ในบรรดานิทานลูกเสือ ไม่มีนิทานเรื่องใด้ที่จะเป็นที่รู้จักแพร่หลายเกินกว่าเรื่อง “เมาคลีลูกหมาป่า The Jungle Book” แต่งโดยชาวอังกฤษชื่อ ริยาร์ด คิปปลิง (Rudyard Kipling) ซึ่งเบเดน โพเอลล์ หรือ บีพี นำมาใช้เล่าให้ลูกเสือสำรองรุ่นเล็กฟัง เพื่อให้มีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ตามกฏลูกเสือข้อที่ 6
เรื่องราวมีดังนี้
ตอนที่ 1: ปฏิบัติการกู้ภัยกลางเพลิง
ที่เชิงเขาเซโอนี ประเทศอินเดีย ในคืนที่มืดมิด ณ ชายป่าใกล้หมู่บ้านมนุษย์ “แชร์คาน” เสือโคร่งผู้ดุร้ายได้บุกเข้าโจมตีที่พักของชาวบ้านจนเกิดความวุ่นวายและเกิดไฟไหม้ลุกท่วมบ้าน ท่ามกลางเสียงหวีดร้อง มีเด็กชายอายุไม่กี่เดือนคนหนึ่งพลัดหลงจากพ่อแม่ นอนร้องไห้อยู่ใต้พุ่มไม้
ขณะนั้น แม่หมาป่า ที่ออกมาหาอาหารเห็นเหตุการณ์ไฟไหม้และเสียงร้องไห้ของเด็กน้อย ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ แม่หมาป่ารีบกระโจนเข้าไป ใช้ปากคาบที่คอเสื้อของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา แล้ววิ่งฝ่าความมืดพากลับมายังถ้ำที่เทือกเขาเซโอนี เพื่อซ่อนเด็กคนนี้ให้พ้นจากกรงเล็บของเสือโคร่งแชร์คานที่ตามล่ามาติดๆ เธอคาบทารกน้อยแล้ววางลงท่ามกลางกลุ่มลูกหมาป่าของเธอ ให้ดูดนมจากเต้าหมาป่า และตั้งชื่อเขาว่า “เมาคลี”
ตอนที่ 2: ค่าไถ่ด้วยควายตัวหนึ่ง
เสือโคร่งแชร์คานตามมาถึงหน้าถ้ำหมาป่า และคำรามก้อง “ส่งลูกมนุษย์นั่นมาให้ข้า เดี๋ยวนี้ !” แต่แม่หมาป่าแยกเขี้ยวสู้ “เด็กคนนี้เป็นลูกของข้า เขาจะต้องอยู่กับฝูงหมาป่า!”
อีกไม่นาน เรื่องถึงหู จ่าฝูงหมาป่าชื่อ “อาเคล่า” ผู้สุขุมรอบคอบ ในที่ประชุมกองหิน มีกฎว่าสมาชิกใหม่จะเข้าฝูงได้ต้องมีผู้รับรอง 2 ราย ซึ่งมีหมี “บาลู” อาสาจะสอนกฎของป่าให้ และเสือดำ “บาเฆียร่า” ได้เสนอค่าไถ่ชีวิตเมาคลีด้วย “ควายที่เพิ่งล่าได้หนึ่งตัว” เสือโคร่ง แชร์คานจึงต้องถอยกลับไปด้วยความแค้น
ตอนที่ 3: บทเรียนจากหมีบาลูและภัยจากฝูงลิง
เมาคลีเติบโตขึ้นในฝูงหมาป่า โดยมีหมีบาลูเป็นครู หมีบาลูสอนให้เขารู้จัก “นิสัย” ของสัตว์ทุกชนิด
เมาคลีต้องฝึกไล่จับตั๊กแตนและนก โดยกระโดดตะครุบ แต่ไม่ได้ผล ในไม่ช้าเขาเรียนรู้จากผู้อาวุโสว่า ต้องค่อยๆคลานเข้าหาเหยื่อและนอนคอย ต่อมาเขาก็ถูกฝึกให้หาอาหารด้วยตัวเอง ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องอดตาย เพราะจะไม่มีใครหาอาหารมาป้อนเหมือนตอนเล็กๆ
วันหนึ่งเมาคลีแอบไปเล่นกับพวก บันดาร์-ล็อก (ฝูงลิงไร้ระเบียบ) จนถูกพวกลิงลักพาตัวไปที่เมืองร้าง หมีบาลูและเสือดำบาเฆียร่าต้องไปขอแรงจาก คา (งูเหลือมยักษ์) มาช่วยสู้จนชิงตัวเมาคลีกลับมาได้ เรื่องตอนนี้สอนให้รู้ว่า “คนไม่มีระเบียบวินัย อาจนำพาความเดือดร้อนมาให้เพื่อน”
ตอนที่ 4: ดอกไม้แดงและอวสานเสือโคร่งแชร์คาน
เมื่อหมาป่าอาเคล่าแก่ตัวลง เสือโคร่งแชร์คานวางแผนยุยงให้หมาป่าหนุ่มๆ ขับไล่เมาคลีออกไปจากฝูงหมาป่า เมาคลีจึงไปขโมย “ดอกไม้แดง” (ไฟ) จากหมู่บ้านมนุษย์มาขู่แชร์คานจนมันหนีไป จากนั้นเมาคลีได้ไปอยู่ในหมู่บ้านมนุษย์ชั่วคราวและวางแผนร่วมกับพี่น้องหมาป่า ต้อนฝูงควายให้วิ่งเหยียบแชร์คานจนตายคากองหิน เพื่อปิดบัญชีแค้นและนำความสงบสุขคืนสู่ป่า
ตอนที่ 5: ศึกหมาแดงและการลาจาก
ศึกสุดท้ายคือการเผชิญหน้ากับ “ฝูงหมาแดง” ที่บ้าคลั่ง เมาคลีใช้สติปัญญาล่อพวกหมาแดง ไปให้ผึ้งรุมต่อยและล่อลงน้ำจนกำจัดพวกหมาแดงได้เกือบหมด แต่ในศึกนี้อาเคล่าต้องจบชีวิตลง
เมื่อเมาคลีโตเป็นหนุ่ม เสือดำบาเฆียร่าและหมีบาลูบอกเมาคลีว่า “ถึงเวลาแล้วที่ลูกมนุษย์ต้องกลับไปหาหมู่มนุษย์” เมาคลีจึงกล่าวลาป่าแห่งความหลัง กลับไปใช้ชีวิตในโลกของมนุษย์พร้อมความรู้และคุณธรรมที่ป่าได้สอนเขาไว้
คุณธรรมความดีที่ได้จาก นิทานเรื่องเมาคลีลูกหมาป่า
- ความเมตตา (กตัญญู): แม่หมาป่าเมตตาคาบเมาคลีมาเลี้ยง เมาคลีก็กตัญญูกลับมาช่วยฝูงหมาป่า
- การรักษาสัจจะ: เมื่อหมีบาลูและเสือดำ บาเฆียร่ารับรองเมาคลีแล้ว พวกเขาดูแลเมาคลีด้วยชีวิต
- สติปัญญา: เมาคลีไม่ได้ใช้แค่กำลังสู้เสือ แต่ใช้ “ไฟ” และ “กลยุทธ์” ในการเอาชนะ
ดูวีดีโอ “เมาคลีลูกหมาป่า” ได้ที่ https://youtu.be/1Cq7mwOf23g
อาทร จันทวิมล

