สพฐ. ร่วมเปิดการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีแห่งประเทศไทย


          วันที่ 2 กันยายน 2562 นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ร่วมกล่าวเปิดงานการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2562 และเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาเกาหลี รวมทั้ง Best Practice ของครูและนักเรียน เพื่อแสดงศักยภาพทางภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี โดยมีผู้ร่วมงานประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และกระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย จำนวน 150 คน ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ



          สำหรับการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐเกาหลี โดยศูนย์การศึกษาเกาหลีประจำประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันดังกล่าวขึ้น เพื่อแสดงศักยภาพทางด้านทักษะภาษาเกาหลีของนักเรียนไทย รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศที่สองในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาสื่อสาร ศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ที่ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศที่สอง เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในการสื่อสารภาษาต่างประเทศและภาษาอื่นๆ นอกเหนือจากภาษาอังกฤษ



          โดยปัจจุบัน สพฐ. มีแผนพัฒนาส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาเกาหลี โดยการผลิตและพัฒนาครูสอนภาษาเกาหลี จัดหาครูชาวเกาหลีมาสอนในโรงเรียน มีการพัฒนาอบรมครูสอนภาษาเกาหลี รวมทั้งพัฒนาและจัดทำหลักสูตร ตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ภาษาเกาหลี นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมและสนับสนุนทางวิชาการ โดยจัดการแข่งขันทักษะภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี จัดค่ายภาษาเกาหลี มีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา และมีกิจกรรมภาษาเกาหลีในวาระต่างๆ ในส่วนของการพัฒนาระบบบริหารจัดการ ได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งศูนย์เครือข่ายพัฒนาภาษาเกาหลีทั่วประเทศ และจัดทำข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาเกาหลี โดยมีศูนย์เครือข่ายพัฒนาภาษาเกาหลีทั้งหมด 7 ศูนย์ทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ ศูนย์ภาคกลางและตะวันตกที่โรงเรียนราชโบริกานุเคราะห์ จังหวัดราชบุรี ศูนย์ภาคตะวันออกที่โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง ศูนย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล จังหวัดนครพนม และโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ศูนย์ภาคเหนือที่โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ภาคใต้ที่โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา



          ทางด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ภาษาเกาหลีเป็นภาษาต่างประเทศที่สอง ที่นักเรียนให้ความสนใจและเลือกเรียนตามหลักสูตรของโรงเรียนที่มีการจัดอย่างหลากหลาย ปัจจุบันมีโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษา สังกัด สพฐ. ที่เปิดสอนภาษาเกาหลี จำนวน 133 โรงเรียน ครู 205 คน และนักเรียน 40,583 คน ขณะที่ในระดับอุดมศึกษามีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนวิชาเอกภาษาเกาหลีมากกว่า 10 แห่ง นอกจากนี้ภาษาเกาหลียังได้รับการบรรจุเพิ่มในการสอบ PAT อีก 1 ภาษา ตั้งแต่ปี 2561 ทำให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ทางภาษาเกาหลีไปใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้



          ทั้งนี้ ความสำเร็จและความเข้มแข็งของการศึกษาภาษาเกาหลีในประเทศไทย เป็นผลมาจากความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐเกาหลี กระทรวงศึกษาธิการประเทศไทย สพฐ. และมหาวิทยาลัยของไทย ในการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาภาษาเกาหลีในประเทศไทยด้านต่างๆ อาทิ การจัดส่งครูชาวเกาหลีมาสอนในโรงเรียน ทำให้นักเรียนไทยได้เรียนกับครูเจ้าของภาษา มีการพัฒนาอบรมภาษาและวัฒนธรรมเกาหลีรวมถึงเทคนิคการสอนให้แก่ครูสอนภาษาเกาหลี มีการพัฒนาและจัดทำหนังสือเรียนภาษาเกาหลี การสนับสนุนสื่อการเรียนรู้ภาษาเกาหลี การให้ทุนกับผู้บริหารสถานศึกษา ครูอาจารย์ นักเรียนและนักศึกษา ได้ไปศึกษาและดูงาน ณ สาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการที่ช่วยพัฒนาและส่งเสริมทักษะภาษาเกาหลีให้แก่นักเรียนนักศึกษาของไทยอีกด้วย



          “ถือได้ว่าการแข่งขันกล่าวสุนทรพจน์ภาษาเกาหลีในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนนักศึกษาเกิดความกระตือรือร้นและรักการเรียนรู้ภาษาเกาหลี รวมทั้งเป็นเวทีให้ผู้เรียนได้แสดงความรู้และความสามารถทางภาษาเกาหลี ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้เรียนในการแสดงออกทางภาษาเกาหลี ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพัฒนาการศึกษาภาษาเกาหลีของไทยให้เข้มแข็งและจัดกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อผู้เรียนภาษาเกาหลีในประเทศไทยต่อไป” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว



ที่มา : สพฐ.