โดยหารู้ไม่ว่า นโยบายที่ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร …!!!
วันนี้ เขาอยู่ระดับชั้นประถมปลาย ซึ่งทำท่าจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ภายหลังจากบ่นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าทักษิณหลอกเด็ก แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ได้ยินข่าวเรื่องแจกคอมพิวเตอร์อีกครั้ง พร้อมๆ กับการเข้ามาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ที่ชื่อ ศรีเมือง เจริญศิริ ที่นั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงตัวนี้ พร้อมประกาศว่านโยบายแรกที่จะเร่งดำเนินการเมื่อเข้ารับตำแหน่งคือ การเร่งจัดซื้อคอมพิวเตอร์และแล็ปท็อปอีกแล้วครับท่าน ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แจ้งความคืบหน้าการจัดซื้อคอมพิวเตอร์วงเงิน 500 ล้านบาทให้โรงเรียนในสังกัดจำนวน 1,128 แห่ง และความคืบหน้าของโครงการนำร่องจัดซื้อแล็บท็อปให้โรงเรียนทดลองใช้จำนวน 5,000 เครื่อง วงเงิน 33 ล้านบาท โดยเร่งให้มีการจัดซื้อภายในเดือนมกราคม 2552 และส่งมอบเครื่องให้เสร็จระหว่าง กุมภาพันธ์-มีนาคม 2552 เพื่อให้โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ใช้ทันก่อนเปิดเทอม “คุณแม่ครับ เขาบอกว่าจะแจกแล็บท็อปเด็กอีกแล้ว เชื่อได้ไหมเนี่ย นี่คือประชานิยมหรือเปล่าครับ” ช่วงระยะเวลา 3 ปี ที่เขาหัวเสียหลังจากเข้าใจเอาเองว่าถูกหลอกว่าจะได้ แล้วก็ไม่ได้ ทำให้ครอบครัวของเราต้องพูดคุยถึงเรื่องราวและเหตุผลเพิ่มเติมอีกมากมาย และด้วยวัยที่มากขึ้น ทำให้การเรียนรู้ที่ต้องอาศัยวุฒิภาวะที่มากขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้เขาพอจะเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้ตามสมควร เรื่องคอมพิวเตอร์ภายในบ้านของครอบครัวเรา เป็นเรื่องไม่ง่ายสำหรับเจ้าลูกชายทั้งสองคน เพราะครอบครัวของเรามีกฎ กติกา ไม่ให้เจ้าลูกชายทั้งสองใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ภายในบ้าน เนื่องจากเราทำความเข้าใจกันตั้งแต่เล็กว่า เจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องที่วางอยู่กลางบ้าน จะเอาไว้ใช้สำหรับทำงานของพ่อแม่เท่านั้น ซึ่งถ้าไม่จำเป็นถึงขั้นเด็ดขาด พ่อแม่ก็จะไม่ใช้เช่นกัน รวมถึงข้อตกลงที่ว่า เมื่อใดที่เจ้าสองต้นพิสูจน์ตัวเองถึงความรับผิดชอบ และควบคุมเวลา อารมณ์ของตัวเองได้ดี ก็จะอนุญาตให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับเล่นเกมได้ในบางครั้ง เด็กที่ได้สัมผัสกับเกมคอมพิวเตอร์ รายไหนรายนั้นมักจะติดงอมแงม หากผู้ใหญ่ไม่ฝึกวินัยเรื่องการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ให้กับเด็กตั้งแต่เล็กแล้วล่ะก็ โอกาสที่เด็กๆ จะติดเกมยิ่งเพิ่มสูงเป็นเงาตามตัว ฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุด โปรดอย่าใช้วิธีเมื่อลูกติดเกมแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่จงหาทางป้องกันไม่ให้ลูกติดเกมตั้งแต่แรก ด้วยการวางกฎ กติกา และกรอบเวลา ให้กับเขาเล่นแบบรู้ว่าควรเล่นแค่ไหน เมื่อไร แล้วควรพอ อย่าปล่อยให้เล่นสะเปะสะปะ หรือห้ามชนิดเด็ดขาด เพราะท้ายสุดเขาจะไปแอบเล่นนอกบ้าน ฉบับนี้ไม่ได้ชวนคุยเรื่องเด็กติดเกม แต่อยากชวนคุยเรื่อง การมองปัญหาของภาครัฐต่อการนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาให้เด็กใช้ จริงอยู่ ดูเหมือนเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐใส่ใจ อยากให้เด็กไทยที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาได้มีเครื่องไม้เครื่องมือในการพัฒนาการศึกษา ให้ได้มีโอกาสเท่าเทียมกัน แต่ประเด็นสำคัญคือ การให้เครื่องไม้เครื่องมือที่น่าจะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีทางการศึกษา โดยไม่คำนึงถึงความพร้อมของเด็กๆ ที่ยังขาดโอกาสอยู่ จะเป็นการช่วยเพิ่มปัญหาทางการศึกษาและปัญหาสังคมด้วยหรือไม่…!! ทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ ว่าเด็กไทยของเรากำลังประสบปัญหาอย่างหนักเรื่องเด็กติดเกม และนำมาซึ่งผลกระทบอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งภาวะความรุนแรง ภาวะอารมณ์ การขาดปฏิสัมพันธ์กับผู้คน และอื่นๆ อีกมากมาย ก็เนื่องเพราะเราไม่ได้เตรียมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมา เพราะเรามุ่งเน้นว่าเครื่องมือเทคโนโลยีเป็นเรื่องดี