พี่เลี้ยงโอลิมปิกวิชาการ เผยประสบการณ์คุ้มค่าที่ซื้อหาไม่ได้

 

 

 
    เปิดใจเธียรดนัย เสริมบุญไพศาล กับบทบาทใหม่พี่เลี้ยงเคมีโอลิมปิก ไทยเป็นเจ้าภาพ ก.ค. 60 นี้

          จุดเริมต้นของการเป็นพี่เลี้ยงโอลิมปิกวิชาการ
     นายเธียรดนัย เสริมบุญไพศาล หรือ บัส  จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกอยู่ที่ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุคลิกและนิสัยเป็นคนตลกเฮฮา แต่จริงจังเวลาทำงาน   ด้วยความชื่นชอบในการทำกิจกรรม และชอบการขับร้องเพลงประสานเสียง นอกจากนั้นยังชอบงานเขียนเชิงวรรณศิลป์โดยได้รับพระราชทานเงินรางวัลทุนภูมิพล ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการประกวดเรียงความและบทความวิชาการสมัยเป็นนิสิตปริญญาตรีและโท บวกกับความสามารถทางภาษาอังกฤษในระดับหนึ่ง จึงได้สมัครเป็นพี่เลี้ยง หรือ Liaison Officer ทำหน้าที่ดูแลผู้แทนเยาวชนจากประเทศต่างๆ ที่มาร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการผ่านมาแล้ว 3 ครั้ง 
โดยครั้งแรก ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับเอเชีย (APhO)  พ.ศ. 2552 ครั้งนั้นได้ดูแลผู้เข้าแข่งขันจากประเทศมองโกเลีย ครั้งที่ 2 การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระดับนานาชาติ (IPhO)     พ.ศ. 2554 เป็นหัวหน้า Liaison Officer ฝั่งนักเรียน และครั้งล่าสุดในการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับโลก (IMO) พ.ศ. 2558 ได้เป็นหัวหน้าพี่เลี้ยง
     เธียรดนัย เล่าว่า ลักษณะงานพี่เลี้ยงในครั้งแรก คือ ดูแล ช่วยเหลือผู้เข้าแข่งขันประเทศที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งตอนนั้นต้องดูแลผู้เข้าแข่งขันจากประเทศมองโกเลีย ตลอดระยะเวลาของการแข่งขันตั้งแต่เดินทางมาถึงประเทศไทยจนกว่าจะเดินทางออกจากประเทศไทย เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวผู้เข้าแข่งขันทุกคน แจ้งกำหนดการและข้อมูลการปฏิบัติตนในระหว่างการแข่งขันโดยละเอียด รวมถึงกิจกรรมทัศนศึกษาก็เป็นเพื่อนเที่ยวให้ข้อมูลที่น่าสนใจของประเทศไทย
 ส่วนลักษณะงานในครั้งถัด ๆ มาจะแตกต่างจากครั้งแรก เพราะจะต้องเป็นหัวหน้าพี่เลี้ยง หน้าที่ก็จะไม่เหมือนกับครั้งแรก คือ ต้องประสานงานระหว่างคณะกรรมการจัดงานฝ่ายอื่น ๆ กับลูกทีมของเรา ก็คือ    น้อง ๆ ที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงดูแลผู้เข้าแข่งขันแต่ละประเทศ เพื่อถ่ายทอด และประสานข้อมูลต่อไปยังผู้เข้าแข่งขันแต่ละประเทศ ในขณะเดียวกันต้องช่วยเหลือ ดูแลทั้งพี่เลี้ยงและผู้เข้าแข่งขันทุกคนหากมีปัญหาเกิดขึ้น และเกินกว่าที่พี่เลี้ยงประจำประเทศจะดูแลได้

          คุณสมบัติของพี่เลี้ยงโอลิมปิกวิชาการ
     เธียรดนัย อธิบายว่า คุณสมบัติที่พี่เลี้ยงทุกคนควรจะมีนั้นมีเยอะมาก สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทักษะทางภาษาที่ต้องสามารถสื่อสารและให้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ในขณะเดียวกันต้องมีใจรักการบริการ พร้อมทั้งคุณลักษณะอื่น ๆ ที่จะช่วยให้การทำงานลุล่วงได้ เช่น การปรับตัว ความยืดหยุ่น ประนีประนอม ความอดทน ความโอบอ้อมอารี ความเป็นผู้นำ ความรอบคอบ ความไม่ประมาท ความมีวินัย ปฏิภาณไหวพริบ มนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ มีสติสัมปะชัญญะ รู้จักการแก้ไขปัญหา และบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้เป็นอย่างดี ฯลฯ เรียกได้ว่าต้องรวมสิ่งดี ๆ เข้ามาไว้ในตัวเราให้ได้มากที่สุด
     “ครั้งแรกที่ได้ปฏิบัติหน้าที่รู้สึกกลัว กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี แต่เมื่อตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตั้งใจปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ทำให้ได้รับคำตอบรับที่ดีจากผู้เข้าแข่งขัน ก็ทำให้ความกลัวหรือประหม่าลดลงไป จนในที่สุดก็รู้สึกว่าผู้เข้าแข่งขันที่เราดูแลทุกคน คือ เพื่อนของเรา คนที่เราอยากจะดูแลให้เขาได้รับความรู้สึกที่ดีสุดตลอดระยะเวลาที่เขายืนอยู่ในประเทศของเรา ความรู้สึกที่ที่สุดก็คงเป็นรอยยิ้มและความประทับใจของผู้เข้าแข่งขันที่มีต่อเมืองไทย ทำให้เรามีความสุข อิ่มเอมใจมากที่สุด”   เธียรดนัย กล่าว

 

