นิทานแห่งความดี ชุด นิทานลูกเสือ กฎลูกเสือข้อที่ 5 เรื่องที่ 5.1 “กฎของอัศวิน”

                   กาลครั้งหนึ่ง  ราว 800 ปีมาแล้ว สมัยก่อนตั้งกรุงสุโขทัย    ในดินแดนบนเกาะอังกฤษสมัยโบราณ   มีการสร้างปราสาทตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาและแผ่นดินยังเต็มไปด้วยเรื่องราวการผจญภัย ในยุคนั้นไม่มีใครจะสง่างามและน่าเกรงขามไปกว่าเหล่าอัศวินผู้สวมชุดเกราะเหล็กแวววาว    ควบม้าศึกตัวโตไปตามท้องถนน   

                    เส้นทางสู่อัศวินนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเด็กชายผู้มีเชื้อสายขุนนางจะต้องเริ่มฝึกฝนตนเองตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบในฐานะคนรับใช้ เพื่อเรียนรู้มารยาทและการปรนนิบัติผู้อื่น ก่อนจะขยับขึ้นเป็นทหารฝึกหัดเพื่อเรียนรู้วิธีการใช้อาวุธและการขี่ม้า จนเมื่อถึงวัยหนุ่มที่ความกล้าหาญสุกงอม พวกเขาจึงจะได้รับพิธีแต่งตั้งเป็นอัศวินอย่างเต็มตัวท่ามกลางเสียงแตรที่ดังก้องไปทั่วปราสาท

                   หัวใจสำคัญของการเป็นอัศวินไม่ใช่เพียงแค่ความกล้าหาญและการรบพุ่งที่เก่งกาจ แต่คือการถือปฏิบัติตามกฎของอัศวินที่เรียกว่า ชิวาลรี Chivalry ซึ่งเป็นกฎเหล็กทางศีลธรรมที่อัศวินทุกคนต้องรักษาไว้ด้วยชีวิต อัศวินที่แท้จริงจะได้รับความเคารพก็ต่อเมื่อเขารู้จักใช้พละกำลังที่มีไปในทางที่ถูกที่ควร เช่น การปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า การให้เกียรติแก่สตรี และการซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาอย่างที่สุด

                 กฎของอัศวิน Ten Commandment of Chivalry ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้คนที่มีกำลังเหนือผู้อื่น (อัศวิน) รู้จักใช้พลังนั้นในทางที่ถูกต้อง:

  1. เจ้าจะต้องเชื่อถือและปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา Thou shalt believe all that the Church teaches, and shalt observe all its directions.
  2. เจ้าจะต้องปกป้องศาสนา Thou shalt defend the Church.
  3. เจ้าจะต้องเคารพและปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า Thou shalt respect all weaknesses, and shalt constitute thyself the defender of them.
  4. เจ้าจะต้องรักประเทศชาติที่เจ้าเกิด Thou shalt love the country in the which thou wast born.
  5. เจ้าจะต้องไม่ถอยหนีเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู Thou shalt not recoil before thine enemy.
  6. เจ้าจะต้องทำสงครามกับผู้ที่อธรรมอย่างไม่ลดละ Thou shalt make war against the Infidel without cessation, and without mercy.
  7. เจ้าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด หากไม่ขัดต่อกฎของพระเจ้า Thou shalt perform scrupulously thy feudal duties, if they be not contrary to the laws of God.
  8. เจ้าจะต้องซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาและไม่โกหก Thou shalt never lie, and shall remain faithful to thy pledged word.
  9. เจ้าจะต้องเป็นคนใจกว้างและมอบสิ่งดีๆ ให้แก่ทุกคน Thou shalt be generous, and give largess to everyone.
  10. เจ้าจะต้องเป็นผู้พิทักษ์ความถูกต้องและความดีงามเพื่อต่อต้านความชั่วร้าย Thou shalt be everywhere and always the champion of the Right and the Good against Injustice and Evil.

                  มีตำนานเล่าว่าอัศวินผู้ใจบุญจะออกเดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ ไม่ใช่เพื่อมองหาศัตรู แต่เพื่อมองหาผู้ที่กำลังเดือดร้อน หากเขาพบชาวนาที่กำลังล้มป่วยหรือเด็กที่หลงทาง อัศวินจะถือเป็นหน้าที่สำคัญที่ต้องหยุดม้าและเข้าไปช่วยเหลือจนกว่าคนเหล่านั้นจะปลอดภัย โดยไม่คำนึงว่าตนเองจะมียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่งเพียงใด

                  อัศวินอังกฤษโบราณ   มีความเชื่อเรื่องการทำความดีโดยไม่หวังชื่อเสียงเรียงนาม หลายครั้งที่พวกเขาช่วยเหลือผู้คนเสร็จแล้วก็จะปิดบังใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กและควบม้าจากไปอย่างเงียบเชียบ เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เงินทองหรือคำสรรเสริญ แต่คือการได้รู้ว่าตนเองได้ทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์ความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ

                      เรื่องราวของอัศวินเหล่านี้จึงไม่ได้เป็นเพียงนิทานเรื่องการต่อสู้ แต่เป็นตำนานแห่งความเสียสละและความเมตตาที่ยังคงเล่าขานต่อกันมาจนถึงปัจจุบันเพื่อสอนให้ผู้คนรู้จักการเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