ค่านิยมที่ลูกใช้คอมพิวเตอร์เป็น เป็นเรื่องดีทันสมัย แต่ผู้ใหญ่เองกลับไม่ได้สนใจเรื่องคอมพิวเตอร์ หรือรู้ไม่เท่าทันเจ้าโลกคอมพิวเตอร์ ที่เด็กๆ สามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าพ่อแม่ไม่สนใจ และปล่อยให้ลูกอยู่กับโลกคอมพิวเตอร์โดยลำพัง ยิ่งเท่ากับเราร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมอีกด้วย การเร่งจัดซื้อคอมพิวเตอร์ของภาครัฐ ไม่ต้องอธิบายให้มากความ คนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองก็รู้ว่า นี่ก็เป็นอีกกลยุทธ์ทางการเมืองที่เร่งสานต่อระบบประชานิยมของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร และการเดินเครื่องเต็มสูบให้เร่งจัดซื้อ แม้จะอ้างเหตุผลของระยะเวลาการเรียนของเด็กนักเรียน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการมองว่านี่คือการเร่งเกม เผื่อว่าจะเกิดการยุบสภา…!! คำถามก็คือ เมื่อซื้อเสร็จแล้วจะเป็นอย่างไร ? เด็กๆ ในพื้นที่ด้อยโอกาสจะได้รับประโยชน์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์พวกนี้มากน้อยแค่ไหน ? แท้จริงแล้วเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์นี้ จะช่วยพัฒนาการเรียนการสอนของเด็กๆ ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ ? พลันนึกถึงโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ด ซึ่งก็เป็นโรงเรียนในตัวเมือง ซึ่งดิฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยม และไปร่วมบริจาคหนังสือดีๆ สำหรับเด็กๆ ยังจำได้ดีถึงห้องคอมพิวเตอร์ ที่มีคอมพิวเตอร์เกือบ 20 เครื่อง วางเรียงรายอยู่ ยังได้พูดคุยกับคุณครูประจำโรงเรียนแห่งนั้น ว่าเด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องคอมพิวเตอร์กันอย่างไร คุณครูท่านนั้นเล่าให้ฟังว่าได้รับบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่ให้เด็กๆ ใช้หรอกครับเดี๋ยวพังจะยุ่ง ก็เอาไว้แบบนี้ก่อน ต้องหาครูมาสอนให้ได้ก่อน นั่นเป็นเพียงตัวอย่างเดียว สำหรับโรงเรียนที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า บุคลากรทางการศึกษาในบ้านเรา มีความพร้อมหรือยังที่จะพัฒนาการเรียนการสอนผ่านเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าจะมีการมอบให้โรงเรียน แล้วได้คำนึงถึงบุคลากรของโรงเรียนต่างๆ หรือไม่ ว่าพร้อมหรือยัง และมีมาตรการใดๆ รองรับได้ว่า การจัดซื้อคอมพิวเตอร์จะเป็นการช่วยพัฒนาการศึกษาของเด็กไทยให้ก้าวหน้าได้จริง มิใช่เป็นการสร้างปัญหาทางการศึกษา และปัญหาสังคมกระหน่ำเข้าไปอีก เพียงเพื่อให้ผลประโยชน์เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างผ่านเฉพาะช่วงที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น ทุกวันนี้ ปัญหาใหญ่ของเด็กไทย โดยเฉพาะพื้นที่ด้อยโอกาส เด็กๆ ยังไม่มีแม้กระทั่งหนังสือดีๆ สำหรับเด็กอ่านเลย ห้องสมุดชุมชนก็ยังขาดแคลน เด็กจำนวนมากที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก หลายครั้งที่นิตยสาร Mother&Care จัดงานทอดผ้าป่าหนังสือดีๆ สำหรับเด็ก ร่วมกับมูลนิธิสำหรับเด็ก เราเข้าไปในชุมชนของเด็กๆ ที่ยังไม่ถึงขั้นกันดาร ยังพบว่าหนังสือดีๆ ยังเข้าไม่ถึงเด็ก แม้แต่คุณครู และพ่อแม่ ก็ยังเข้าไม่ถึงหนังสือดีๆ เลย ที่น่าวิตกซ้ำเข้าไปอีกก็คือ เหตุไฉน เด็กๆ จำนวนมาก ยังขาดแคลนหนังสือดีๆ ที่ราคาไม่ได้สูงเลย ภาพของเด็กๆ ที่ได้รับหนังสือนิทาน เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และตื่นเต้นกับหนังสือสภาพดีจับหนังสือราวกับว่าเป็นของมีค่าที่สุดในชีวิต ยื่นส่งให้พ่อแม่อ่านให้ฟัง ยังคงติดตาทุกครั้งที่ได้มีโอกาสนำหนังสือดีๆ สำหรับเด็กไปสู่ชนบท หนังสือนิทานดีๆ ไม่ได้ให้คุณค่าแค่เพียงตัวหนังสือเท่านั้น แต่ขณะที่อ่านหนังสือ ได้อยู่กับพ่อแม่ ขณะถ่ายทอดบรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ใกล้ชิด รวมถึงการสร้างจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และนำไปสู่การส่งเสริมเรื่องการอ่าน ที่ผ่านมาเรามักเรียกร้องเด็กไทยให้รักการอ่าน แท้จริงไม่ใช่ไม่รักการอ่าน แต่เด็กไทยขาดโอกาสในการอ่านหนังสือดีๆ มากกว่า แล้วเมื่อเทียบกับข้อดีของการที่เด็กได้คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง เด็กจะได้อะไร…!!! เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องใคร่ครวญ |