น.ศ.แม่โจ้..ขี่ม้าเรียน ประหยัด"น้ำมัน"-ลด"โลกร้อน"

Source – เว็บไซต์มติชน (Th)

Tuesday, July 22, 2008  04:32

          จากความสนใจของหลายๆ ฝ่าย หลังได้ยินข่าวคราวว่า มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ “ขี่ม้า” ไปเรียนแทนการใช้รถ ซึ่งสอดคล้องกับวิกฤตการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายๆ คนหันมาให้ความสนใจ และต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการขี่ม้า ว่ามีราคาเท่าไหร่ และสามารถช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้จริงหรือไม่

          “ศุภชัย วงศ์กล่ำ” นักศึกษาปี 4 สาขาสัตวศาสตร์ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ บอกว่า ม้าแกลบเป็นม้าที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก สมัยก่อนชาวเขามักใช้เป็นพาหนะบรรทุกสัมภาระในการเดินทาง ราคาต่อตัวเพียงหมื่นกว่าบาท ซึ่งนับว่าไม่แพงมาก จึงค่อนข้างเหมาะสำหรับคนไทย

          “ส่วนค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นค่าอาหารเม็ดของม้านั้น ตกเดือนละประมาณ 1 กระสอบ ราคาอยู่ที่ 400 บาท อาจมีการให้รำแห้งและกล้วยเป็นอาหารเสริมบ้าง แต่ก็ไม่แพงมาก ในการฝึกหัดขี่นั้น ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนก็สามารถขี่ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ที่สำคัญคือ อยากให้มองว่าเป็นกิจกรรมที่เกิดจากความมีใจรักมากกว่า เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่ที่ขี่ม้าไปเรียนเป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่ในสาขาสัตวศาสตร์ หรือบางคนเข้าชมรมขี่ม้าเพราะความชื่นชอบในสัตว์ประเภทนี้เป็นพิเศษ ส่วนการประหยัดพลังงานนั้น เป็นเรื่องของผลพลอยได้ที่ตามมามากกว่า แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจิตสำนึกที่ทุกคนจำเป็นต้องมีในการอยู่ร่วมกันในสังคม”

          รศ.เทพ พงษ์พานิช

          “รศ.เทพ พงษ์พานิช” อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยส่งเสริมการจัดตั้งชมรมขี่ม้า เพราะถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อตัวนักศึกษา คือทำให้นักศึกษารู้จักใช้เวลาว่างทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์อย่างเกิดประโยชน์ และการขี่ม้าก็จัดเป็นการออกกำลังกายที่ดี ที่สำคัญคือการเลี้ยงและเอาใจใส่ในสัตว์เลี้ยง ย่อมเป็นการฝึกให้จิตใจเกิดความเอื้ออาทร มีใจรักต่อสัตว์ระหว่างคนเลี้ยงและม้าเหล่านั้น จึงนับเป็นกิจกรรมที่ดี แต่ตัวนักศึกษาต้องดูแลรับผิดชอบ และระวังความปลอดภัยเรื่องการจราจรไม่ให้กีดขวาง และผูกม้าในสถานที่ที่เหมาะสม ก็คงไม่เกิดปัญหาอะไร

          “นอกจากการ “ขี่ม้า” ไปเรียนจะช่วยในเรื่องของการ “ออกกำลังกาย” แล้ว ยังช่วย “ประหยัดเงิน” ในกระเป๋าได้อย่างมหาศาล ในยุคที่ “ราคาน้ำมัน” มีแต่จะพุ่งสูงขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดภาวะ “โลกร้อน” ได้อีกด้วย”

 

 

          ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon