ประชุมองค์กรหลัก

ศึกษาธิการ – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ร่วมประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ครั้งที่ 9/2557 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2557 ณ ห้องประชุมอาคารหอพัก สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา มีสาระสำคัญสรุป ดังนี้

  • การเสนอของบกลางสำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ของ กยศ.

รมว.ศธ.กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าของการเสนอของบประมาณ (งบกลาง) สำหรับผู้กู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รายใหม่ ประจำปีการศึกษา 2557 พบว่ามีจำนวนผู้ขอกู้ยืมรายใหม่ประมาณ 112,500 คน รวมเป็นเงินจำนวน 1,408 ล้านบาท ซึ่งได้ทำการเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาด้วย ที่คาดว่าจะมีความต้องการของผู้กู้รายใหม่จำนวนทั้งสิ้น 263,500 คน คิดเป็นงบประมาณจำนวน 3,642 ล้านบาท

ดังนั้น ศธ.จึงจะเสนอขอเพิ่มงบกลางปีงบประมาณ พ.ศ.2557 สำหรับให้ผู้ขอกู้ยืมรายใหม่ เฉพาะภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 จำนวน 151,000 คน หรือใช้งบประมาณเพิ่มจำนวน 2,234 ล้านบาท

ซึ่งการที่ กยศ.ถูกตัดงบประมาณไปในช่วงแรก เนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ ให้ไปปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนให้เรียบร้อยก่อน แต่ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้ว และพบว่างบประมาณสำหรับผู้กู้ยืมรายใหม่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้นักเรียนนักศึกษาที่ประสงค์จะขอกู้ยืมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย,ปวช., ปวท./ปวส., อนุปริญญา และปริญญาตรีบางสาขาที่ไม่ได้กู้ยืมจากกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้อนาคต (กรอ.) ได้รับผลกระทบมาก จึงจำเป็นต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 มีนาคมนี้ เพื่อพิจารณาอนุมัติงบกลางให้ต่อไป ซึ่งการขออนุมัติงบกลางขณะนี้อยู่ระหว่างรอรัฐบาลใหม่ จึงใช้ด้านอื่นๆ ไม่ได้ แต่ด้านการศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นอนาคตทางการศึกษาสำหรับนักเรียนนักศึกษา หากไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ ศธ.ก็จำเป็นต้องเสนอขอจนกว่าจะได้รับการอนุมัติ

ใบประกอบวิชาชีพครู

รมว.ศธ.กล่าวว่า ตนได้กำชับให้ทุกหน่วยงานใน ศธ.รับประเด็นปัญหาจากกรณีการออกใบประกอบวิชาชีพครู โดยหน่วยงาน/องค์กรหลัก จะประชุมหารือร่วมกันในวันที่ 14 มีนาคมนี้ก่อน เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหา สิ่งที่ต้องการให้มีการทบทวน และความต้องการทั้งหมด เพื่อเสนอให้คุรุสภาพิจารณาในการประชุมวันที่ 20 มีนาคมนี้ เพื่อแก้ปัญหาการที่ ศธ.ไม่สามารถสรรหาผู้ที่มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาที่ขาดแคลนเข้ามาเป็นครูได้ รวมทั้งครูชาวต่างประเทศด้วย เพราะติดปัญหาเรื่องการเสนอขอใบประกอบวิชาชีพครู

รมว.ศธ.ได้ยกตัวอย่างกรณีผู้จบสาขาอักษรศาสตร์ระดับปริญญาตรี ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศเป็นอย่างดี ไม่สามารถเข้ามาเป็นครูผู้สอนแม้กระทั่งในระดับชั้นประถมศึกษาได้ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู แต่หากไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทแล้ว สามารถเข้าไปสอนในระดับมหาวิทยาลัยได้ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ยังคงมีความลักลั่นกันอยู่ จึงต้องหารือและช่วยกันคิดแก้ไขปัญหาเชิงระบบเหล่านี้

รายงานความก้าวหน้าการยกระดับคุณภาพงาน กศน.

เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ได้รายงานความก้าวหน้าให้ที่ประชุมรับทราบเรื่อง “การยกระดับคุณภาพงานการศึกษานอกระบบแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ ปีงบประมาณ .ศ.2557” ซึ่งสำนักงาน กศน.ได้มีแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อเน้นการกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยมีเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบ N-Net การศึกษาขั้นพื้นฐานสูงขึ้น โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงาน 4 ยุทธศาสตร์ คือ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ระดมสรรพกำลังขับเคลื่อนคุณภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 : เร่งปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้
ยุทธศาสตร์ที่ 3 : เสริมสร้างและพัฒนาปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษานอกระบบ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การติดตาม ประเมิน และวิจัย

ทั้งนี้ สำนักงาน กศน. ได้กำหนดให้ปี พ.ศ.2557 เป็นปีแห่งการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่สากล  โดยได้กำหนดให้มีการระดมความคิดของนักการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักศึกษา และภาคเครือข่ายร่วมจัดการศึกษา ในการกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการขับเคลื่อน โดยได้ข้อสรุปที่จะมีแนวทางการพัฒนาใน 6 มิติ คือ

มิติด้านผู้เรียน คือ มีการคัดกรองผู้เรียน และกระบวนการแนะแนวเพื่อแนะนำการเรียน กศน. และจัดให้เรียนในรูปแบบที่เหมาะสม มิติด้านรูปแบบการเรียน  ที่จะมีรูปแบบการเรียน กศน. ที่มีการเรียนในห้องเรียน 9 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ควบคู่กับการเรียนรู้ต่อเนื่องด้วยตนเอง การทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต 200 ชั่วโมง เพื่อให้เหมาะสมกับผู้เรียนที่ต้องการเรียนอย่างแท้จริง ผู้ที่มีเวลาเรียนและทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และมีครู กศน.จัดกระบวนการเรียนรู้ นอกจากนี้มีการจัดระบบรูปแบบการเรียนทางไกล คือ เรียนจากสื่อเอกสารและสื่อวีดิทัศน์ รวมทั้งการประเมินเทียบความรู้และประสบการณ์ มิติด้านการจัดการเรียนรู้  มีวิธีการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การเรียนรู้แบบโครงงาน การเรียนรู้จากปัญหา และการเรียนรู้แบบอื่นๆ ได้แก่ การเรียนรู้แบบสาธิต และการเรียนรู้โดยการอภิปรายมิติด้านสื่อการเรียนรู้  มีแนวทางดำเนินการโดยการจัดตั้งศูนย์สื่อ ONIE Media Center ซึ่งจะเป็นศูนย์ที่รวบรวมสื่อการเรียนที่หน่วยงาน สถานศึกษาต่างๆ และพัฒนาขึ้นบนเว็บไซต์ www.nfe.go.th นอกจากนี้มีการพัฒนาสื่อการเรียน โดยการสรุปสาระสำคัญในบทเรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และตัวชี้วัดของรายวิชา แล้วนำเสนอในรูปแบบแอพพลิเคชั่นผ่านเว็บไซต์ www.nfe.go.th/0405
มิติด้านครูผู้สอน  โดยมีการเร่งการพัฒนาครู กศน. เพื่อพัฒนาครูผู้สอนทั่วประเทศ
6. มิติด้านการบริหารจัดการ  เพื่อต้องการลดสัดส่วนของ “ครูต่อผู้เรียน” ในกลุ่มต่างๆ คือ กลุ่มผู้เรียนปกติ 1 : 60, กลุ่มผู้เรียนพิการทางสติปัญญา 1 : 5, กลุ่มผู้เรียนพิการทางร่างกาย 1 : 10, กลุ่มผู้เรียนพื้นที่พิเศษ (ศศช.) 1 : 35

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน10