พบปะนักเรียนที่พระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2560 ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พบปะสนทนากับคณาจารย์และลูกหลานนักเรียนโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ในช่วงเวลาหลังเคารพธงชาติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนโรงเรียนคุณธรรม หลังจากนั้น เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน Open House “เปิด…นวัตกรรมการศึกษาเพื่อผู้ประกอบการยุค 4.0+” ประจำปีการศึกษา 2560 พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาประเทศ จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวว่า โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย เป็นโรงเรียนอันทรงเกียรติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระผู้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลกรุงเก่า ตั้งแต่ พ.ศ.2448 โดยยึดแบบอย่างของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนหลวงแห่งแรกของประเทศไทย โดยในส่วนของปรัชญาโรงเรียนที่ว่า “ตั้งใจเรียน เพียรทำดี มีวินัย รับใช้สังคม” ถือเป็นแนวทางการสร้างคนดีคนเก่งให้กับสังคม หากนักเรียนจะได้ยึดถือประจำใจตลอดเวลาทั้งในการเรียน การดำเนินชีวิต หรือในการทำงานต่อไปในอนาคต ก็จะเกิดสิ่งดี ๆ แก่ชีวิต เป็นพลังในการขวนขวายให้มีความแตกฉานในส่วนของวิชาการ ตลอดจนมุ่งมั่นเพียรพยายามทำความดี อยู่ในศีลในธรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังเป็นเด็กและเยาวชน ที่จะส่งผลต่ออุปนิสัยเมื่อเติบใหญ่

สิ่งสำคัญคือการรับใช้สังคม ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ข้อของหลักการคุณธรรมที่จะขอให้โรงเรียนร่วมขับเคลื่อน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่มีพระราชประสงค์ให้โรงเรียนทั้งประเทศเป็นโรงเรียนคุณธรรม นั่นก็คือ ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ ตลอดจนชุมชนและสังคมที่เราอยู่

จึงขอฝากความหวังไว้กับผู้บริหารและครูอาจารย์ ที่จะต้องทำงานหนักร่วมกัน เพื่อนำพาลูกหลานเยาวชนไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทิศทางของคุณธรรม เพราะการอบรมสั่งสอนในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรมนั้น มิใช่หน้าที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ สถานศึกษาแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง ประชาชนในชุมชน ต้องเป็นแรงเสริมและร่วมมือกับสถานศึกษาอย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนพระราชทาน เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดที่เก่าแก่ ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณธรรมให้เกิดขึ้นจริง โดยมีหลักที่สำคัญ 5 ประการ คือ 1) ความพอเพียง ที่จะต้องมีความพอประมาณ ประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย รู้จักความพอดี เพราะหากไม่รู้จักพอจะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันได้ 2) ความกตัญญู ทั้งต่อบิดามารดา ครูอาจารย์ และพระกรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ไทย ตลอดจนผู้มีพระคุณ 3) ความซื่อสัตย์สุจริต ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต เรียกได้ว่าความซื่อสัตย์สุจริตสร้างชาติ 4) ความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเจริญสัมมาชีพต่อไปในวันข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ  5) การมีอุดมการณ์คุณธรรมจริยธรรม อาทิ หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) โดยต้องยึดหลักความยุติธรรม

โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย” เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ พ.ศ.2448 ปัจจุบันการจัดการศึกษาแบบสหศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 3 (พระนครศรีอยุธยา-นนทบุรี) มีนายวรากร รื่นกมล เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน บริหารงานภายใต้วิสัยทัศน์ “เป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพการศึกษาสูง พัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ รู้จักตนเองและอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุข เสริมสร้างความตระหนักในบทบาทหน้าที่ครู และร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ชุมชน สังคมเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นมาตรฐานสากล” นอกจากนี้โรงเรียนยังได้เข้าร่วมโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล (World-Class Standard School) ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก เป็นเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก

อัตลักษณ์ของโรงเรียน: ชาติเสือ หมายถึง ผู้ที่มีกำเนิดมาจากบรรพบุรุษที่มีแต่คนเก่ง กล้าหาญ
เอกลักษณ์ของโรงเรียน: ภูมิใจสถาบัน มุ่งมั่นความเป็นเลิศ เทิดองค์อานันท์
ปรัชญาของโรงเรียน: ตั้งใจเรียน เพียรทำดี มีวินัย รับใช้สังคม
สีประจำโรงเรียน: ขาว แดง
ดอกไม้ประจำโรงเรียน: ดอกพะยอม


จากนั้นได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน Open House “เปิด…นวัตกรรมการศึกษาเพื่อผู้ประกอบการยุค 4.0+” ประจำปีการศึกษา 2560 พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาประเทศ ณ ห้องบอลรูม สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา โดย เภสัชกร ดร. แสงสุข พิทยานุกุล อธิการบดี ตลอดจนผู้บริหาร คณะครูอาจารย์ และนักเรียนชั้น ม.6 จากโรงเรียนในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมกว่า 500 คน

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวมีใจความตอนหนึ่งว่า การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อให้ลูกหลานได้ก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกอบการและการผลิตนวัตกรรมในยุคไทยแลนด์ 4.0 นั้น สิ่งสำคัญคือการเพิ่มคุณภาพของกระบวนการจัดการศึกษา ทั้งในส่วนของครูอาจารย์ผู้สอน และนักเรียนนักศึกษาอย่างครอบคลุมครบถ้วนทุกด้าน ทั้งการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาชีวิต พัฒนาอาชีพ และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก แต่อย่างไรเสียเราก็ต้องไม่ทิ้งคุณงามความดี คุณธรรมจริยธรรม ที่จะต้องปลูกฝังให้ติดตัวเด็กไปจนโต

โดยสิ่งที่กังวลและมีความห่วงใยมากที่สุด คือการใช้โซเชียลมีเดีย ที่ปัจจุบันมักใช้กันในทางที่ผิด หมกมุ่น โพสต์ภาพหรือแชร์ข้อความอย่างไม่สร้างสรรค์ บางครั้งเลยเถิดไปจนถึงการยั่วยุนำไปสู่การทะเลาะวิวาทก็มี หรือแม้กระทั่งการมีพฤติกรรมติดตามชื่นชมบุคคลที่โด่งดังในโซเชียลมีเดีย หรือเน็ตไอดอล ซึ่งบางคนก็มีพฤติกรรมที่ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่างเสียด้วยซ้ำไป

นอกจากนี้ ไม่ว่าลูกหลานจะไปประกอบกิจการหรือทำงานใดในอนาคต สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ต้องมีควบคู่ไปกับวิชาความรู้และทักษะต่าง ๆ แล้ว คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม ที่ทุกคนควรมีไว้เพื่อประกอบสัมมาชีพตามความถนัดให้เจริญก้าวหน้า ซึ่ง “ศาสตร์ของพระราชา” ถือเป็นเข็มทิศชีวิตที่จะนำพาไปสู่การกระทำความดี ทั้งในเรื่องของความเป็นสุภาพชน ดังคำกล่าวขานของนานาอารยประเทศ ที่ในอดีตยกย่องให้คนไทยเป็นผู้ที่มีศักดิ์ศรี มีเกียรติยศ และมีความรักสมัครสมานสามัคคีกันมาก, ความซื่อสัตย์สุจริต มีธรรมาภิบาล, ความไม่หลงลืมตัว มีความกตัญญูต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณ, ความเคารพยกย่องครูให้เป็นบุพการีรองจากบิดามารดา เป็นต้น หากพวกเราปฏิบัติได้เช่นนี้ ก็จะสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับชีวิตได้อย่างแน่นอน

งาน Open House ” เปิด…นวัตกรรมการศึกษาเพื่อผู้ประกอบการยุค 4.0+” ประจำปีการศึกษา 2560 จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา ได้มีโอกาสรับฟังแนวทางการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ด้วยการนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาประเทศ ตลอดจนได้รับทราบแนวคิดและองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจจากนักธุรกิจชั้นนำ และเปิดโอกาสการเป็นเจ้าของธุรกิจและมีรายได้ระหว่างการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรของสถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา ที่มุ่งหวังผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถในการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบริหารจัดการ และศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาตนเอง พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศต่อไป

สถาบันเทคโนโลยีแห่งอโยธยา เปิดทำการสอนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2550 มีหลักสูตรระดับปริญญาตรี 4 หลักสูตร ได้แก่ 1) หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม 2) หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการและสาขาวิชาการตลาด 3) หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น 4) หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต แขนงวิชาสาธารณสุขศาสตร์ และแขนงวิชาอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ปัจจุบันได้นำนวัตกรรมการศึกษาแห่งแรกของโลก ชื่อว่า “โรงเรียนบ่มเพาะธุรกิจ” (The Business Incubation School : BIS) เป็นรูปแบบองค์กรไม่แสวงหากำไร (Non-profit organization) และไม่มีปริญญา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) จำนวนรุ่นละ 50 คน ที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้การทำธุรกิจภายใต้การให้คำปรึกษาของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตัวจริง 25 คน แบ่งเป็น 3 หลักสูตร คือ 1) เตรียมความพร้อมการเป็นผู้ประกอบการ ระยะเวลา 1 เดือน 2) การเป็นผู้ประกอบการ ระยะเวลา 1 ปี 3) การเป็นผู้ประกอบการชั้นสูง ระยะเวลา 1 ปี


นวรัตน์ รามสูต, บัลลังก์ โรหิตเสถียร: สรุป/รายงาน
อิทธิพล รุ่งก่อน: ถ่ายภาพ
13/6/2560