          เผยประสบการณ์ประทับใจ
     พร้อมกันนั้นได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ประทับใจเกิดขึ้นเมื่อตอนปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรก ที่ได้ดูแลผู้เข้าแข่งขันโอลิมปิกวิชาการจากประเทศมองโกเลีย ทั้งหมด 8 คน เป็นชายหญิงอย่างละครึ่ง ทุกคนซนมากตามประสาเด็ก เหตุการณ์เกิดในช่วงท้ายของการแข่งขันซึ่งเป็นวันทัศนศึกษา คณะของพวกเราไปรับประทานอาหารเย็นที่พัทยา เป็นร้านอาหารริมหาด แต่ชายหาดแถวนั้นเล่นน้ำไม่ได้ มีแต่โขดหิน และน้ำทะเลก็สกปรกมาก แต่นักเรียนชาวมองโกเลียคนหนึ่งตื่นเต้นมากที่ได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรก เมื่อรับประทานอาหารเสร็จขอไปเดินเล่นแถวท่าเรือ ในใจก็ไม่ค่อยอยากให้ไป  เพราะลูกทีมของเราขึ้นชื่อเรื่องความซน จึงเดินตามไปดูอยู่ด้วย พอสบโอกาสเดี๋ยวเดียวเท่านั้น หันมาอีกทีลูกทีมของเรากระโดดลงทะเลไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนั้นตกใจมาก เพราะแถวนั้นเป็นท่าเรือ แถมประเทศมองโกเลียไม่มีทะเล ก็กลัวเขาจะว่ายน้ำไม่เป็น ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราคงไม่สามารถรับผิดชอบชีวิตเขาได้ อีกใจหนึ่งก็โกรธมาก ตะโกนเรียกขึ้นมาจากน้ำก็ไม่ยอมขึ้น จนมีน้องคนไทยคนอื่น ๆ มาเห็นก็มาช่วยกันเรียกและพาขึ้นจากน้ำ
     พอเขาขึ้นมาได้ อยากจะต่อว่ามาก แต่สิ่งแรกที่ทำคือ พาไปล้างตัว ซึ่งเสื้อผ้าก็ไม่มีเปลี่ยนต้องทนนั่งรถตัวเปียก ๆ จากชลบุรีกลับกรุงเทพ พอล้างตัวเสร็จทั้งเขาและเพื่อน ๆ อีก 7 คนก็มาขอโทษกันใหญ่ จากที่โกรธก็หายไป ไม่รู้จะโกรธลงได้อย่างไร เพราะเขาบอกว่า บ้านเขาไม่มีทะเล แถมมาทริปครั้งนี้ก็ไม่ได้จัดให้เล่นน้ำทะเล ถ้าไม่ลงไปครั้งนี้ก็คงไม่มีทางได้ลงอีกตลอดชีวิตแน่ ๆ (ขนาดนั้นเลยนะ) ยังไงเขาก็ขอบคุณเราที่ไม่คว้าตัวเขาขึ้นมาทันที ให้เขาได้ว่ายเล่นอยู่ในน้ำประมาณครึ่งวินาทีก็ถือว่ายังดี ที่จริงตอนนั้นคือตกใจที่เห็นเขาลงไป ทำอะไรไม่ถูกต่างหาก
     ผู้เข้าแข่งขันที่เคยดูแล ตอนเจอกันวันแรก ๆ ก็อาจจะเขินอายกันอยู่ จะพูดกับเราน้อย เราก็พยายามชวนพูดชวยคุย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสนิทสนมก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น กล้าที่จะเล่นหยอกล้อ หาเกมมาเล่นกันฆ่าเวลาตอนนั่งรถ หรือกล้ากระซิบถามเราเวลาพาไปช้อปปิ้งว่าของราคานี้ถูกแล้วหรือยัง จนวันสุดท้ายจะจากกันก็รู้สึกเศร้า เพราะเหมือนเราจะต้องจากเพื่อนไป แม้จะเป็นเพื่อนที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่กี่วันก็ตาม ก่อนจากกันก็แลกเบอร์ติดต่อ facebook หรืออีเมลกันไว้ ปัจจุบันก็ยังติดต่อกันอยู่ ยังโดนชวนไปเที่ยวมองโกเลียอยู่ทุกปี และเราก็ยังชวนเขามาเที่ยวเมืองไทยอยู่ทุกปีเช่นกัน
    เธียรดนัยเล่าต่อว่า  “ปัญหาและอุปสรรคที่พบส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องความไม่ชัดเจนของข้อมูลข่าวสาร เช่น ฝ่ายการจัดสอบต้องการอย่างหนึ่ง ในขณะที่กรรมการกลางให้ข้อมูลมาอีกอย่างหนึ่ง ทำให้การประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ต้องยืนยันตรวจสอบตลอดเวลา ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่างานระดับโลกเช่นนี้ มีคนเข้าร่วมงานจำนวนมากมาก และถือเป็นบุคคลสำคัญทั้งสิ้น การประสานงานต่าง ๆ ให้ทุกอย่างลงตัวสมบูรณ์เป็นเรื่องยาก หน้าที่ของพี่เลี้ยงคือต้องช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะเกิดขึ้นได้ ทุกที่ ทุกเวลา และทุกปัญหาก็เกิดได้ ทั้งเรื่องอาหาร การเข้าสอบแข่งขัน การเตรียมสถานที่ละมาดทั้งในและเวลาไปนอกสถานที่ ความพร้อมในการเดินทางเป็นหมู่คณะ หรือเรื่องใหญ่โตที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระดับประเทศ เข่น นักเรียนจากอเมริกาเอาป้ายประเทศเกาหลีเหนือไปเล่น หรือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น นักเรียนบางชาติมาเคาะประตูห้องนอนตอนตี 3 เพราะอยากชวนเล่นปิงปองเนื่องจากนอนไม่หลับ”
     การได้มาปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้เป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง การเรียนรู้การทำงานกับบุคคลต่างภาษาต่างวัฒนธรรมทำให้เปิดกว้างมุมมองในการทำงาน รวมถึงทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เราจะต้องจัดการด้วยตนเองให้มากที่สุด ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นหรือส่วนกลางให้น้อยที่สุด เพราะทุกคนก็ย่อมมีหน้าที่และปัญหาอื่น ๆ ที่ต้องแก้ไขจัดการมากอยู่แล้ว ปัญหาที่เราพบจากการปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ อาจจะไม่พบในชีวิตประจำวันของเรา แต่กระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงานได้อย่างแน่นอน

 

