พบ คกก.คุรุสภา

สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับฟังความคิดเห็นของที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 14/2556 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2556 ที่ห้องประชุมไทยาจารย์ เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านวิชาชีพครู มีสาระสำคัญสรุปดังนี้



● เน้นผลิตและพัฒนาครูให้ตรงกับความต้องการของประเทศ


รมว.ศธ.กล่าวว่า ได้รับฟังคำแนะนำและข้อเสนอดีๆ รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคจากกรรมการคุรุสภา เช่น การดูแลครูโรงเรียนเอกชน การผลิตและพัฒนาครู ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายข้อที่ 2 ของ ศธ.และอยู่ระหว่างการเตรียมการระดมความคิดเห็นเพื่อวางระบบให้ชัดเจน จึงได้เชิญชวนและได้รับการตอบรับจากคุรุสภาเป็นอย่างดีที่จะร่วมเป็นกำลังสำคัญในการวางแผนผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่ต้น เพราะถือว่าคุรุสภาเป็นสภาครูที่มีความรู้ความเข้าใจในวิชาชีพครู มีองค์ความรู้ที่จะมาช่วยคิด ช่วยวางระบบ เพื่อให้มีการพัฒนาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการกำหนดคุณสมบัติมาตรฐานที่เชื่อมโยงกับใบประกอบวิชาชีพและการอนุญาตให้ครูหรือผู้มีความรู้มาทำหน้าที่ครู


นอกจากนี้ มีข้อเสนอที่น่าสนใจที่ สพฐ. และ ก.ค.ศ. จะต้องไปดำเนินการต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการคิดไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ดำเนินการ คือ การอาศัยศึกษานิเทศก์ในการช่วยพัฒนาครูและการเรียนการสอน ที่จะต้องมาวางระบบการพัฒนาและช่วยส่งเสริมศึกษานิเทศก์ ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ


จึงได้เสนอว่า ขณะนี้ประเทศกำลังต้องการการผลิตกำลังคน ศธ.จึงต้องผลิตคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศในแง่จำนวนและคุณภาพ ซึ่งภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และภาคเอกชนอื่นๆ รวมทั้งผู้ที่อยู่ในวงการศึกษาที่จะต้องอาศัยครูและบุคลากรจากต่างประเทศ ก็มีข้อเสนอที่ตรงกันคือ ภาคการผลิตต้องการให้ฝ่ายการศึกษาผลิตคนให้มากขึ้นและตรงกับความต้องการ


เสนอแนวทางให้แก้ไขการขาดแคลนครูสายอาชีพ


ขณะนี้ ศธ.ขาดแคลนครูสายอาชีพ ซึ่งมีผู้จบด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ มีความสนใจที่จะมาสอน แต่ยังไม่สะดวกที่จะเป็นครู ดังนั้นจะต้องมีการหารือเพื่อปรับระเบียบเกี่ยวกับการให้ผู้มีความรู้ที่ไม่ใช่ครูและชาวต่างชาติมาสอนในวิชาที่ขาดแคลน เช่น ภาษาอังกฤษหรือวิชาอื่นๆ ซึ่งในอนาคตเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนความร่วมมือด้านต่างๆ ก็จะมีมากขึ้น ทั้งการแลกเปลี่ยนครู การเคลื่อนย้ายครูและบุคลากรทางการศึกษาระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ศธ.ได้มีโครงการร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและอาเซียนเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการอาชีวศึกษา รวมทั้งร่วมกับประเทศที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาและลงทุนในประเทศไทยในการพัฒนาอาชีวศึกษาในอาเซียนร่วมกัน


แนะให้ปรับหลักเกณฑ์การประกอบวิชาชีพของครูต่างชาติ


กฎ กติกา หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับครูผู้สอน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความจำเป็นต้องปรับ ซึ่งขณะนี้สิ่งที่คุรุสภาดำเนินการก็มีความสอดคล้องอยู่แล้ว เพียงแต่ในรายละเอียดต่างๆ ยังมีความยากอยู่บ้าง จึงได้ขอให้คุรุสภาหารือกับภาคเอกชนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและนำมาปรับปรุงการดำเนินงาน เช่น ชาวต่างชาติที่เข้ามาเป็นครู เป็นเรื่องของหลักเกณฑ์คุณสมบัติผู้ได้รับใบประกอบวิชาชีพ ซึ่งปัจจุบันออกใบอนุญาตชั่วคราวเพื่อให้สอนไปก่อนได้ โดยมีการพัฒนาตามกระบวนการควบคู่กันไป แต่ก็มีเสียงสะท้อนของภาคเอกชนและผู้ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางที่ไม่เรียนครู แต่มีความสนใจที่จะมาเป็นครูว่า เรื่องใบอนุญาตเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยากและไม่จูงใจเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผ่อนผัน การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จึงจะต้องมีการตั้งวงพูดคุยแลกเปลี่ยนกันว่า อะไรที่ควรปรับก็จะต้องปรับ จะผ่อนผันอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะในสาขาวิชาที่ขาดแคลนน่าจะปรับได้เร็ว เช่น อาชีวะ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ เพราะจะไม่กระทบต่อความมั่นคงของวิชาชีพครูโดยรวม ที่มีความกังวลเรื่องการเป็นครูได้ง่าย จะกระทบกับคนที่เป็นครูอยู่แล้วหรือไม่อย่างไร ครูจะหางานยากขึ้นหรือไม่


จึงต้องมาดูว่า เมื่อทำให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาเป็นครูได้ง่ายขึ้น จะหาวิธีประกันคุณภาพได้อย่างไร เพราะคุรุสภาก็ต้องให้ความสำคัญต่อคุณภาพของวิชาชีพด้วยเช่นกัน


นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
17/10/2556