นิทานแห่งความดี: ลูกเสือไทยเตรียมรับวิกฤติโลก

หากลูกเสือไทยต้องย้อนยุค 400 ปี   กลับไปใช้ชีวิตสมัยกรุงศรีอยุธยา

  พยากรณ์โดย: ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต

                      ถ้าสงคราม อิหร่านกับอเมริกาใน พ.ศ. 2569  รุนแรงขึ้นมาก จนการรบลุกลามมาถึงเมืองไทยแล้วจะเกิดอะไรขึ้น   น้ำมันจะขาดตลาดหรือราคาแพง   โรงไฟฟ้าบางปะกง  พระนครเหนือ และเขื่อนภูมิพล  อาจถูกระเบิด   น้ำประปาอาจไม่ไหล        รถไฟฟ้าหยุด  วินมอไซด์ ธนาคาร และโรงพยาบาลไม่ทำงาน  เพราะไม่มีน้ำมัน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเทอร์เน็ต ยาขาดตลาด เซเว่นปิดเพราะของหมด

                   คนไทย ต้องหันกลับไปดำรงชีวิตย้อนยุค 400 ปีแบบสมัยกรุงศรีอยุธยา เดินเท้า  ขี่ม้า ขี่ช้าง นั่งเกวียนเทียมวัว   พายเรือ   ใช้เรือใบ  จุดเทียน    ไต้   คบไฟ  ตะเกียงน้ำมันมะพร้าว หุงข้าวด้วยถ่านและฟืน  ทำเตาดินแบบโบรา  ณ  และ เตาหินสามก้อน    กินข้าวกับน้ำพริกปลาทู  ปลาร้า ปลาเค็ม ส้มตำ ขนมครก ทองม้วน  ใช้ระหัดลมชักน้ำเข้านา  ใช้ควายไถนา ใช้เคียวเกี่ยวข้าว   เลี้ยงปลา ไก่ เป็ด  หมู

                   ปั้นหม้อดินเผา หล่อพระพุทธรูป หล่อปืนใหญ่ ทำดินปืนใช้เอง  ตีดาบฟ้าฟื้น  ฝึกกระบี่กระบอง    ฝึกมวยไทยไว้ป้องกันตัว   เล่นดนตรีไทย  เตะตะกร้อ  เล่นหมากรุก     เล่นว่าว   ร้องเพลงลูกทุ่ง   ใส่เสื้อหม้อฮ่อม  แต่งชุดไทยไปวัด   กินของไทย  ใช้ของไทย  เที่ยวเมืองไทย  รักเมืองไทย

 

                    ใช้ปูนตำแทนปูนซิเมนต์  เผาดินเหนียวให้เป็นอิฐ ตัดหินทรายมาสร้างปราสาท   ใช้สมุนไพรและหมอนวดไทย แทนยาและแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากโรงงานผลิตยาหยุดทำการ(เพราะไม่มีไฟฟ้า)   อินเทอรเน็ตไม่มีสัญญาณ (เพราะไฟฟ้าดับ)  ต้องใช้คนขี่จักรยานถือจดหมายไปส่งแบบสมัยเบเดน โพเอลล์ หรือ เดินไปส่งแบบสมัยรัชกาลที่ 1 ตอนสร้างวัดพระแก้ว

                     ลูกเสือไทย… เตรียมพร้อมรับมือเหตุวิกฤต (Be Prepared)    เมื่อโลกพังพินาศเพราะสงครามอิหร่าน อเมริกัน    ลูกเสือไทยต้องเดินหน้าด้วยภูมิปัญญา

                      คติพจน์ของลูกเสือที่ว่า “เตรียมพร้อม” (Be Prepared) ไม่ใช่แค่การเตรียมกระเป๋าเดินทาง หรือ ซื้อปลากระป๋อง    แต่ต้องเตรียม “กาย ใจ และความเชี่ยวชาญ” ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน หากสงครามทำให้ไฟฟ้าดับ อินเทอร์เน็ตล่ม และน้ำมันหมดไปจริงๆ ลูกเสือจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ “อยู่รอด” และ “เป็นที่พึ่งของผู้อื่น” ได้ด้วยทักษะต่อไปนี้:

