รองเลขาธิการ กพฐ.เป็นประธานเปิดการประชุมปฏิบัติการ”พัฒนาโรงเรียนต้นแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวคิดไฮสโคป” ณ โรงแรมดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่


          ดร.พีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมปฏิบัติการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวคิดไฮสโคปโดย รองเลขาธิการกพฐ.ได้กล่าวสรุปใจความว่า”มีความรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมในครั้งนี้และทราบมาว่าการประชุมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัยคือท่านรองศาสตราจารย์ ดร.พัชรีผลโยธินอาจารย์สาขาวิชาศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและอาจารย์ ดร.วรนาท รักสกุลไทย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา ซึ่งท่านทั้งสองเคยได้รับการอบรมการจัดประสบการณ์ตามแนวความคิดไฮสโคปจากประเทศสหรัฐอเมริกา



          ตามพี่ทุกคนได้ทราบอยู่แล้วว่าประเทศไทยได้มีแผนแม่บทกฎหมายที่กล่าวถึงการจัดการการศึกษาปฐมวัย ซึ่งกล่าวว่ารัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาตั้งแต่ก่อนปฐมวัยจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้มีการพัฒนาศักยภาพสามารถเติบโตให้เป็นคนดีมีคุณภาพและทำประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม และให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตัวเองครอบครัวชุมชนสังคมและประเทศชาติ ในการนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานซึ่งจัดทำโครงการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวความคิดไฮสโคปคขึ้นและขอขอบคุณท่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ที่มาร่วมการประชุมในครั้งนี้”



          โครงการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวความคิดไฮสโคปมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากร 3 กลุ่มหลักคือ 1. ศึกษานิเทศก์ที่ดูแลการจัดการศึกษาปฐมวัยโดยกลุ่มนี้เป็นการพัฒนาเพื่อให้สามารถเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำในการนำองค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปถ่ายทอดให้สถานศึกษาได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการปฐมวัย 2.ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดและผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลประจำเขตพื้นที่การศึกษาโดยกลุ่มนี้เป็นการพัฒนาผู้บริหารเพื่อให้สามารถให้คำแนะนำและสนับสนุนครูผู้สอนในโรงเรียนได้ 3.หัวหน้าสายชั้นระดับอนุบาลครูผู้สอนโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดและโรงเรียนอนุบาลประจำเขตพื้นที่การศึกษาโดยกลุ่มนี้เป็นการพัฒนาเพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับกลับไปพัฒนาให้โรงเรียนให้เป็นต้นแบบได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและขยายผลการดำเนินงานให้โรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาสังกัดเดียวกันและสังกัดอื่นได้




ที่มา : ประชาสัมพันธ์ สพฐ.