|
ปัญหาประการหนึ่งของเกษตรกร คือการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อรักษาความสด คุณภาพ ป้องการการเน่าเสียก่อนจะถึงมือของผู้บริโภค ซึ่งเราทราบดีอยู่แล้วว่า ผลผลิตทางการเกษตร มีน้ำเป็นส่วนประกอบเป็นส่วนใหญ่ดังนั้นปัญหาการ เหี่ยว เน่าเสีย เสียหาย ในระหว่างการเก็บเกี่ยว การขนส่ง หรือแม้แต่การเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวจึงเกิดขึ้นได้ง่าย ส่วนใหญ่หลังการเก็บเกี่ยว และก่อนนำสินค้าจำหน่ายสู่ผู้บริโภค เกษตรกรจะเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตรด้วยวิธี แช่ในตู้เย็น หรือห้องเย็น ซึ่งเป็นวิธีการที่สะดวก และได้ผลดีอยู่พอสมควร แต่นั่นย่อมหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียกับค่าพลังงานก็ย่อมสูงตาม “จะทำอย่างไรที่จะยืดอายุผลผลิตให้รักษาความสดเอาไว้ได้นานๆ แต่ไม่ต้องสิ้นเปลืองกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน” |
||||
นั่นเป็นโจทย์ที่ นักศึกษากลุ่มหนึ่งจากภาควิชาวิศวกรรมการเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ตั้งขึ้น เพื่อนำไปสู่การประดิษฐ์ คิดค้น วิธียืดอายุผลผลิตทางการเกษตร กระทั่งประสบผลสำเร็จ ซึ่งนักศึกษากลุ่มนี้ ประกอบด้วยนายประวิทย์ ใจคล่องแคล่ว และนายอิสระพงศ์ หิริกมล มี อ.วรินธร ยิ้มย่อง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาตลอดโครงการ ทั้งสองเล่าว่า ในการ ศึกษา ได้เลือกที่จะศึกษา การเก็บรักษา แตงกวา ซึ่งเป็นผลิตผลทางการเกษตร เป็นที่ต้องการขอตลาดทั้งบริโภคสด และนำไปแปรรูปเป็นอาหารต่างๆได้หลากหลายชนิด |
||||
การเก็บรักษาแตงกวาด้วยวิธีที่คิดขึ้นเป็น การสร้างห้องเก็บรักษาด้วยอิฐดินเผา ขนาดห้อง 150×240 cm มีผนัง 2 ชั้น สูง 50 cm ช่องว่างระหว่างผนังทั้งสองกว้าง 10 cm เพื่อบรรจุทรายลงไป โดยจะปล่อยให้น้ำหยดจากท่อผ่านทรายที่บรรจุในช่องระหว่างผนัง ทดลองการไหลของน้ำ 3 ระดับ คือ 50 ลิตรต่อวัน,75 ลิตรต่อวัน และ 100 ลิตรต่อวัน เพื่อเปรียบเทียบกับการเก็บแตงกวาไว้ในตู่เย็น และเก็บในอุณหภูมิห้อง |
||||
ประวิทย์ สรุปว่า การเก็บรักษาแตงกวาในห้องเก็บรักษาแบบไม่ใช้พลังงานที่ใช้ปริมาณน้ำ 50 ลิตรต่อวัน และ 75 ลิตรต่อวัน มีการเน่าเสียและสูญเสียน้ำหนักของแตงกวาน้อยกว่ากรรมวิธีอื่นอีกด้วย แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |
คนดีโรงเรียนเด่นในวงการศึกษา