  1. เตรียมพร้อมด้าน “ทักษะชีวิต” (Survival Skills) ในวันที่รถยนต์วิ่งไม่ได้ และกูเกิลแมพ เปิดไม่ได้   ลูกเสือต้องรื้อฟื้นวิชา การเดินทางไกลด้วยเท้า แผนที่ และเข็มทิศ  สัญญาณควัน/ธง  รหัสมอร์ส   ขี่ม้า  ขี่ช้าง หรือการพายเรือ เพื่อส่งสารและลำเลียงเสบียงอาหาร

                – ปลูกผักสวนครัว  ผักริมรั้ว  ต้นไม้ผล เช่น  กะเพรา ตำลึง   พริก มะเขือ ถั่วพู  แคบ้าน มะละกอ มะม่วง มะพร้าว มะรุม สะเดา มะตูม มะขาม ฯลฯ

                – เลี้ยงไก่ เลี้ยงวัว แพะ กบ กระต่าย   ผสมเทียมปลา  ฝึกตกเบ็ด วางลอบ  ทอดแห  ทำปุ๋ยต้นไม้จากเศษปลาหมัก  ใบก้ามปู มูลไส้เดือน

                 -การหุงหาอาหาร: เมื่อไม่มีแก๊ส ไม่มีไฟฟ้า     ลูกเสือต้องใช้ “ฟืนและถ่าน” รู้วิธีการก่อไฟ โดยใช้ไม้ถูกัน หรือตีหินเหล็กไฟ  และรู้วิธีถนอมอาหารแบบโบราณ เช่น การทำ ข้าวหลาม  ข้าวตัง ข้าวเม่า  ข้าวเกรียบ ข้าวหมาก    กล้วยฉาบ   ปลาเค็ม ปลาแห้ง ปลาร้า ผักดอง หมูเค็ม  หม่ำ   ไส้อั่ว  ไส้กรอกอีสาน   เพื่อเก็บไว้กินในยามขาดแคลน   ฝึกทำปลาเผา  ไก่อบฟาง  เป็ดย่าง หมูแดง  ซาลาเปา  ขนมปัง  ขนมเค้ก  ทองม้วน   ขนมครก ขนมกล้วย  กล้วยแขก  ลูกชิ้นปิ้ง ผลไม้ดอง  มะม่วงแผ่น   กะปิ น้ำปลา น้ำบูดู  น้ำปลาร้า น้ำพริกแมงดา   เอาไว้ทำขายหาเงินใช้

                -การจัดการน้ำ: เมื่อน้ำประปาไม่ไหล ลูกเสือต้องรู้วิธีรองกักเก็บน้ำฝนใส่โอ่งมีฝาปิดป้องกันยุงวางไข่   แกว่งสารส้ม  กรองน้ำ   ขุดบ่อน้ำ     ใช้”ระหัดลม” และระหัดชกมวย   ชักน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในการเกษตรและอุปโภค  กรองน้ำให้สะอาดด้วยทรายและถ่าน

                 – ใช้พลังแสงอาทิตย์:  ทำปลาช่อนแดดเดียว  กล้วยตาก  โซล่าร์เซลล์  พาวเวอร์บอ๊กซ์  

                – จัดการขยะ   หาทางลดขยะ  แยกขยะบางส่วนไปขาย บางส่วนทำน้ำหมักชีวภาพ  บางส่วนทำปุ๋ยหมัก  บางส่วนเอาไปเผา  บางส่วนฝังกลบ  

 

  1. เตรียมพร้อมด้าน “สุขภาพและสมุนไพร”

                     ในวันที่โรงพยาบาลขาดแคลนยาแผนปัจจุบัน เพราะโรงงานผลิตยาไม่มีไฟฟ้า    ลูกเสือต้องมีความรู้เรื่อง “สมุนไพรใกล้ตัว” ใช้ฟ้าทะลายโจรแก้ไข้รักษาโควิด   ใช้ขมิ้นชันรักษาโรคกระเพาะ  ใช้ปูนแดงทาแก้ยุงกัด  ใช้การนวดไทยบรรเทาอาการปวดเมื่อยอ่อนเพลียจากการทำงานหนัก

 

  1. เตรียมพร้อมด้าน “ความมั่นคงและสามัคคี” (Defense & Discipline)

              เมื่อไม่มีระบบสื่อสารอินเทอรเน็ต   ไม่มีวิทยุ  ไม่มีเรดาห์  ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีกระสุนปืน   จะทำให้อาวุธปืน  จรวด เครื่องบิน หรือ โดรนกลายเป็นเศษเหล็กรอขึ้นสนิม

             -ลูกเสือไทยต้องฝึก ศิลปะป้องกันตัวแบบไทย เช่น มวยไทย หรือกระบี่กระบอง ไม่ใช่เพื่อรังแกใคร แต่เพื่อปกป้องทรัพย์สินและส่วนรวม

              -การรวมกลุ่มเป็น “ระบบหมู่”  จะช่วยให้เกิดการแบ่งงานกันทำ ใครทำหน้าที่หาฟืน ใครทำหน้าที่ตักน้ำ ใครทำหน้าที่ยามระวังภัย หรือสายลับ

 

  1. เตรียมพร้อมด้าน “จิตใจ” (Scout Spirit)

                   หัวใจสำคัญที่สุดคือ “คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ” โดยเฉพาะข้อที่ว่า “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้” และ “ลูกเสือช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ ”  คนที่มีจิตวิญญาณลูกเสือจะ “ไม่กลัว” เพราะเรารู้ว่าเรามีประสบการณ์  และมีเพื่อนพี่น้องลูกเสือที่จะช่วยเหลือกันความลำบาก

                  หากเรามีสติและพร้อมที่จะ “ทำดีที่สุด”ในทุกสถานการณ์          โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร จะย้อนยุคไป 400 ปี หรือก้าวล้ำไปข้างหน้า อีกร้อยปี “ลูกเสือ” จะยังคงเป็นผู้ที่ยืนหยัดได้อย่างสง่าผ่าเผย เพราะเราฝึกฝนมาเพื่อ “เตรียมพร้อม”  อะไรจะเกิด… ลูกเสือก็ไม่กลัว!

                     **************************************************

 

 

บทละครรอบกองไฟ: ลูกเสือไทย รับมือวิกฤตโลก

ตัวละคร:

1.ลูกเสือเอก (หัวหน้าหมู่): มั่นใจ มีสติ (ตัวแทนความเตรียมพร้อม)

2.ลูกเสือเก่ง: เก่งโซเชียล ติดเกม (ตัวแทนคนยุคใหม่)

3.ลูกเสือจอม: สายกิน ขี้กลัว

4.ชาวบ้านสมัยกรุงศรีอยุธยา 400 ปี ย้อนยุค (ใช้ผ้าขาวม้าเคียนเอว) 2-3 คน

5.พิธีกร/เสียงบรรยาย: (ให้เสียงตื่นเต้น)

 

ฉากที่ 1: โลกที่พังพินาศเพราะสงคราม อิหร่าน-อเมริกา อิสราเอล

(ลูกเสือ ไทย  3 คน นั่งล้อมวงเล่นเกมมือถือ/กินขนมถุง)

ลูกเสือเก่ง: “เฮ้ย! เน็ตล่มว่ะ ดู ติ๊กตอก  เฟสบุค กูเกิล ไม่ได้เลย แบตก็จะหมด!”

ลูกเสือจอม: “หิวข้าวว่ะ เซเว่นปิด ไฟฟ้าดับ ข้าวเวฟไม่ได้เลย!”

ลูกเสือเอก: “ใจเย็นๆ ทุกคน สงครามอิหร่าน-อเมริกาทำพิษแล้ว โรงไฟฟ้าโดนระเบิด น้ำมันไม่มี อินเทอร์เน็ตพัง!”

