“วิดีโอคลิป” สื่อความในใจจาก “เด็กดื้อ”

       “เด็กดื้อ” นิยามศัพท์ที่ผู้ใหญ่หลายคนมักใช้เรียกเด็กเกเร หรือเด็กหัวรั้นทั้งหลาย แต่ใครจะรู้ว่าเด็กเหล่านี้ กำลังจะเติบโตเป็นส่วนสำคัญของชาติในอนาคต



       การเปิดพื้นที่ให้น้องๆ ได้พูด และระบายความในใจ โดยสื่อสารผ่านรูปแบบวิดีโอคลิป จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่ง เพราะด้วยความยิ่งใหญ่ของโลกใบเล็ก ที่เรียกว่า “วิดีโอคลิป” สามารถบันทึกข่าวสาร เหตุการณ์ เรื่องราวเล็กๆ ที่มีประเด็นให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างหลากหลายแง่มุม การที่คนเล็กๆ ลุกขึ้นมานำเสนอเรื่องราวของตัวเอง สิ่งที่เขาเห็นว่ามีความหมาย และเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้เข้าใจถึงมุมเล็กๆ ที่พิเศษ ผ่านการถ่ายทอดโดยสื่อง่ายๆ เป็นการร่วมแบ่งปัน และขับเคลื่อนโลกในทิศทางใหม่


       โครงการอบรม “เปิดพื้นที่หัวใจวัยโจ๋” โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งขับเคลื่อนโครงการมาเป็นครั้งที่ 21 ครั้งนี้จัดขึ้นที่สวนแสงอรุณ จ.นครนายก


       ก่อนจะเริ่มเปิดฉากขึ้นด้วยห้องเรียนธรรมชาติที่สอนน้องๆ ทำวิดีโอคลิปอย่างง่ายด้วยอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพขนาดจิ๋ว ซึ่งได้น้องๆ จาก วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร 23 คน เข้าร่วมกิจกรรม และแน่นอนว่าท่ามกลางห้องเรียนธรรมชาติที่ไร้ขอบเขต ยิ่งทำให้น้องๆ เกิดความกล้าในการแสดงความสามารถ และกล้าที่จะแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น


       นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิตและผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส.กล่าวว่าจากการจัดโรดโชว์โครงการนี้ในกลุ่มนักเรียน 1,200 คน จาก 20 จังหวัดทั่วประเทศโดยความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยให้วัยรุ่นสะท้อนภาพชีวิตที่เป็นเรื่องจริงใกล้ตัว หรือเรื่องในใจที่อยากบอกผ่านรูปแบบวิดีโอคลิปพบว่า วัยรุ่นเครียดเรื่องเรียนเบื่อการเรียนในห้อง แม้จะรู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำ แต่ควบคุมอารมณ์ และตัวเองได้น้อย


       นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นอีกว่า ไม่ชอบการออกคำสั่ง ไม่ชอบการแสดงอำนาจ ครูจึงเป็นบุคคลสำคัญที่อาจช่วยเหลือ หรือซ้ำเติมภาวะจิตใจของเด็ก วัยรุ่นมีความฝันเป็นของตัวเอง มีจุดหมาย อยากให้ผู้ใหญ่เข้าใจ และยอมรับแต่ส่วนใหญ่ยังขาดโอกาสในการฝึกคิด และทดลองทำด้วยตัวเอง ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องเรียน และ หน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ขาดทักษะทางความคิด นำไปสู่ปัญหาต่างๆ มากมายการเปิดพื้นที่ทางใจให้วัยรุ่น จึงเป็นเรื่องสำคัญพ่อแม่ และครู มักคุยกับวัยรุ่นในลักษณะสอนแต่ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้พูดแสดงความคิดจากมุมมองของเรา ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกัน


       นายโชติชัย สรรพากิจวัฒนา หรือ พี่คุงโครงการนี้ บอกเล่าถึงกระบวนการคัดเลือกน้องๆ ว่า “ช่วงแรกโรงเรียนเป็นผู้คัดเอง แต่เมื่อดูที่ตัวผลงาน ยังไม่ตรงกับโครงการแรกโดยได้น้องจากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร 23 คน อายุ 13-18 ปี ซึ่งเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกันที่ต้องปรับระยะเวลาอบรมใหม่ ให้เป็น 3 วัน 2 คืน จากเดิม 1 วัน เพื่อพี่ๆ จะได้ใกล้ชิดกับน้องๆ มากขึ้น”


       ส่วนกิจกรรมในการอบรม แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการ และการสอนน้องๆ ลงมือทำวิดีโอคลิป ในส่วนนี้จะให้น้องๆ แนะนำตัวเองผ่านคลิป และผ่านการทำงานจริง โดยเน้นความจริงใจเป็นหลักเพราะเด็กบางคนอาจเขินเกินกว่าจะกล้าเผชิญหน้า จึงต้องเปลี่ยนวิธีการมาบอกเล่าผ่านทางคลิปแทน


       ซึ่งพี่ๆ ทีมงานยังสะท้อนอกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ยากที่สุดในการอบรมน้องๆ คือ วิธีสร้างความสัมพันธ์กับน้องๆ สร้างพื้นที่สำหรับเด็กๆ ให้เด็กไว้วางใจ ให้เด็กได้เห็นมุมมองด้านต่างๆ


       จากการสะท้อนผ่านวิดีโอคลิปส่วนใหญ่เห็นได้ชัดว่า ปัญหาครอบครัวมาเป็นอันดับแรกๆ รองลงมา การเรียน เพื่อน และสุดท้าย แฟน ที่ส่วนใหญ่บอกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ


       อาจารย์จักรกฤษ ทับทิม อาจารย์ประจำแผนกช่างยนตร์วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร พูดถึงการเข้าร่วมกิจกรรมของน้องๆ ว่า ทุกคนสนุก และอยากเข้าร่วมกิจกรรมนี้อีก เพราะแตกต่างจากค่ายทหารที่เคยไป ซึ่งจะเข้มงวดมาก


       โดยคาดหวังว่า หลังจากจบค่ายนี้แล้ว “เด็กดื้อ” ทั้งหลายจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น กลายเป็น “เด็กดื้อ” ที่คิดเป็นและใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข 


ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน