รมช.คุณหญิงกัลยา ตอบกระทู้ถามทั่วไป เรื่อง การแก้ไขปัญหาการตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับอำเภอ

ภารกิจ รมช.ศธ 18 กันยายน 2564
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบกระทู้ถามทั่วไป เรื่อง การแก้ไขปัญหาการตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับอำเภอ (อำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว) จังหวัดสกลนคร โดยนายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณ อาคารรัฐสภา เมื่อเร็ว ๆ นี้

คำถามที่ 1 : กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายและงบประมาณในการขยายโอกาสทางการศึกษา โดยการจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับอำเภอ ในพื้นที่อำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

รมช.ศึกษาธิการ ได้ตอบกระทู้ถามว่า จังหวัดสกลนครมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จำนวนทั้งสิ้น 24 แห่ง แบ่งเป็น สถานศึกษาของรัฐ 4 แห่ง และสถานศึกษาเอกชน 20 แห่ง มีนักเรียน นักศึกษา รวมจำนวน 23,652 คน โดยในการจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับอำเภอ คณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาสถานที่ตั้งสถานศึกษาอาชีวศึกษาระดับอำเภอไว้ ดังนี้

1. มีความต้องการของผู้เรียนหรือผู้สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างต่อเนื่องและเพียงพอเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน
2. มีสถานประกอบการสนับสนุนการฝึกงานของนักเรียนนักศึกษา
3. เป็นอำเภอที่ไม่มีสถานศึกษาอาชีวศึกษาของรัฐบาลในพื้นที่ (ในกรณีที่มีสถานศึกษาของเอกชนในพื้นที่ สถานศึกษาที่จะจัดตั้งใหม่สาขาต้องไม่ซ้ำกับเอกชน)
4. ระยะทางห่างจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาใกล้เคียงไม่น้อยกว่า 40 กิโลเมตร
5. มีสถานที่ตั้งที่เหมาะสมในชุมชน พื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ไร่ การคมนาคมสะดวก โดยจะไม่เป็นอุปสรรค ต่อการเดินทางของนักเรียนนักศึกษา
6. มีความพร้อมในด้านสถานที่ก่อสร้าง อาทิ ที่ดินราชพัสดุ หรือที่สาธารณประโยชน์ หรือธรณีสงฆ์ โดยที่ดินดังกล่าว ต้องไม่มีปัญหาการบุกรุกพื้นที่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาต้องได้รับสิทธิการใช้พื้นที่ก่อนการประกาศจัดตั้งสถานศึกษาและการก่อสร้าง
7. มีการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และอำเภอ
8. ทำเลที่ตั้งสามารถให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายจากอำเภอใกล้เคียง
9. มีเป้าหมายการยกระดับการศึกษาด้านอาชีวศึกษา และ
การพัฒนาอาชีพเพื่อสนับสนุนอำเภอ จังหวัด และกลุ่มจังหวัดชัดเจน
10. อาจพิจารณาอาคารสถานที่ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.
ที่ไม่มีการใช้งานแล้วหากมีความพร้อมตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น
11. หากพิจารณาว่าเป็นพื้นที่พิเศษ ควรจัดการศึกษาในรูปแบบเฉพาะ เพื่อตอบสนองอัตลักษณ์ของพื้นที่ ก็สามารถใช้เกณฑ์พิจารณาเป็นพิเศษได้ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ จากเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้การจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษาระดับอำเภอในพื้นที่อำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนครอาจจะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เนื่องจากมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัด สอศ. ที่มีระยะห่างน้อยกว่า 40 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง คือ วิทยาลัยเทคนิคสกลนคร วิทยาลัยอาชีวศึกษาสกลนครพัฒนศิลป์ และวิทยาลัยเทคโนโลยีเทคนิคเอเชีย ที่มีระยะห่างจากอำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว โดยประมาณ 30 กิโลเมตร รวมถึงในการจัดตั้งอาชีวศึกษาระดับอำเภอจะต้องมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ซึ่งจากข้อมูลของ สพฐ. พบว่าในปีการศึกษา 2563 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) ในอำเภอกุสุมาลย์ มีจำนวน 1,228 คน และอำเภอโพนนาแก้ว มีจำนวน 176 คน ตลอดจนต้องคำนึงถึงการบริหารจัดการงบประมาณ และอัตรากำลังที่มีอย่างจำกัดให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนหากชุมชนมีความประสงค์ให้มีการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ให้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพและรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน ชุมชนสามารถเสนอขอจัดตั้งเป็นศูนย์ฝึกอบรมอาชีพประจำอำเภอ โดยให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นวิทยาลัยพี่เลี้ยงในการจัดการเรียนการสอนและขอใช้สถานที่ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่ไม่มีการใช้งานไปพลางก่อน ถ้ามีความพร้อมในด้านสถานที่ มีจำนวนผู้เรียนเพิ่มมากขึ้น และมีองค์ประกอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด อาจจัดทำคำขอจัดตั้งเป็นวิทยาลัยต่อไป

คำถามที่ 2 : กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาและความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของเยาวชนในเขตพื้นที่จังหวัดสกลนคร และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานในประเทศและมาตรฐานสากล โดยมีแนวทาง ดังนี้
1. การพัฒนาการศึกษา โดยการปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 เพื่อพัฒนาผู้เรียนทุกระดับให้มีความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย และการเปลี่ยนแปลงของโลก

2. การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูพัฒนาให้มีสมรรถนะทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ ด้วยภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและใช้สื่อที่ทันสมัยได้ อันจะนำไปสู่การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้นักเรียนมีการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดียิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพ และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งเสริมให้เด็กทั่วประเทศได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมมาโดยตลอด โดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ) ให้แก่นักเรียนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา (อนุบาล) จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ โดยจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา จำนวน 5 รายการ ได้แก่ ค่าจัดการเรียน

การสอน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ซึ่งครอบคลุมถึงนักเรียนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร และเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย
นอกจากนี้ สำหรับระดับอาชีวศึกษา ศธ. ได้ดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณในโครงการสร้างโอกาสและความเสมอภาคของเยาวชนที่ศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
ของสถานศึกษาเกษตรและประมง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของกลุ่มนักเรียนที่สนใจ โดยยกเว้นการเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษาในสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนวิชาเกษตรกรรมและประมง ในสังกัด สอศ. พร้อมทั้งในจังหวัดสกลนครได้มีการสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษา ตามโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ โดยในปี 2563มีนักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในสังกัด สอศ. ได้รับทุนการศึกษา จำนวน 13 ราย คือ ระดับ ปวช. จำนวน 9 ราย รายละ 15,000 บาท/เทอม และระดับ ปวส. จำนวน 4 ราย รายละ 27,500 บาท/เทอม โดยอยู่ในปีการศึกษา 2564 อยู่ระหว่างการคัดเลือกนักเรียนที่จะได้รับจัดสรรทุนดังกล่าว

คำถามที่ 3 กระทรวงศึกษาธิการจะมีแนวทางในการดำเนินการตามนโยบายการพัฒนา และยกระดับการพัฒนาการอาชีวศึกษาของไทยในมิติการเรียนรู้วิถีใหม่ New Normal ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร ขอทราบรายละเอียด

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มีแนวทางในการพัฒนาและยกระดับการอาชีวศึกษาของไทยในทุกรูปแบบ ทั้งการเรียนแบบปกติและการเรียนแบบทวิภาคี โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของประเทศทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ปรับรูปแบบการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal) ดังนี้

- ระยะยาว
พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในทุกระดับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการและสอดคล้องกับ 10 อุตสาหกรรมหลัก (New S - Curve และ First S - Curve) รวมถึงมีการจัดการเรียนการสอนแบบเข้มข้นเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนส่งเสริมและขับเคลื่อนอาชีวศึกษาสู่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) เพื่อพัฒนาทักษะฝีมือของผู้เรียนให้มีศักยภาพ ตรงกับความต้องการของตลาด และยกระดับสถานศึกษา โดยมีเป้าหมายให้ผู้สำเร็จการศึกษามีงานทำ มีรายได้ที่เหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ นำไปสู่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ

- ระยะสั้น
1. ดำเนินการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
2. เพิ่มช่องทางการสอนออนไลน์, สื่อออนไลน์, ทีวีดิจิทัล Video Conference หรือ แพลตฟอร์มต่าง ๆ
3. มีการจัดการเรียนรู้เพิ่มเติมตามความต้องการของผู้เรียน และการออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
4. แจ้งให้สถานศึกษาปฏิบัติตาม “คู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19” ซึ่งจะมีการจัดสภาพแวดล้อม อาคารสถานที่ ให้มีการเว้นระยะห่าง มีการระบายอากาศ การเหลื่อมเวลาเรียน การแบ่งกลุ่มผู้เรียน การทำความสะอาดพื้นที่ วัสดุอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

สำหรับกรณีฝึกประสบการณ์หรือทวิภาคี สถานศึกษาจะมีการวางแผนการจัดการฝึกประสบการณ์ สมรรถนะวิชาชีพร่วมกับสถานประกอบการ โดยปฏิบัติตามมาตรการที่ราชการกำหนดและต้องได้รับการยินยอมจากนักศึกษาและผู้ปกครอง ซึ่งสถานศึกษาจะติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้มีการส่งเสริมให้สถานศึกษาใช้ระบบ Simulator ควบคู่กับระบบการสอน Online เพื่อสนับสนุนการสอนในหลากหลายสาขาวิชา เช่น วิชายานยนต์ไฟฟ้า เมคคาทรอนิกส์ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถปฏิบัติได้เสมือนจริงผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ได้จากที่บ้าน

นอกจากนี้ ศธ. จะดำเนินการบริหารจัดการอาชีวศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเตรียมความพร้อมในการจัดการศึกษาช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนอาชีวศึกษาได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สุดท้ายนี้ ดิฉัน ขอขอบคุณสมาชิกผู้ตั้งกระทู้ถามที่ได้ตั้งคำถามอันเป็นประโยชน์ และขอรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นต่างๆ นำไปพิจารณาเป็นแนวทางในการพัฒนาการอาชีวศึกษาของจังหวัดสกลนครและอาชีวศึกษาทั่วประเทศให้มีศักยภาพและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ต่อไป

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
18/9/2563