สาขาการท่องเที่ยว ม.หอการค้าไทยคว้าชัยสุดยอดมัคคุเทศก์ Creative Tourism 2018 พร้อมถ้วยนายกรัฐมนตรี


          เนื่องจากวันสถาปนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้จัดการประกวดการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2561 โดยมีนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ณ โถงอาคารพร้อมมงคล ศูนย์พณิชยาการพระนคร จำนวน 6 รายการ ดังนี้ 1.การประกวดสุดยอดมัคคุเทศก์ 2.การแข่งขันตอบปัญหาการท่องเที่ยว หัวข้อ “การท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” 3.การแข่งขันทักษะวิชาชีพทางคหกรรมศาสตร์ : การแกะสลัก “Good Kids for Good Society” ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า 4.การแข่งขันทักษะการออกแบบเสื้อผ้า Smart RMUTP ระดับมัธยมศึกษาตอน 5.การออกแบบผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุ  6.การแข่งขันประกวดภาพยนตร์สั้น To Be No.1 หัวข้อ “เป็นหนึ่งไม่พึ่งยา”


          การแข่งขันรายการการจัดรายการนำเที่ยว “สุดยอดมัคคุเทศก์ Creative Tourism” รางวัลชนะเลิศ ได้แก่  น.ส.ปาลิตา ตั้งใจปอง,น.ส.อัญมณี คุมาอิและน.ส.พิชญากานต์ พันโนลิด มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ สาขาการท่องเที่ยว รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรีทุนการศึกษาและเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่วิทยาลัยดุสิตธานี ,รองชนะเลิศอันดับ 2 จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์และ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ


          น.ส.ปาลิตา ตั้งใจปอง นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ สาขาการท่องเที่ยว ชั้นปีที่ 4 ทีมชนะเลิศรายการนำเที่ยวสุดยอดมัคคุเทศก์ Creative Tourism  เล่าว่า  แนวทางการแข่งขันครั้งนี้เป็น Creative tourism คือการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยทีมของพวกเราได้จัด Concept เป็นการจัดทัวร์เหนือ จังหวัดเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน ที่เน้นให้ลูกค้าสัมผัสถึงวิถีชีวิตของชาวบ้าน ลงมือทำกิจกร่วมกับชาวบ้านในท้องถิ่น เช่น ปลูกข้าว การเกษตร ทอผ้า รวมถึงการทานอาหารแบบพื้นบ้านร่วมกันชาวบ้าน ดังนั้น การแข่งขันครั้งนี้ จึงเป็นการท้าทายตัวเอง  ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม ได้มิตรภาพ และการช่วยเหลือของอาจารย์ ชาวบ้าน ทำให้เห็นหลายๆ สิ่งที่นอกเหนือจากชั้นเรียน และได้นำความรู้ที่เรียนมาใช้ประโยชน์ได้จริง


          น.ส.อัญมณี คุมาอิ นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ สาขาการท่องเที่ยว ชั้นปีที่ 4 ทีมชนะเลิศรายการนำเที่ยวสุดยอดมัคคุเทศก์ Creative Tourism กล่าวว่าหัวข้อที่ไปแข่งคือสุดยอดมัคคุเทศก์ Creative Tourism ซึ่งเป็นเหมือนการจัดการท่องเที่ยวที่ต้องมีความสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง  ต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป ทำให้การท่องเที่ยวมีความน่าสนใจ อีกทั้งต้องมีการเชื่อมโยงการแบ่งปัน ทำงานร่วมกันชุมชน  ต้องจัดการท่องเที่ยวไม่เบียดเบียนหรือว่าสร้างผลกระทบให้แก่การท่องเที่ยว ซึ่งการดำเนินงานของพวกเราได้ อาจารย์ประจำสาขาที่ม.หอการค้าไทยช่วยเรื่องรายละเอียดที่เจาะลึก และเป็นเรื่องกำลังใจในการทำงาน


          น.ส.พิชญากานต์  ทีมชนะเลิศรายการนำเที่ยวสุดยอดมัคคุเทศก์ Creative Tourism เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้กลุ่มจัดทัวร์ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ในโปรแกรมเป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จัดเส้นทางไปสถานที่ท่องเที่ยวร่วมกับชุมชน คัดเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก เพื่อเผยแพร่สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าว ซึ่งหลักต้องจัดการท่องเที่ยวเพื่อต่อยอด เพิ่มมูลค่าและแบ่งบันให้ทางชุมชนมีส่วนร่วมกับรายได้


          อ.จันทร์จิต ฐนะศิริ คณะการท่องเที่ยวและอุสาหกรรมบริหาร สาขาวิชาการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าสำหรับการแข่งขันครั้งนี้จริงๆ คือใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนหลังจากทราบข่าว ซึ่งตอนแรกทำการคัดเลือกนักศึกษาก่อนว่าใครเหมาะกับการแข่งขัน และได้เห็นความสามารถของเด็กทั้ง 3 คน เลยรวมตัวประมาณเดือนธันวาคม เลือก 3 คนที่มีความสามารถในการบรรยาย การพูด และการนำเสนอเกี่ยวกับโปรแกรมการนำเที่ยว และหลังจากคัดเลือกแล้วทุกตอนเย็นจะมีการฝึกซ้อมกัน เพราะเด็กส่วนใหญ่เริ่มฝึกงานกัน และเด็กๆ มีการเขียนโปรแกรมเองด้วย ครั้งนี้คอนเซ็ปงานไว้เป็น Creative Tourism เลยใช้วิธีที่ให้เด็กๆ สรรหา คัดเลือกไปที่ไหน สุดท้ายเลือกจังหวัดทางภาคเหนือ เขียนโปรแกรมขึ้นมาเอง โดยใช้คำพูดของตัวเองในการนำเสนอออกมา โดยมีอาจารย์คอยช่วยขัดเกลา


          “จริงๆแล้วเทคนิคมันสะสมมาตั้งแต่ปีหนึ่งที่เข้าเรียนมาอยู่แล้ว เพราะว่าในรายวิชาที่สอนในสาขาวิชาการท่องเที่ยวมันจะมีทุกวิชาเลย เด็กๆ ต้องได้แสดงออก ได้พูด เกือบทุกวิชา เพราะมันต้องมีการนำเสนอการบรรยายต่างๆ แล้วมีวิชาการจัดนำเที่ยว วิชามัคคุเทศก์ ซึ่งมันมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้วในส่วนของการแข่งขันในครั้งนี้ แล้วเด็กๆ ทุกคนที่มาเรียนที่นี้ คือ สร้างให้เขามีความมั่นใจในตัวเอง แล้วก็กล้าที่จะพูด เพราะฉะนั้นเทคนิคง่ายๆ คือเด็กๆ ต้องเชื่อว่าสามารถทำได้โดยที่ต้องคอยให้กำลังใจและสนับสนุน” อาจารย์จันทร์จิต กล่าวเพิ่มเติม



ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/edu-health/311421