"วัดดอนจั่น"เชียงใหม่ โอกาสของเด็กด้อยโอกาส

“วัดดอนจั่น”เชียงใหม่ โอกาสของเด็กด้อยโอกาส

          วิชัย ทาเปรียว

          “ครั้งหนึ่งในชีวิต สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ควรให้ ทั้งผู้รับ ผู้ให้ ย่อมเป็นสุข คือ การให้การศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส เป็นการให้ที่ประเสริฐสุด และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่แก่ชีวิตของเราและคนอื่น”

          เป็นคำกล่าวของพระครูปราโมทย์ประชานุกูล หรือพระอาจารย์อานันท์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น ต.ท่าศา ลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้จัดตั้งโครงการเพื่อการศึกษาเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจน และเด็กกำพร้า

          เป็นโครงการที่เดินตามรอยพระปิยมหาราช ที่พระองค์ท่านได้พัฒนาการศึกษาไทย และจัดรูปแบบการศึกษาใหม่เพื่อให้ลูกหลานไทยได้มีความรู้ ความสามารถเหมือนนานาประเทศ

          โดยสมเด็จพระปิยมหาราชให้วัดเป็นศูนย์กลางการศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อชุมชน จึงได้ตั้งโรงเรียนแห่งแรกของประเทศไทยไว้

          และทางวัดดอนจั่นเองก็น้อมรับ นำมาปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของชนในชาติ จนวันนี้เป็นโรงเรียนที่รับสอนเด็กกำพร้าจำนวนมาก

          เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น เล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีได้รับเด็กชายชาวม้งคนหนึ่งที่กำพร้ามาเพียงคนเดียว เด็กไม่มีพ่อ-แม่ ที่ลูกศิษย์คนหนึ่งนำมาฝากให้รับเลี้ยง พออยู่ได้ระยะหนึ่งเห็นว่าเด็กอยู่วัดคนเดียว จึงให้ไปชวนเพื่อนที่อยากเรียนหนังสือแต่ยากจนที่อยู่ในหมู่บ้านของเด็กให้มาอยู่เป็นเพื่อน

          “จาก 1 คนเป็น 2 จาก 2 เป็นหลายคน แรกๆ เด็กๆ มีไม่กี่คนส่งให้ไปเรียนตามโรงเรียนใกล้ๆ วัด เวลาผ่านไป เด็กก็มาขออาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ที่เป็นชาวเขา กลุ่มพ่อ-แม่ตาย หย่าร้าง ติดคุก และครอบครัวเด็กๆ ยากจน จึงเห็นว่าน่าจะจัดสร้างอาคารเรียนในวัด จึงเปิดให้มีการเรียนการสอนโดยขอครูอาสาสมัครมาสอนให้ก่อน”

          เจ้าอาวาสวัดดอนจั่นบอกต่ออีกว่า ทางวัดเห็นว่ามีโรงเรียนร้างอยู่แล้วในวัด ก็เริ่มลงมือปัดกวาด ให้ครูอาสามาสอน เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2538 ครั้งแรกมีเด็กๆ ประมาณ 100 คน

          “ครูที่มาสอนรุ่นแรกๆ เป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ที่มีบ้านอยู่ใกล้วัด ชื่อ ครูศักดิ์สิทธิ์  ทรายทอง หรือครูเก๋ จากนั้นก็ขอให้ครูอาสาคนอื่นๆ เข้ามาช่วยสอนจนกระทั่งเป็นโรงเรียนขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้”

          พระอาจารย์อานันท์กล่าวด้วยว่า วันนี้ทางวัดได้เปิดหลักสูตรการเรียนการสอนเน้นด้านวิชาชีพ มีวิทยาลัยสารพัดช่าง (วพช.) เชียงใหม่ มาขยายสาขาเป็นศูนย์การเรียนรู้วัดดอนจั่น เปิดการสอนที่วัดแล้ว มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบให้อาจารย์ผู้สอนดูแลการเรียนการสอน ทางวัดยังดูแลเรื่องการเลี้ยงดูเด็กๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง

          สำหรับการจัดการเรียนการสอนมีหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาบัญชี และคอมพิวเตอร์ธุรกิจและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ โดยเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2550 เป็นปีแรก สอนนักศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส.ซึ่งรับเฉพาะเด็กด้อยโอกาส เด็ก กำพร้า และเด็กยากจนในเขตจังหวัดภาคเหนือ

          ทางวัดดอนจั่นได้อุปการะและประสงค์อยากให้ได้รับการศึกษาสายอาชีพเพื่อเลี้ยงตนเองได้

          นอกจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรระยะสั้นให้ด้วย อาทิ ตัดผมชาย ดนตรี อาหารและขนม ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

          และยังได้ร่วมมือกับโรงเรียนวัดดอนจั่น สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 จัดสอนวิชาช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า ตัดเย็บเสื้อผ้า และเสริมสวยให้แก่เด็กระดับมัธยมอีกด้วย

          พระอาจารย์อานันท์กล่าวอีกว่า ได้ทำโครงการดังกล่าวมานานกว่า 25 ปีแล้ว ปัจจุบันมีเด็กด้อยโอกาสอยู่ในอุปการะประ มาณ 600 คน ซึ่งทางวัดได้สนับสนุนให้ได้เรียนสายสามัญตั้งแต่อนุบาล ถึง ม.6 ที่โรงเรียนวัดดอนจั่น และโรงเรียนกาวิละ และล่าสุดได้ร่วมกับ วพช.เชียงใหม่เปิด สอน ปวช. และปวส. เพื่อให้เด็กได้มีวิชาชีพทำมาหากินเมื่อออกจากวัดไปแล้ว

          ขณะที่เด็กบางคนตั้งใจศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีและจบการศึกษาออกไปทำงานในตำแหน่งดีๆ รับใช้ประเทศชาติจำนวนมาก เช่น เป็นนายกอบต. เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหลายคนแล้ว

          ส่วนเด็กที่ยังศึกษาอยู่และอยู่ที่วัดทางวัดยังต้องให้การอุปการะเลี้ยงดูเด็กทุกอย่างทั้งอาหาร เครื่องแต่งกาย และสิ่งจำเป็นในชีวิต โดยมีพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศร่วมบริจาคช่วยเหลือ ขณะที่รัฐบาลยังไม่เคยยื่นมือมาช่วยเหลือเลย

          “ครูเก๋” หรือ อาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ ครูผู้ปกครอง โรงรียนวัดดอนจั่น ที่มาช่วยดูแลเด็กที่ด้อยโอกาสที่วัดดอนจั่น บอกว่า “เมื่อ 23 ปีก่อนผมอาสามาช่วยทางวัดเพราะเห็นว่าวัดรับภาระดูแลเด็กจำนวนมาก จากที่มีผู้นำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มา บริจาคให้วัดจำนวนมากหลายสิบเครื่องแต่ไม่มีใครสอนเด็กทิ้งไว้คอมพิวเตอร์อาจจะเสียได้ ผมอาสาเป็นผู้สอนคอมพ์ให้เด็กๆ เอง”

          ครูเก๋อธิบายว่า ได้เบ่งเวลาจากที่สอนหนังสืออยู่โรงเรียนประจำ หาเวลาว่างในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มาสอนให้เด็กๆ จนกระทั่งมาดูแลประจำโรงเรียนวัดดอนจั่นแห่งนี้ในฐานะครูผู้ปกครองโรงเรียน ซึ่งที่โรงเรียนวัดดอนจั่นแห่งนี้เราจะสอนโดยใช้หลักคุณธรรมนำไทย ให้เด็กๆ ทุกคนรักกันดูแลกันเหมือนพี่ดูแลน้อง อยู่เหมือนครอบครัวเดียวกัน เด็กๆ จะมีระเบียบวินัยเข้าแถวมารับประทานอาหาร อย่างพร้อมเพรียงกัน

          เป็นอีกความงดงามในสังคมไทย ที่แบ่งปันและช่วยเหลือให้แก่ผู้ด้อยโอกาส

 

          แหล่งที่มา: http://www.matichon.co.th/khaosod