เสียงเอฟเฟกต์: (เสียงระเบิดดัง “ตู้ม!” แล้วไฟรอบกองไฟหรี่ลงหรือดับชั่วขณะ)

 

ฉากที่ 2: ผจญภัยย้อนยุค

(กลุ่มลูกเสือเดินเท้าทางไกลมาเจอกับชาวบ้านสมัยกรุงศรีอยุธยาที่กำลังตีดาบและหุงข้าวด้วยฟืน)

 

ชาวบ้าน: “เฮ้ย! พวกเจ้าเป็นใคร แต่งตัวแปลกประหลาด มีผ้าผูกคอเหมือนจะไปคล้องควาย?”

ลูกเสือเอก: “พวกเราคือลูกเสือไทยครับ! พวกเราหลงยุคมาเพราะโลก2570 ไม่มีไฟฟ้าใช้แล้ว”

ชาวบ้าน: “ไฟฟ้าคืออันใด? ข้าไม่รู้จัก ข้ามีแต่ ไต้กับ คบไฟถ้าพวกเจ้าอยากอยู่รอด ต้องทำตามข้า!”

 

ฉากที่ 3: ฝึกทักษะลูกเสือ (The Survival Training)

(ดนตรีประกอบจังหวะคึกคัก ลูกเสือต้องทำท่าทางตามคำสั่งชาวบ้าน)

 

3.1 การหาอาหาร: ชาวบ้านยื่นฟืนให้ ลูกเสือจอมพยายามจุดไฟ (ทำท่าปั่นไม้) จนไฟติด แล้วจำลองการทำ “ปลาแห้ง/ปลาร้า”

3.2 การเดินทาง: ลูกเสือเก่งบ่นเจ็บเท้า ชาวบ้านสอนให้ขี่ม้า (ใช้ไม้พลองทำเป็นม้าก้านกล้วยวิ่งรอบกองไฟ)

3.3 การรักษาพยาบาล: ลูกเสือจอมโดนยุงกัด ชาวบ้านเอา “ปูนแดง” (สมมติ) มาทาให้ และให้เคี้ยว “ฟ้าทะลายโจร”

3.4  การป้องกันตัว: ชาวบ้านสอนมวยไทยและกระบี่กระบอง (ลูกเสือใช้ไม้พลองแทนกระบี่กระบอง  และทำท่าชกมวยประกอบจังหวะตะโพน)

 

ฉากที่ 4: บทสรุปและคำปฏิญาณ

(ลูกเสือทั้ง 3 คน กลับมายืนรวมกลุ่มกันหน้ากองไฟ)

ลูกเสือเก่ง: “ผมเข้าใจแล้วครับพี่เอก ถึงไม่มีเน็ต ไม่มีไอโฟน ถ้าเรามีทักษะชีวิต แบบชาวกรุงศรีอยุธยาเมื่อ 400 ปีก่อนเราก็อยู่รอดได้!”

ลูกเสือจอม: “ใช่! ต่อไปนี้ผมจะหุงข้าวด้วยฟืนให้คล่อง และเก็บยาสมุนไพรไว้ช่วยคนอื่น”

ลูกเสือเอก: (หันมาหาผู้ชม) “พี่น้องลูกเสือครับ! โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน จะย้อนยุคไป 400 ปี หรือล้ำหน้าไปอีกร้อยปี… ลูกเสือจะยืนหยัดได้อย่างสง่าผ่าเผย เพราะเรามีคติพจน์ว่า”เตรียมพร้อม! (Be Prepared)”

ฉากจบ:

(ทุกคนร่วมกันร้องเพลง เพลง กรุงศรีอยุธยา ราชธานีไทย ถึงเคยแตกแหลกไปก็ไม่สิ้นคนดี”” https://share.google/lHE0RP8ED195Sun2L)

                                                                                   

บทความชุดนี้ สร้างสรรค์คขึ้นใหม่ โดย  ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต   ไม่สงวนลิขสิทธิ์  ใครจะเอาไปใช้ก็ได้