มมส. ประกาศ ภายใน 15 ปี สร้าง รพ.มหา’ลัย เทียบเท่าระดับประเทศ

       มมส. เดินหน้าเร่งสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมหาสารคาม อธิการบดี มั่นใจศักยภาพเทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ ด้านคณบดีคณะแพทยศาสตร์ ย้ำ ภายใน 15 ปี พร้อมให้บริการระดับตติยภูมิ

       ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย สมัปปิโต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า ในขณะนี้มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำลังดำเนินการก่อสร้างโรงพยาบาล หรือศูนย์บริการทางการแพทย์ บริเวณพื้นที่ ม.เก่า ซึ่งวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างคือ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคามในปัจจุบัน ได้ผลิตแพทย์ ทั้งแพทย์แผนไทยประยุกต์ มหาบัณฑิต ดุษฎีบัณฑิต และผู้เชี่ยวชาญสาขาวิชาชีพ ให้สอดคล้องกับแนวคิดการปฏิรูประบบบริการทางการแพทย์ การสาธารณสุขของประเทศ และการบริการทางการแพทย์ อย่างไรก็ตามการสาธารณสุขของประเทศขณะนี้ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ๆ มีไม่เพียงพอต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของสังคม ทางคณะแพทยศาสตร์จึงมีเป้าหมายว่าจะผลิตบัณฑิต ผลิตแพทย์ ที่มีความรู้ความสามารถในการให้บริการเทียบเท่าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ในอีก 15 ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นจะสร้างอาคารบริการทางการแพทย์และวิจัยในครั้งแรก คือตึกหลังแรก ขนาด 200 เตียง ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี และพัฒนาพื้นที่เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมเปิดให้บริการประชาชนทันปี 2555 และขณะเดียวกันจะเร่งก่อสร้างอาคารคณะแพทยศาสตร์หลังที่สอง พร้อมอาคารชุดที่พักอาศัยแพทย์ ในบริเวณพื้นที่เดียวกันอีกด้วย เพื่อเป็นสวัสดิการของแพทย์และบุคลากรในโรงพยาบาล ในปี พ.ศ. 2553 ด้วย โดยได้รับงบประมาณแผ่นดิน จากโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะทำให้ศักยภาพการจัดการศึกษาและการบริการสาธารณสุขของจังหวัดมหาสารคามและพื้นที่ใกล้เคียงได้ดีมากขึ้น

       ด้าน ศาสตราจารย์ นพ.สมพร โพธินาม คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีก 15 ปีข้างหน้า โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมหาสารคามจะมีศักยภาพเทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศ โดยตั้งเป้าให้เป็นระบบบริการระดับตติยภูมิ คือระบบบริการสาธารณสุข ที่จัดบริการทั้งส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมปัญหาที่คุกคามสุขภาพ รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพ ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนมากเป็นพิเศษทั้งในเชิงวิทยาการและเทคโนโลยี ต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรเป็นพิเศษ ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เนื่องจากการบริการทางการแพทย์ ของประเทศไทยในปัจจุบันนี้ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการบริการระดับสูงที่เรียกว่าตติยภูมิ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคสมอง โรคหัวใจ และอีกหลายโรคที่รักษายาก ซึ่งโรงพยาบาลที่ให้บริการได้ก็มีโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งเดียวสำหรับอีสานกลาง ยกตัวอย่าง คนที่จะรอผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดสมอง โรคมะเร็ง ต้องรอเป็นเดือน ก็คงเป็นที่ลำบากสำหรับประชาชนอย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นมะเร็งแต่ต้องรออีกสองเดือนก็คงลำบากทั้งกายและใจ ถ้าเราสามารถแบ่งเบาวาระตรงนั้นได้ ก็จะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วยิ่งขึ้น”
       
       สำหรับคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปัจจุบันนี้มีเครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ เครื่องถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan (Computedtomography) เรียกว่า 64 slice ซึ่งเป็นเครื่องที่ดีที่สุดในภาคอีสานในขณะนี้ สามารถตรวจเส้นเลือดหัวใจตีบ ตัน และปริมาณ แคลเซี่ยมที่เกาะผนังหัวใจ ด้วยเครื่อง CT Scan 64 slice เป็นวิธีที่ง่าย มีความแม่นยำสูงและมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำเมื่อเทียบกับการตรวจด้วยวิธีอื่นรวมถึงไม่เจ็บปวดขณะทำการตรวจเหมือนการตรวจหลอดเลือดด้วยเครื่องอื่นทั่วไปที่ต้องใส่สายสวนหลอดเลือดเข้าไปในร่างกายหรือวิธี Invasive รวมถึงผู้ป่วยยังสามารถทำงานได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักพื้น และที่สำคัญยังสามารถลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยจะได้รับได้ถึง 66% เมื่อเทียบกับเครื่อง Conventional CT ซึ่งปัจจุบันผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจรักษาให้การตอบรับดีขึ้นมาก สำหรับการตรวจส่วนต่างๆของร่างกายที่ทำได้ด้วยเครื่อง CT SCAN 64 Slice MDCTA สามารถตรวจส่วนต่างๆได้ดังนี้
       
       1.ตรวจเส้นเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (Coronary CT Angiography)
       2. ตรวจระบบเส้นเลือดแดงที่ตีบตันได้ทุกส่วนของร่างกาย เช่น เส้นเลือดแดงเลี้ยงสมอง เส้นเลือดแดงเลี้ยงไต
       3. ตรวจกระดูกส่วนต่างๆของร่างกายเพื่อหาความผิดปกติ
       4. ตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อสมอง (Brain CT)
       5. ตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อในช่องท้อง (Abdominal CT)

       เครื่องดังกล่าวสามารถตรวจโรคได้ทั้งร่างกาย ตรวจหัวใจได้ชัดเจนมาก ได้ทั้งเส้นเลือดหัวใจซึ่งคนทั่วไปกำลังป่วยกันมาก ถ้าหากเราสามารถวินิจฉัยได้รวดเร็วภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าหากมีเลือดออกในสมองหรือเลือดอุตันในสมอง ถ้ารักษาได้เร็วภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง คนจะไม่เป็นอัมพาต นอกจากนี้เครื่องนี้ยังช่วยวินิจฉัยเรื่องของระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี สำหรับเครื่องตรวจกระดูก ผู้สูงอายุมักจะมีกระดูกกร่อน หรืกระดุกผุง่ายๆ ถ้าหากว่าเราสามารถรู้ได้ก่อน หรือสามารถรักษาได้ง่าย เนื่องจากว่า การรักษาไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่วินิจฉัยเป็นเรื่องยาก แต่ขณะนี้เรามีเครื่องมือช่วยวินิจฉัยให้แล้ว นอกจากนี้ ยังมีเครื่องตรวจเต้านมสตรี ที่สมัยนี้เป็นมะเร็งเต้านมกันมากก็สามารถตรวจได้ในระยะแรกและรักษาหาย
       
       “สำหรับเรื่องการบริการอีก 15 ปีข้างหน้า เราจะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ ในการที่จะให้บริการด้านที่เรียกว่า ตติยภูมิ ก็คือจะมีโรงพยาบาลประมาณอย่างต่ำ 500 เตียงให้ผู้ป่วย ณ พื้นที่บริเวณคณะแพทยศาสตร์ ม.เก่า ซึ่งในระยะเวลา 15 ปีก็จะมีคุณภาพเท่าโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คนไข้จะไม่ต้องรอนานอีกต่อไป ขณะนี้การก่อสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมหาสารคามและคณะแพทยศาสตร์ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องแล้ว” นพ.สมพร กล่าวย้ำ

แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