สกอ. ร่วม มธ. เสริมสร้างความรู้สู่ชุมชน (23 เม.ย. 51)

นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยถึงความร่วมมือการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชนในเขตความรับผิดชอบของวิทยาลัยชุมชน ว่า จากความแตกต่างของการพัฒนาทางสังคมที่หลากหลายทำให้การพัฒนาทางการศึกษาของประชาชนในชุมชนเกิดความไม่เท่าเทียมกัน และมีผลให้การพัฒนาประเทศไม่สามารถขับเคลื่อนอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพ  ดังนั้น สกอ. จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชนที่เกี่ยวข้องของวิทยาลัยชุมชน โดยมีระยะเวลา ๓ ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๕๑- ๒๕๕๓

“ทั้งนี้ สกอ.โดยวิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีการวางแผนกำหนดเป้าหมายหลักสูตร การฝึกอบรม และกลไกการดำเนินงาน พร้อมทั้งกำหนดคณะกรรมการในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตลอดจนติดตามผลและประชาสัมพันธ์โครงการร่วมกัน” เลขาธิการ กกอ. กล่าว

เลขาธิการ กกอ. กล่าวถึงบทบาทและหน้าที่ของทั้ง ๒ หน่วยงาน ว่า สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน สกอ. จะพิจารณาคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการพัฒนา จัดหาสถานที่ อุปกรณ์และบุคลากรร่วมดำเนินงานในระดับพื้นที่ และประเมินผลงาน ในขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะมีสำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนี้ จะสนับสนุนการเสริมความรู้ในหลักสูตรต่างๆ ตามที่กำหนดร่วมกัน รวมทั้งสนับสนุนเอกสารสื่อการเรียนรู้ องค์ความรู้ และวิทยากรในการเสริมความรู้ ตลอดจนงบประมาณ

“วิทยาลัยชุมชน มีหลักการที่อยากเห็นคนด้อยโอกาสในสังคมได้รับการเหลียวแลตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการดำเนินการของวิทยาลัยชุมชนจะเป็นการอุดช่องโหว่ของการพลาดโอกาสต่างๆ ของคนในสังคม แต่วิทยาลัยชุมชนเองมีจุดอ่อนในเรื่องของการขาดแคลนบุคลากรทางด้านวิชาการ ที่เป็นครู อาจารย์ ซึ่ง สกอ. มีนโยบายอยากให้สถาบันอุดมศึกษาช่วยเหลือวิทยาลัยชุมชน และในการร่วมมือในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับวิทยาลัยชุมชน” เลขาธิการ กกอ. กล่าว

ด้านศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์มีจุดกำเนิดที่คล้ายคลึงกับวิทยาลัยชุมชนในการให้โอกาสด้านการศึกษาทุกประเภทแก่คนทุกระดับ ซึ่งในการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้สถาบันอุดมศึกษาขยายขอบเขตในการเข้าถึงประชาชนมากขึ้น และเป็นมิติใหม่ในการให้การบริการทางการศึกษา โดยสำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะช่วยเสริมความรู้ในแง่มุมต่างๆ ให้แก่วิทยาลัยชุมชน พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชนด้วย

รองศาสตราจารย์กำพล รุจิวิชชญ์ ผู้อำนวยการสำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม กล่าวถึงโครงการเท่าทันการเกษตรในยุคพืชผลราคาแพง ว่า เป็นโครงการหนึ่งของการเสริมสร้างความรู้ฯ ในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้ในภาพรวมทางสังคมและเศรษฐกิจที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่ราคาผลผลิตทางการเกษตรมีการปรับราคาสูงขึ้น โดยประชาชนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปเป็นแนวทางในการวางแผนในการจัดการกับพืชผลการเกษตร รวมทั้งวางแผนในการใช้จ่ายเงินที่ได้ ทั้งนี้โครงการฯ ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายจำนวนรวม ๕๐๐ คน เป็นเกษตรกร ผู้นำชุมชน นักศึกษาวิทยาลัยชุมชน ประชาชนในท้องถิ่น ที่จะสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป โดยจะจัดใน ๕ จังหวัด คือ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดแพร่