ศธ.-สธ. ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้เด็กและเยาวชน สร้างความมั่นใจก่อนเปิดภาคเรียน

ภารกิจ รมช.ศธ 2 06 ตุลาคม 2564
เมื่อวันพุธที่ 6 ตุลาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูง ศธ. ร่วมตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กนอกโรงพยาบาล โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ณ โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันรองรับการเปิดภาคเรียน
รมว.ศธ. กล่าวว่า วันนี้นำความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรี มายังนักเรียนทุกคน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้คิกออฟการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 เป็นวันแรก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ให้นักเรียนได้กลับมาเรียนที่โรงเรียน เพราะเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุด คือการเรียนในรูปแบบออนไซต์ (On-site) ทำให้ได้เจอเพื่อน เจอครู และได้เรียนในห้องเรียน โดยต่อจากนี้จะทยอยฉีดวัคซีนให้นักเรียนทุกพื้นที่
ในส่วนของการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กับ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ตามความสมัครใจที่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง จำนวน 2,505 คน (ร้อยละ 85.52) จากนักเรียนทั้งหมด 2,929 คน ภายใต้การเฝ้าระวังและป้องกันตามมาตรการการแพร่ระบาดของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ขอให้นักเรียนดูแลตัวเองหลังจากฉีควัคซีน พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ พร้อมปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือเป็นประจำ
ขอบคุณกระทรวงสาธารณสุข ที่ช่วยเร่งรัดการจัดหาวัคซีนให้กับนักเรียน รวมทั้งครูและบุคลากรที่ได้รับวัคซีนแล้วกว่า 70-80% และจะฉีดให้ครูในส่วนที่เหลือ เพื่อสร้างมั่นใจและความพร้อมทยอยเปิดภาคเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการมีโรงเรียนกว่า 3 หมื่นโรง ซึ่งมีขนาดและบริบทที่แตกต่างกัน โดยโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน สามารถเปิดแบบนิวนอร์มอลได้ ส่วนโรงเรียนขนาดอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสถานการณ์ในระดับพื้นที่ ซึ่งยึดความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งยังได้มีการจัดเตรียมแผนเผชิญเหตุไว้รองรับ ส่วนกรณีมีนักเรียนแจ้งความประสงค์เพิ่มเติมอีกกว่า 1 แสนราย ก็จะดำเนินร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้าไปฉีดในสถานศึกษาหรือสถานที่ที่เหมาะสม ที่จะลดการเดินทาง และสร้างการเข้าถึงวัคซีนให้มากที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. กล่าวตอนหนึ่งว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยนักเรียนและครูทุกคน พร้อมผลักดันการจัดซื้อวัคซีนสำหรับฉีดให้นักเรียนตามเกณฑ์ จำนวนกว่า 4 ล้านคน เพื่อให้เปิดโรงเรียนและมาเรียนที่โรงเรียนได้ โดยวัคซีนไฟเซอร์ที่นำมาฉีดให้กับนักเรียนโรงเรียนสุรศักดิ์ในวันนี้ เป็นวัคซีนชั้นนำ ที่มีการวิจัยรองรับสำหรับฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งเมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังคงต้องสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง ใช้วิถีชีวิตแบบนิวนอร์มอล เลี่ยงการออกแรง และดื่มน้ำให้มากที่สุด ภูมิคุ้มกันจะสูงขึ้นในช่วงเวลา 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้
ขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดำเนินการสำรวจข้อมูลความต้องการฉีดวัคซีน ทำให้สามารถทยอยฉีดวัคซีนสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียน โดยแพทย์ พยาบาล และหน่วยการแพทย์ มาบริการถึงในโรงเรียน ที่จะลดการเดินทาง และขอขอบคุณผู้ปกครองที่ยินยอมให้นักเรียนรับวัคซีน ที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย อาจจะอาการข้างเคียงบ้าง ขอให้ครู ผู้อำนวยการ สร้างความเข้าใจให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ถึงอาการข้างเคียงว่าเกิดขึ้นได้ และวัคซีนช่วยลดอาการรุนแรงจากการติดเชื้อ เพราะวัคซีนที่นำมาฉีดให้กับเด็ก ได้รับการศึกษา ทดลอง และพิสูจน์มาตรฐานในหลายระดับ เพราะเราให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน ซึ่งฝากความหวังในการดูแลและสานต่ออนาคตของประเทศ
6/10/64