นโยบายอาชีวะ

จังหวัดเชียงใหม่ – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาในการขับเคลื่อนงานวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2557 แก่ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จากทั่วประเทศ ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2557

รมว.ศธ.กล่าวชื่นชม สอศ.ที่ได้จัดเสวนา จัดประชุมผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง โดยหัวข้อได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับ การยกระดับคุณภาพการอาชีวศึกษากำลังได้รับความสนใจจากทุกภาคส่วน และมีความคืบหน้าเห็นได้ชัดอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ มีความร่วมมือกับภาคเอกชน การตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (กรอ.อศ.) และคณะอนุกรรมการขึ้น มีการกำหนดหลักสูตร การทดสอบ ประเมินผล รวมทั้งนโยบายการดำเนินงานให้อาชีวศึกษามีมาตรฐานในระดับสากลมากขึ้น มีความร่วมมือกับประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านอาชีวศึกษาหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ จีน เยอรมนี ภาคเอกชนของไทยก็ให้ความสนใจมากขึ้น ทั้งภาคอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย ฯลฯ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญเรื่องอาชีวศึกษาเป็นอย่างมาก โดยให้รวบรวมความต้องการเพื่อให้มีการดำเนินงานที่ได้ผลโดยเร็ว

การประกาศตั้งเป้าหมายว่าให้ผู้ที่จบ ม.3 เข้าเรียนอาชีวะมากขึ้น 51:49 ในปี 2558 และ 45:55 ในปี 2557 เป็นการเน้นให้คนเรียนมากขึ้น โดยไม่เกิดจากการบังคับหรือแก้กฎระเบียบ แต่เป็นการเรียนแล้วมีงานทำ มีค่าตอบแทนสูง หากร่วมมือกันก็จะเกิดผลสำเร็จ ต้องช่วยกันคิดว่าจากนโยบาย แผนงาน และการร่วมมือกับเอกชน ต่างประเทศ การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนจะทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในสถานศึกษาได้อย่างไร จึงขอให้สำรวจความต้องการของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดหลักสูตรใหม่ๆ คุณสมบัติของคนที่ภาคเอกชนต้องการ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดี รวมถึงความพร้อมของโรงฝึก วัสดุอุปกรณ์ การหางบประมาณมาสนับสนุนเพื่อการพัฒนาที่มีศักยภาพ

การปฏิรูปการเรียนการสอน การใช้ Project-based การนำ ICT มาใช้ มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ภาษาจีนหลักสูตรระยะสั้น สำหรับแนวคิดการเรียนการสอนภาษานั้น ต้องใช้สื่อสารได้ ภาษาอังกฤษสำหรับอาชีวศึกษาไม่ควรเน้นไวยากรณ์ มีศัพท์สำหรับโรงงาน การท่องเที่ยว การโรงแรม ช่างเทคนิค เป็นต้น มีการใช้สื่อเครื่องมือในการช่วยสอน กล่าวคือ ต้องจัดห้องเรียนอีกรูปแบบหนึ่งที่มีครูมาเสริม ต้องเรียนภาษาแบบเข้มข้น เช่น ภาคฤดูร้อน หรือเรียนในเทอมสุดท้ายโดยใช้เวลาร้อยละ 80 เพื่อให้ได้ผล ส่วนภาษาจีน สถาบัน Hanban ก็พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้ต้องให้เด็กสมัครใจที่จะเรียน ไม่ควรบังคับให้เรียนด้านภาษา

รมว.ศธ.ได้ฝากให้ผู้บริหารสถานศึกษาช่วยกันเตรียมการจากนโยบาย แนวคิด ที่ทำมาระยะหนึ่งแล้ว และทำให้เกิดผลในสถานศึกษา ต่างประเทศก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการนำโมเดลมาใช้ หรือร่วมมือกับภาคเอกชนให้เกิดหลักสูตรใหม่ๆ ขึ้น ซึ่งจะโยงไปที่ภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษา โดยจัดการศึกษาให้ตรงกับความต้องการของเอกชน ทั้งปริมาณและคุณภาพ อันจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของชาวอาชีวะทุกคน

นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน
7/5/2557