ระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม “คณะกรรมการศึกษาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา” ครั้งที่ 1/2556 ที่ห้องประชุมพันเอกอาทร ชนเห็นชอบ ชั้น 6




l ความจำเป็นในการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าว


รมว.ศธ.กล่าวว่า ระบบการรับนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาในปัจจุบันมีหลากหลาย คือ


1) ระบบ Admission
2
) ระบบรับตรง
มี 3 ประเภท คือ  รับตรงทั่วประเทศ, รับตรงในพื้นที่,รับตรงร่วมกับกลุ่มสถาบัน/ภาคี/เครือข่าย
3
) ระบบโควตา
มี 4 ประเภท ได้แก่ โควตาผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ,  โควตาภาค/เขตพื้นที่/โรงเรียน, โครงการความร่วมมือ/ผลิตบุคลากรด้านต่างๆ และโครงการทุนต่างๆ


ซึ่งระบบดังกล่าวที่หลากหลาย ทำให้เป็นภาระและเกิดความสับสนต่อนักเรียนและผู้ปกครอง โดยปัญหาใหญ่ของการคัดเลือก เกิดจากการที่คณะและมหาวิทยาลัยต่างๆ เปิดรับตรง จนทำให้เกิดปัญหาการวิ่งรอกสอบ นักเรียนและผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูง รวมทั้งยังทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าศึกษาต่อระหว่างคนจนและคนรวย อีกทั้งการคัดเลือกของคณะและมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สอบเองนั้นยังใช้ข้อสอบที่ที่หลากหลาย ทำให้เด็กต้องไปกวดวิชาและไม่สนใจเรียนในห้องเรียน สุดท้ายส่งผลกระทบให้การปฏิรูปการศึกษาไม่ประสบความสำเร็จ


ศธ.จึงได้มีคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 926/2556 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่พิจารณาศึกษาหาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครองในการที่จะต้องสมัครสอบหลายครั้ง รวมทั้งเสนอแนวทางระบบการคัดเลือกฯ ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดมาตรการ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน


การประชุมคณะกรรมการชุดนี้ เป็นการประชุมครั้งแรก โดยมี รมว.ศธ.เป็นประธาน และมีคณะกรรมการรวมทั้งสิ้น 13 ท่านเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ ประธานคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล นายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และผู้ทรงคุณวุฒิ


l ข้อเสนอที่น่าสนใจจากการประชุมเสวนาไปแล้ว 2 ครั้ง


ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินการศึกษาหาแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่ง สกอ.ได้มีการจัดประชุมเสวนาไปแล้ว 2 ครั้ง คือ 1) การเสวนาการพัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2556 โดยมี รมว.ศธ. เป็นประธาน 2) การประชุมหารือการใช้กลไกเครือข่ายอุดมศึกษาขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 โดยมีคุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธาน กกอ.เป็นประธาน ซึ่งได้มีข้อเสนอที่น่าสนใจ ดังนี้


– ข้อเสนอเกี่ยวกับระบบการคัดเลือก/รับนักศึกษา




  • สนับสนุนการใช้ระบบองค์กรกลาง (Clearing House) และให้ สกอ.เป็นหน่วยงานประสานดูแลการรับเด็กเข้าศึกษา



  • เสนอให้ยกเลิกการสอบรับตรง เพราะเป็นการสร้างภาระให้กับเด็กและผู้ปกครอง ส่วนระบบโควตาให้คงไว้ เพราะเป็นการให้โอกาสกับเด็กต่างจังหวัด



  • เสนอให้หน่วยงานของรัฐมีการกำกับระบบการรับตรง โดยกำหนดช่วงเวลา จำนวนครั้ง และจำนวนรับนักศึกษา



  • เสนอให้มีการนำคุณลักษณะอื่นๆ ของนักเรียนนำมาพิจารณาคัดเลือกด้วย เช่น จิตอาสา คุณธรรม



  • ระบบที่รับเด็กเข้าศึกษาอาจจะรวมกลุ่มกันรับเป็นกลุ่มมหาวิทยาลัย หรือสาขาวิชา เช่น กลุ่มครุศาสตร์ หรือมีข้อสอบมาตรฐานด้วยกัน ทั้งข้อสอบมาตรฐานแรกเข้า (Entrance Exam) และข้อสอบมาตรฐานสำเร็จการศึกษา (Exit Exam) จำนวนข้อสอบน้อยข้อ แต่สามารถวัดได้



  • การที่มหาวิทยาลัยของรัฐรับเด็กเข้าศึกษาต่อหลายๆ ครั้ง ทั้งระบบรับตรง และระบบกลาง (Admission) ในปริมาณไม่จำกัด มีผลกระทบต่อการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชน


– ข้อเสนอเกี่ยวกับการสอบ/ข้อสอบ




  • ควรลดการสอบลง เพราะปัจจุบันนักเรียนต้องผ่านการสอบหลายประเภทมากเกินไป และบางส่วนซ้ำซ้อนกัน เช่น GAT, PAT, การสอบ 7 วิชาสามัญ, การสอบของแต่ละมหาวิทยาลัย



  • ข้อสอบที่ออกโดย สทศ.ค่อนข้างยากและใช้เวลาน้อย ทำให้นักเรียนต้องกวดวิชาเพิ่มเพื่อให้รู้เทคนิคในการสอบ แต่ไม่สามารถคิดวิเคราะห์หรือหาที่มาของคำตอบได้


– ข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการพัฒนาระบบ




  • ปัจจุบันระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา มี ทปอ.เป็นผู้ดูแล แต่ที่ผ่านมาเมื่อระบบมีปัญหา รัฐมักเข้าไปแทรกแซง ซึ่งขณะนี้ต้องการให้รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงเหมือนที่ผ่านมาเพื่อแก้ปัญหา



  • เสนอให้หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ สกอ./สพฐ./สทศ.ร่วมกำหนดทิศทางและนโยบายให้ชัดเจนว่าจะผลิตคนอุดมศึกษาไปในทิศทางใด ต้องการคนแบบใดเข้าสู่ตลาดแรงงาน



  • ควรลดการสอบลงให้เหลือเพียงบางรายวิชาที่จำเป็น โดยจัดสอบที่ส่วนกลาง และกำหนดให้สามารถนำผลการสอบไปใช้สมัครได้ทุกมหาวิทยาลัย และหากมหาวิทยาลัยใดต้องการสอบเพิ่ม อาจกำหนดให้เปิดสอบเพิ่มได้โดยจำกัดจำนวนวิชา



  • ควรปรับปรุงคุณภาพของข้อสอบ ให้สามารถวัดความรู้ของนักเรียนได้จริง ไม่ยากหรือเกินหลักสูตรการเรียนการสอน ตรงกับวัตถุประสงค์ของการสอบ


– ข้อเสนออื่นๆ




  • ควรมีการรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียนนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงก่อนดำเนินการปรับระบบการคัดเลือก



  • ครู/ผู้ปกครอง ควรปลูกฝังค่านิยมให้เด็กเลือกเรียนตามความสนใจและความถนัดจริงๆ


l สรุปผลการประชุมหารือในครั้งนี้


ที่ประชุมได้เห็นปัญหาร่วมกัน และเห็นพ้องตรงกันว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา  โดยจะรับความเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมเสวนาทั้ง 2 ครั้งไปพิจารณาต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมได้อภิปรายถึงข้อเสนอต่างๆ เช่น


อาจใช้ทั้งระบบ Admission หรือระบบรับตรง หรือระบบโควตา เหมือนเดิมก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ควรใช้ข้อสอบกลาง เพื่อให้มหาวิทยาลัยต่างๆ นำไปใช้สอบได้ ไม่ควรสอบกันเอง
ความจำเป็นที่อาจจะต้องมีระบบรับตรง เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งมีภารกิจจัดการศึกษาเพื่อสนองตอบต่อคนในพื้นที่ เป็นต้น
ระยะเวลาในการสอบ ไม่ควรจัดสอบก่อนปิดเทอม เพื่อให้เด็กได้เรียนครบตามหลักสูตร ไม่ทิ้งห้องเรียน
เห็นพ้องให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งเข้าระบบ Clearing House เพื่อต้องการให้เด็กสมัครที่เดียว เป็นการแก้ไขปัญหาเด็กวิ่งรอกไปสอบหลายแห่ง
ไม่ควรมีการออกข้อสอบที่ยากเกินหลักสูตร เพราะจะทำให้เด็กต้องไปติว และได้เรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานเพียง 11 ปี เพราะปีที่ 12 จะเป็นเวลาของการสอบตรง ทำให้เด็กไม่สนใจการเรียนในโรงเรียน และการออกข้อสอบควรให้เด็กได้หัดคิดวิเคราะห์มากขึ้น ฯลฯ








 

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันดังนี้


1. มอบให้ สกอ.ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือว่า หากมหาวิทยาลัยใดยังไม่ได้ดำเนินการรับนิสิตนักศึกษาในปีการศึกษา 2557 ให้ไปจัดสอบหลังจากที่นักเรียนได้เรียนจบการศึกษาแล้ว แต่หากมหาวิทยาลัยใดดำเนินการรับนักศึกษาไปแล้วก็ให้ชี้แจงเหตุผล และความจำเป็นของการคัดเลือกที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้


2. หากมหาวิทยาลัยใดต้องการจะรับตรง ขอให้มาใช้ระบบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาผ่าน Clearing House มากขึ้น และให้มีการจัดสอบหลังจากเด็กเรียนจบการศึกษาแล้ว เพื่อเด็กจะได้ไม่ทิ้งห้องเรียน


3. มอบให้ สทศ./สกอ./สพฐ. ร่วมพิจารณาระบบการจัดสอบต่างๆ โดยให้ ดร.วราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการ กกอ. เป็นประธานคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางการคัดเลือกฯ เพื่อหาแนวทางการพัฒนาระบบคัดเลือกฯ ที่เหมาะสมกับนักเรียน ผู้ปกครอง และมหาวิทยาลัย โดยขอให้นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป จากนั้นจะรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง


ทั้งนี้ รมว.ศธ.ได้ฝากให้ที่ประชุมหารือและคิดกลไกการทำงาน พร้อมทั้งออกแบบกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาให้มีความชัดเจนมากขึ้น และเป็นข้อสรุปร่วมกันต่อไป ซึ่งหากจะประกาศใช้เต็มระบบ จะต้องประกาศใช้ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อไม่ให้กระทบกับนักเรียนที่เตรียมตัวไว้ก่อนแล้ว

 



บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
15/11/2556
Published
17/11/2556