มหกรรมหนังสือระดับชาติ

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19” ภายใต้แนวคิด “ก. เอ๋ย ก. ไก่ เรียนรู้อดีต มุ่งสู่อนาคต” เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2557



ภาพ สถาพร ถาวรสุข


นายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวถึงภารกิจหลักของสมาคมฯ คือ การมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมการอ่านขึ้นในสังคมไทย การจัดงานเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก เอ๋ย ก ไก่ เรียนรู้อดีต มุ่งสู่อนาคต” การจัดงานดังกล่าวมีสำนักพิมพ์ทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 435 สำนักพิมพ์ รวมทั้งสิ้น 923 บูท และได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี เนื่องจากตระหนักดีว่า หนังสือเป็นสื่อที่มีอิทธิพล ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนา ทั้งในระดับจุลภาคอย่างปัจเจกชน และในระดับมหภาค คือสังคม


ไฮไลท์ที่สำคัญในงานครั้งนี้คือ นิทรรศการ “ระลึกชาติในแบบเรียน” ซึ่งนำเสนอวิวัฒนาการของแบบเรียนไทยในอดีตถึงปัจจุบัน แบบเรียนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือของการอ่านออกเขียนได้เท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างพลเมืองตามอุดมคติของสังคมในแต่ละยุคด้วย โดยจะมีการเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำเร็จและความล้มเหลวของการสร้างแบบเรียนในอดีต เป็นการแลหน้าเพื่อก่อความหวัง แลหลังเพื่อแก้ความผิด จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะร่วมกันสะท้อนปัญหาและแก้ไขปัญหาไปพร้อมกัน เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมกลับมาอีก


รมว.ศธ. กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19 นับเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอันดีของสมาคมฯ ที่แสดงออกถึงความต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของสังคมไทย นั่นก็คือทรัพยากรมนุษย์ หรือคนไทย ในการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งการอ่าน เพื่อเป็นประตูเปิดสู่โลกกว้าง และเป็นการพัฒนาระบบความคิด รวมทั้งเสริมสร้างจินตนาการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ ภายใต้แนวคิด “ก เอ๋ย ก ไก่ เรียนรู้อดีต มุ่งสู่อนาคต


การอ่านมีความสำคัญอย่างมาก เพราะการอ่านจะช่วยสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ มีนวัตกรรม ขณะเดียวกัน จะได้เรียนรู้ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ เพื่อเป็นบทเรียน การนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต การแก้ไขปัญหา และการพัฒนาในด้านต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีการปลูกฝังค่านิยมในการอ่านที่ดีให้กับคนไทยตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากจะเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านต่อเนื่องไปจนเติบโตขึ้นตามช่วงวัย ดังนั้น จะต้องช่วยกันเปิดประตูพาเด็กและเยาวชนเข้าสู่โลกของการอ่านให้ได้อย่างเต็มใจ


การอ่านเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาและการพัฒนาประเทศ เพราะการอ่านเป็นการเสริมศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในด้านองค์ความรู้ ระบบความคิด จินตนาการ และการสร้างให้คนมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต ทำให้ทุกคนเป็นคนดี มีสมาธิ มีสติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม และเป็นการพัฒนาศักยภาพในเชิงการแข่งขันของประเทศต่อไปอีกด้วย


“ร่วมรณรงค์ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เพื่อให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคิดอย่างสร้างสรรค์ได้ด้วยการอ่าน
สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้กำหนดจัด
งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 19
(Book Expo Thailand 2014)
ระหว่างวันที่ 15 – 26 ตุลาคม 2557
เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”


กุณฑิกา พัชรชานนท์
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

15/10/2557