โรงแรมริชมอนด์ สไตล์ลิช คอนเวนชั่น จ.นนทบุรี – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
รมว.ศธ. กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นความต่อเนื่องการทำงานของ สพฐ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการประเมินวิทยฐานะครูให้เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน รวมทั้ง
สพฐ.ในฐานะผู้รับผิดชอบ จึงได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ขึ้น เพื่อพัฒนาระบบการประเมินวิทยฐานะให้เชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน เสวนาและวิพากษ์หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ ด้วยการประเมินสมรรถนะ TPK Model สายงานการสอน รวมทั้งแนวทางการดำเนินงาน พร้อมทั้งมีการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบ และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักการศึกษา และนักวิชาการ เพื่อให้ได้ข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานเหมาะสมและครอบคุลมสายงานการสอน
การประเมินสมรรถนะ TPK Model สายงานการสอน เพื่อใช้นำร่องใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เป็นการประเมินสมรรถนะของครูด้านความรู้ทางทฤษฎี และสมรรถนะในด้านการสอน ซึ่งครูที่จะเข้ารับการประเมินนี้จะต้องมีความเข้มแข็งทางด้านวิชาการ และได้รับการรับรองสมรรถนะในสาขาที่ได้รับการประเมินจากสถาบันที่ ก.ค.ศ. ให้การรับรอง ฉะนั้นการประเมินวิทยฐานะใหม่ เป็นการมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาครูทั้งทางด้านทฤษฎีและการเรียนการสอน และสิ่งสำคัญคือการประเมินวิทยฐานะจะต้องเชื่อมโยงกับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน จึงจะทำให้การประเมินวิทยฐานะไม่เฉพาะเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพ มีเส้นทางความก้าวหน้าของครูและบุคลากรทางการศึกษาทางอาชีพเท่านั้น แต่จะต้องตอบปัญหาของประเทศคือ เพิ่มผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนให้ได้ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้นำเสนอให้การประเมินการเรียนการสอนหรือผลสัมฤทธิ์ควรมีลักษณะเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนแนวใหม่ในวิชานั้นๆ เช่น การเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ที่เน้นการคิดวิเคราะห์ การเรียนรู้จากชีวิตจริง สิ่งแวดล้อมของนักเรียนมากขึ้น
ประเด็นการประชุมครั้งนี้ จะวิพากษ์ถึงการศึกษาเกี่ยวกับการประเมินวิทยฐานะในรายวิชาด้วย ซึ่งเป็นระบบที่มีการระดมความคิด มีองค์ความรู้และมีการสังเคราะห์ไว้แล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งจะนำไปสู่ข้อสรุปการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ โดยจะมีการเชื่อมโยงผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ผลการทดสอบ O-Net และ National Test (NT) ที่จะต้องมีการพัฒนาอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพราะ O-Net จะมีการทดสอบเพิ่มขึ้นอีกหลายวิชา การวัดผล NT ก็อาจจะต้องมีการเพิ่มชั้นเรียน แต่อยู่ระหว่างหารือกันว่าจะเพิ่มชั้นอะไรบ้าง ส่วนรายละเอียดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่จะใช้ประเมินครูนั้น จะต้องพิจารณาต่อไปว่า จะต้องใช้ผลสัมฤทธิ์จำนวนกี่ปี หรือจะเน้นการยกระดับพัฒนาผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้นจากปีก่อน หรือจะต้องอยู่ในระดับใดจึงจะเป็นที่ยอมรับ และจะใช้กับวิทยฐานะขั้นไหน เหล่านี้เป็นรายละเอียดที่ที่ประชุมจะต้องพิจารณากันต่อไป
นอกจากนี้ การประกาศโยบายปฏิรูปการเรียนการสอน ซึ่งหมายถึงการพัฒนาครูที่เชื่อมโยงกับการทดสอบประเมินผล คือ O-Net หรือ NT เมื่อมีการพัฒนาให้สอดคล้องกับหลักสูตรในระบบโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว ก็เท่ากับช่วยลดปัญหาการกวดวิชาของนักเรียน ทำให้ ครู นักเรียนและผู้ปกครอง สนใจการเรียนการสอนในระบบมากขึ้น เพราะต้องทำให้เด็กมีผลสัมฤทธิ์หรือผลสอบ O-Net, NT รวมทั้งการทดสอบวัดผลอื่นดีขึ้นด้วย รวมทั้งการเสนอให้มีการปรับปรุงระบบการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาครั้งใหญ่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปการเรียนการสอนในระบบ ก็เท่ากับลดความจำเป็นในการกวดวิชา อย่างไรก็ตาม การกวดวิชาไม่ใช่สิ่งเลวร้ายและไม่ใช่เรื่องที่จะต้องห้าม แต่ที่สำคัญคือ การลดความจำเป็นในการกวดวิชา หมายความว่า หากมีการเรียนการสอนในระบบที่สามารถตอบคำถามของนักเรียน ครู และผู้ปกครองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องอาศัยการกวดวิชา แต่หากเด็กที่อ่อนต้องการที่จะเรียนให้ดียิ่งขึ้น ก็สามารถกวดวิชาได้ เพราะเป็นธรรมชาติที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกก็มีการกวดวิชา
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า เทคนิคและแนวทางการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ไม่ได้เข้ามาแทนการประเมินในทุกชั้นปีหรือในทุกกลุ่มสาระวิชาทันที ยังสามารถใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ว27 ว17 ว5 ไปก่อนได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาหลักเกณฑ์ที่มีแนวคิดจาก TPK Model โดยเริ่มต้นจาก 3 กลุ่มสาระที่มีความชัดเจนที่สุด คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ซึ่ง สสวท. และหน่วยงานด้านภาษาอังกฤษ มีความเข้มแข็งและมีเครื่องมือในการประเมินสมรรถนะครูอย่างเต็มระบบและเชื่อถือได้ โดยประเมินคุณภาพผู้เรียนจาก O-Net และ NT เป็นตัวตั้ง นอกจากนี้ได้มีการเรียกร้องให้ประเมินแบบใหม่ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกชั้นปี แต่ สพฐ.ในฐานะผู้รับผิดชอบ มีความเห็นว่า เรายังไม่มีความพร้อมในทุกกลุ่มสาระหรือทุกชั้นปี ควรจะเริ่มต้นจากกลุ่มสาระและชั้นปีที่มีความพร้อมให้ได้เข้าสู่ระบบไว้ก่อน เช่น ป.3 ป.6 ม.3 และ ม.6 จากนั้นจึงจะขยายกลุ่มสาระและชั้นปีมากขึ้นจนกระทั่งเต็มระบบต่อไป หากรอเพื่อให้มีความพร้อมทุกกลุ่มสาระและทุกชั้นปี ก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี
ทั้งนี้ หากสามารถขับเคลื่อนบางกลุ่มสาระและบางชั้นได้ทันในปีการศึกษา 2557 ก็เท่ากับเราได้เชื่อมโยงคุณภาพครูและนักเรียนเข้าด้วยกันแล้ว สำหรับการกวดวิชา อาจจะลดลงเพราะแนวการทดสอบ NT จะปรับเปลี่ยนจากการเน้นเนื้อหาสาระ Content Based เป็นลักษณะ PISAlize คือใช้การทดสอบจากแนวคิดของ PISA ที่เน้นการนำความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษามาปรับใช้ในชีวิตและสังคม เป็น Content Free ที่ไม่เน้นความรู้และความจำ แต่เน้นการประยุกต์ใช้
นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
30/8/2556