          การเป็นพี่เลี้ยงเคมีโอลิมปิก ปี พ.ศ. 2560
     ใกล้เข้ามาทุกขณะกับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ  (49th International Chemistry Olympiad)  เป็นครั้งที่สองของประเทศไทย  ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6-17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยการเป็นเจ้าภาพเคมีโอลิมปิกของไทยในปีนี้มีสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) สมาคมเคมีแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยมหิดล  เป็นผู้จัดการแข่งขัน
     สำหรับงานนี้  เธียรดนัยก็ไม่รีรอที่จะสมัครเข้าร่วมเป็นพี่เลี้ยงเคมีโอลิมปิก และได้รับการคัดเลือกในที่สุด  นับเป็นประสบการณ์ในการเป็นพี่เลี้ยงโอลิมปิก ครั้งที่ 4 เนื่องจากเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่ได้เข้ามาทำงานลักษณะนี้ว่า อยากจะมีส่วนร่วมในการแข่งขันเคมีโอลิมปิกสักครั้ง เพราะตัวเองได้เรียนด้านเคมีมา อยากเข้ามาสัมผัสบรรยากาศ เข้ามาเจอผู้เข้าแข่งขันที่เป็นเลิศในด้านนี้อย่างน้อยก็คงได้แลกเปลี่ยนความคิดกันบ้าง
     “ประสบการณ์ครั้งก่อน ๆ คงเป็นเครื่องมือช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด เพราะงานลักษณะนี้ ต้องเจออะไรข้างหน้าที่เราก็ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่อย่างน้อยการปรับตัวให้เข้ากับงานครั้งนี้คงเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะเราคุ้นเคยมาก่อนแล้ว   หลังจากจบงาน เพื่อนดี ๆ สิ่งแวดล้อมดี ๆ จะพาประสบการณ์และความรู้สึกดี ๆ พรั่งพรูมาให้เราเก็บเป็นความทรงจำดี ๆ ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเรามีโอกาสเช่นนี้ เมื่อไรนึกถึงแล้วก็จะทำให้เรายิ้มได้เสมอ”

          เป้าหมายในอนาคต
     ปัจจุบันเธียรดนัยมีโอกาสได้เป็นอาจารย์พิเศษสอนในระดับมหาวิทยาลัย และโดยส่วนตัวมีประสบการณ์การทำวิจัยมาก่อนก็รู้สึกชอบ และอยากจะเป็นอาจารย์ในระดับอุดมศึกษาเมื่อเรียนจบ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีโอกาสได้ทำงานที่หลากหลาย ทั้งงานสอน งานวิจัย และอาจมีโอกาสได้ทำงานบริหารองค์กรในมหาวิทยาลัยด้วย
     ประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดที่ได้จากการเป็นพี่เลี้ยงโอลิมปิกวิชาการที่สามารถนำไปปรับใช้ในอนาคตได้ ก็คือ  การจัดการ เพราะหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต้องจัดการชีวิตตัวเอง และช่วยจัดการชีวิตหรือปัญหาให้คนอื่น เป็นงานที่ต้องคิดวางแผนการทำงานให้เป็นระบบ จะทำสิ่งใดก่อนหลัง อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร ผลกระทบมีถึงใครบ้าง ต้องรู้จักฟังความเห็นรอบด้าน ประเมินว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีอย่างไร สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้จักการวางแผนและมองภาพให้ไกล จะได้จัดการชีวิตเราให้ไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างราบรื่น 

     “อยากให้น้อง ๆ ที่มีเวลาว่างหรือมีโอกาสก้าวเข้ามาลองปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ เพื่อเป็นการเปิดมุมมองของชีวิต มาลอง มาเรียนรู้สิ่งใหม่ งานดูแลผู้เข้าแข่งขันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับใช้ หรือผู้อำนวยความสะดวก  แต่เป็นผู้จัดการ ซึ่งเรื่องที่จะต้องจัดการ ย่อมท้าทายเราอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ส่วนตัวแม้จะร่วมงานลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ให้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกันเลย การเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ ถือเป็นกำไรชีวิตอย่างหนึ่ง และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้เป็นเจ้าบ้าน ช่วยดูแลแขกบ้านแขกเมืองระดับ Exclusive อีกด้วย” เธียรดนัยกล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจ สามารถติดตามข่าวสารได้จากเว็บไซต์ https://icho2017.sc.mahidol.ac.th  เฟซบุ๊ก IChO2017