นัก ศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เจ้าของเหรียญเงินสาขาจัดดอกไม้
แจ๊คเล่าว่า หลังจากที่เข้ามาเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ และได้เรียนรู้เทคนิคและวิธีการจัดดอกไม้ ก็ทำให้เห็นว่าเทคนิคในการเลือกใช้สีของดอกไม้ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องเลือกให้สีมีความสมดุลกันเข้ากัน โดยเทคนิคในการใช้สีมีหลายรูปแบบ ไม่มีจะเป็นสีโทนเดียวกัน สีตัดกัน และในการแข่งขันครั้งนี้ได้นำเทคนิคในการเลือกสีของดอกไม้และ การผูก มัด รัด โยง อีกทั้งการพับกลีบดอกไม้ การแปะใบไม้ การดูแลรักษาดอกไม้ และองค์ประกอบของศิลปะ มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
“ระหว่างการแข่งขันในแต่ละวันจะเผื่อ เวลาไว้เก็บรายละเอียดของผลงาน และท่องจำไว้เสมอว่าหัวใจหลักของการจัดดอกไม้ คือ ความละเอียดปราณีต สะอาดเรียบร้อย เป็นสิ่งสำคัญ รางวัลในครั้งนี้นับว่าเกิดจากความรักในการสร้างสรรค์ผลงานและอยากขอบคุณ ผศ.วินัย ตาระเวช และ อ.วิจิตร สนหอม อาจารย์สอนจัดดอกไม้ และคอยให้คำปรึกษา อีกทั้งทำให้รู้ว่า อาชีพการจัดดอกไม้เป็นสายงานที่ทำงานได้หลากหลาย เช่น มีธุรกิจส่วนตัว และรับงานตามโอกาสต่างๆ”
|
||
เจ้าของเหรียญเงินสาขาจัดดอกไม้ เล่าต่อว่า ตนเป็นตัวแทนภาค 1 จังหวัดสมุทรปราการในการเข้าแข่งสาขาจัดดอกไม้ ซึ่งมีตัวแทนเข้าแข่งขันทั้งหมด 12 คนทั่วประเทศไทย ในการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 วัน โดยแข่งขันการจัดดอกไม้วันละ 4 รายการ วันแรกแข่งขันการจัด 1.การจัดหรีด (Wreath not for a funeral) เวลา 2 ชั่วโมง ข้อจำกัดให้ใช้ฟลอรัลโฟมสำเร็จรูป โดยตนเองเลือกใช้ดอกสต๊อกและดอกสโนว์บอล เนื่องจากเป็นหรีดงานมงคล ลักษณะหรีดวงกลม สานใบลานที่ย้อมเป็นสีเหลืองเป็นรังนกหมุนเป็นเกลียว 2.การจัดดอกไม้ในภาชนะ (flowers arrangement) เวลา 1 ชั่วโมง ข้อกำจัดการจัดให้เหมาะสมกับภาชนะ เลือกเซรามิกทรงกลม โครงสร้างการจัดเหมือนใยแมงมุม โทนสีม่วงตัดกับสีเหลืองของแจกัน เลือกดอกคาร์เนชั่น ใบหัวใจล้านดวง กุหลาบหนูสีชมพูม่วง นำไม้เสียบลูกชิ้นปักรอบให้มีลักษณะเป็นวงกลม จากนั้นนำฟางลาเฟียรแห้งสานโยงไปมาให้ไปในแนวทางเดียวกัน
“3.การจัดตกแต่งห้องแบบแขวน (hanging room decoration) เวลา 2 ชั่วโมง ข้อจำกัดสามารถมองได้รอบด้าน ลักษณะทำเป็นชั้นลักษณะสีเหลี่ยม เรียงต่างกัน 3 ระดับ ลำดับจาก เล็ก กลาง ใหญ่ ใช้ดอกกุหลาบสีแดง คาเนชั่นสีแดง ตกแต่งเป็นโทนสีแดงตัดกันโครงสร้างสีเขียวของใบลานย้อมสี และ 4.การจัดช่อดอกไม้ (hand tied bouquet) เวลา 1 ชั่วโมง ข้อจำกัดจัดให้เหมาะกับภาชนะ แนวคิดในการจัดคือวงกลมพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ดอกไม้ที่ใช้ คือ ก้านแคงการู คาเนชั่นสีชมพู กุหลาบหนูสีชมพู และดอกกุหลาบฮอลแลนด์สีแดง” แจ๊ค เล่า
|
||
|
||
เจ้าของเหรียญเงินสาขาจัดดอกไม้ เล่าต่อว่า ในวันที่ 2 แบ่งออกเป็น 4 รายการ ได้แก่ 1.การทำเครื่องประดับด้วยดอกไม้ (floral jewel) เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งหัวข้อนี้ทราบในวันแข่งขัน เลือกทำเป็นเครื่องประดับสร้อยคอเพราะว่า สร้อยคอคนสามารถมองเห็นได้ง่าย เลือกใช้ริบบิ้นลวดสีมุกมาเก็บรายละเอียดด้วยลวดเคลือบสีเงิน ตกแต่งด้วยไม้ตัดเป็นท่อนขนาด 1 นิ้ว จากนั้นใช้ดอกยิปโซสีขาว และใบหัวใจล้านดวง แปะลงทีละดอกและทีละใบ ในลักษณะกระจายตัว 2.การจัดดอกไม้ตามหัวข้อที่กำหนด (surprise box) เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ข้อจำกัดให้ใช้ของตามที่กำหนด หัวข้อที่กำหนดโจทย์ “หน้ากากสำหรับเลดี้กาก้า” จากโจทย์จึงทำเป็นหน้ากาก นำลวดมาเป็นโครงสร้าง จากนั้นแปะด้วยกลีบของแวนด้าสีม่วง สีเหลือง ดอกกล้วยดอกไม้ช้างกระ ใบซุ่มกระต่าย ใบไผ่ฟิลลิปปินน์ และเมล็ดธัญพืชต่างๆ ที่ได้กำหนดให้
“3.การออกแบบเกี่ยวกับงานแต่งงาน (bridel disign) เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ข้อจำกัดจัดช่อเจ้าสาวให้เหมาะสมกับชุดแต่งงานที่จัดไว้ให้ ออกแบบเป็นลักษณะของโคนไอศรีม โครงสร้างของช่อทำมาจากกระดาษลังที่หาได้จากรอบตัว ปิดโครงสร้างด้วยใบลิลลี่ ใช้ดอกคาร์เนชั่น ไลเซ็นทัส นำใบซุ่มกระต่ายมาทำให้เป็นเส้นโครงเชื่อมต่อกัน เพิ่มความน่าสนใจของชิ้นงานด้วย มุข และนำกลีบดอกไม้มาพัน ร้อยเป็นเส้น ตกแต่งรอบช่อ และรายการที่ 4.การจัดตกแต่งโต๊ะ เวลา 2 ชั่วโมง ออกแบบโดยมีลักษณะเหมือนตัว L ใช้ดอกสต็อกจัดในลักษณะของดอกไม้โค้งไปหากันเป็นกลุ่ม ใช้ดอกของดอกเดฟฟีเมียม มาติดเป็นตกแต่ง โครงสร้าง โดยติดดอกใหญ่กระจายไปดอกเล็ก โดยเป็นโทนของสีชมพูและสีม่วงใช้ดอกสต๊อก ใบของต้นพญา ส่วนโครงสร้างใช้กิ่งไม้แห้งมัดด้วยเคเบิลไทล์ ทำออกมาให้แข็งแรง”
|
||
จากผู้เข้าแข่งขันทั่วประเทศ 12 จังหวัด ตัวแทนภาค 8 จังหวัดนครสวรรค์ “ปอ นาย ว.อรรณพ จันทร์โท” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ เล่าว่า การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 วัน โดยในวันแรกแข่งขันการประกอบอาหาร 3 เมนู คือ น้ำพริกกะปิ ยำถั่วพู บัวลอยสามสี ส่วนวันที่สองต้องคิดเมนูเอง แต่จะประกอบตามวัตถุดิบที่มีอยู่ ซึ่งตนได้โชว์เมนู “ปลาหมึกสอดไส้ราดซอสพะแนง” อาหารคาวรสชาติไทยๆ ของซอสพะแนงกินคู่กับปลาหมึกยัดไส้ไก่
|
||
“เคล็ดลับสำหรับเมนู 3 เมนูบังคับ คือ น้ำพริกกะปิ ต้องเลือกใช้กะปิอย่างดี และชิมดูก่อนว่าเค็มหรือจืดเกินไปไหม ถ้าเค็มมากก็จะได้ลดส่วนประกอบอื่นๆ ลง น้ำพริกกะปิที่ดี จะไม่ข้นจนเป็นโคลน หรือเหลวจนเกินไป รสชาติต้อง 3 รส เปรี้ยว เค็ม หวาน และจะต้องไม่เหม็นคาวกะปิ ถัดมาที่ ยำถั่วพู ความอร่อยอยู่ที่น้ำยำ รสชาติต้องกลมกล่อม เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ดเล็กน้อย น้ำพริกเผาที่นำมาทำน้ำยำต้องเป็นน้ำพริกเผาที่ทำเอง ที่สำคัญ เทคนิคในการลวกถั่วพู ต้องลวกไม่ให้ถั่วพูดำ วิธีการลวก คือ น้ำต้องเดือดจัด ลวกประมาณ 3 นาที แล้วก็นำมาแช่น้ำเย็นทันที” ปอ เล่า
เมนูสุดท้าย “บัวลอยสามสี” ปอ เล่าต่อว่า เม็ดบัวลอยต้องสุก ไม่แช่น้ำนานเกินไป เพราะจะทำให้เม็ดบัวลอยบวมน้ำ ขนาดของเม็ดต้องเท่ากัน เป็นเม็ดเล็กๆ ส่วนน้ำกะทิต้องไม่หวานมาก เติมเกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อให้รสชาติดียิ่งขึ้น
“ในการแข่งขันครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้น และกดดันมาก เพราะผู้เข้าร่วมแข่งขันเป็นมืออาชีพทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้คาดหวังถึงรางวัล เพราะที่สำคัญ คือ เราอยากได้ประสบการณ์มากกว่า แต่จากความพยายามก็ทำให้คว้ารางวัลเหรียญเงินมาได้ รู้สึกภูมิใจมาก ต้องขอบคุณกำลังใจจากครอบครัว และคำแนะนำที่ดีจากอาจารย์ที่ปรึกษา” พ่อครัวคนเก่ง เล่า
|
||
ปลาหมึกสอดไส้ราดซอสพะแนง
ส่วนผสม
– ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ 2 ตัว
– เนื้อไก่สับ 150 กรัม
– เครื่องแกงพะแนง 80 กรัม
– น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
– น้ำตาลปี้บ 3 ช้อนโต๊ะ
– น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
– ใบโหระพา 1/2 ถ้วยตวง
– ใบมะกรูด 2 ใบ
– ถั่วลิสงคั่วป่น 3 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ เริ่มจากการนำไก่สับมาหมักกับเครื่องแกงพะแนง จากนั้นนำปลาหมึกไปล้างน้ำสะอาดลอกหนังออก นำเนื้อไก่ที่หมักไว้มายัดไส้ นำไปนึ่งจนสุก ผัดพริกแกงพะแนงกับน้ำมันหมู ค่อยๆ เติมกะทิ ผัดจนแตกมัน จากนั้นใส่ถั่วลิสงคั่วป่น ใบมะกรูดฉีก ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี้บ น้ำปลา การจัดเสิร์ฟหั่นปลาหมึกเป็นแว่นๆ ราดซอสพะแนง ตกแต่งด้วยใบโหระพา พริกชี้ฟ้าแดง จุดเด่นของเมนูนี้ คือ แกงพะแนงมีมันลอยหน้าอาหารเล็กน้อย น้ำพะแนงขลุกขลิก หอมกลิ่นลูกผักชี ยี่หร่า มีรสชาติเค็ม หวานและเผ็ดเล็กน้อย
แหล่งที่มาและภาพประกอบ : http://www.manager.co.th/
Top