                        วิธีการของอัศวินนักรบอังกฤษสมัยโบราณ  เป็นการกระทำที่สอดคล้องกับกฎลูกเสือข้อ 5  ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย  A scout is courteous หมายความว่า ลูกเสือจะทำตัวให้เหมือนกับอัศวินที่ มีความ สุภาพ  อ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาไพเราะ มีกิริยามารยาทเรียบร้อย   มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และการให้เกียรติผู้อื่น และตรงกับหลักพุทธศาสนา เรื่องบุญกิริยาวัตถุ 10 ข้อ อปจายนมัย  คือบุญสำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน

                          เรียบเรียงจากหนังสือ  การลูกเสือสำหรับเด็ก  Scouting for Boys  ของเบเดนโพเอลล์  ซึ่งได้นำกฎของอัศวินหลายข้อ มาปรับปรุงเป็นกฎของลูกเสือ   

                                                                                       อาทร  จันทวิมล    

 

 

ชื่อการแสดงรอบกองไฟ : อัศวินโต๊ะกลม…กับจอมโจรเคราแดง

ตัวละคร:

  1. กษัตริย์อาเธอร์: (แต่งตัวชุดอัศวินจำลอง มีดาบกระดาษแข็ง)
  2. อัศวินกาลาฮัด: สายวิชาการ (ถือเข็มทิศ/แผนที่)
  3. อัศวินแลนซล็อต: สายพลัง (ถือคทาหรือไม้พลอง)
  4. จอมโจรเคราแดง: (ผู้ร้ายที่ดูน่ากลัวแต่จริงๆ แค่โมโหหิว)
  5. ลูกน้องโจร 1 & 2: (เน้นตลก ขโมยซีน)

 

ฉากที่ 1: กลางป่าลึก

(กลุ่มอัศวินกำลังเดินหลงทาง     กษัตริย์อาเธอร์เดินนำอย่างสง่า กาลาฮัด ดูแผนที่ แลนซล็อต ทำท่าระแวดระวัง)

กษัตริย์อาเธอร์: “เหล่าอัศวินแห่งกองร้อยที่ 1! เราต้องตามหา ‘ขุมทรัพย์แห่งความดี’ ให้เจอเพื่อนำกลับไปที่ค่าย!”

แลนซล็อต: “แต่หัวหน้าครับ… ขุมทรัพย์มันกินได้ไหม? ผมหิวจนจะกินไม้พลองตัวเองแล้วนะ”

กาลาฮัด: “ตามแผนที่บอกว่าขุมทรัพย์อยู่ในถ้ำข้างหน้า… แต่ระวังนะ มีข่าวลือว่ามีจอมโจรเคราแดงดักซุ่มอยู่!”

 

ฉากที่ 2: การเผชิญหน้า

(จอมโจรเคราแดงและลูกน้องกระโดดออกมาจากหลังพุ่มไม้ พร้อมตะโกนเสียงดัง)

จอมโจรเคราแดง: “หยุด! ใครผ่านทางนี้ต้องจ่ายค่าผ่านทางมาให้หมด! มีขนมปังไหม? มีปลากระป๋องไหม? มีโทรศัพท์มือถือไหม?   ส่งมาเร็ว!”

ลูกน้องโจร 1: “ใช่! ส่งมาให้หมด ไม่งั้นเราจะ… จะ… จับแก้ผ้าทุกคน!”

แลนซล็อต: (ชักไม้พลอง) “ฝันไปเถอะเจ้าโจร! อยากลองดีกับอัศวินเหรอ!”

 

ฉากที่ 3: พลังแห่งความสุภาพ (Climax)

(ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมจะเข้าต่อสู้ปะทะกันด้วยอาวุธ    กษัตริย์อาเธอร์ยกมือห้ามไว้ แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างใจเย็น)

กษัตริย์อาเธอร์: (โค้งคำนับอย่างสุภาพ) “สวัสดีครับท่านผู้กล้าแห่งผืนป่า ผมต้องขออภัย  ที่พวกเราเข้ามาในพื้นที่ของท่านโดยไม่ได้บอกกล่าว”

จอมโจรเคราแดง: (ชะงัก) “ห๊ะ? มะ… เมื่อกี้เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ? ผู้กล้าเหรอ?”

กษัตริย์อาเธอร์: “ครับท่าน ท่าทางท่านดูองอาจ และดูเหมือนท่านกำลังลำบาก กฎของลูกเสือข้อที่ 5 กล่าวว่า ‘ลูกเสือเป็นผู้สุภาพเรียบร้อย’ การใช้กำลังไม่ใช่ทางออกครับ”

กาลาฮัด: (ยื่นถุงขนมให้) “ขอโทษนะครับท่าน ถ้าไม่รังเกียจ พวกเราพอจะมีขนมแบ่งปันให้ท่านและพวกพ้องได้ทานให้อิ่มท้องครับ”

ลูกน้องโจร 2: “ลูกพี่! เขาพูดจาดีมากเลย แถมให้ขนมเราด้วย ผมซึ้งใจจนอยากจะคืนของที่ขโมยมาเลยเนี่ย”

ฉากที่ 4: บทสรุป

(จอมโจรและลูกน้องรับถุงขนมไป ท่าทางอ่อนลงทันที)

จอมโจรเคราแดง: “ข้าอยู่ป่ามานาน มีแต่คนตะโกนด่า ขว้างก้อนหินใส่ข้า เพิ่งมีพวกเจ้านี่แหละที่พูดจาไพเราะ ให้เกียรติข้า และยังมีขนมมาแจกด้วย  … ข้าขอโทษที่ทำตัวก้าวร้าว”

กษัตริย์อาเธอร์: “ความสุภาพชนะทุกอย่างครับ ยิ่งเราสุภาพ ผู้อื่นก็จะเกรงใจและเมตตาเรา”

จอมโจรเคราแดง: “ไปเถอะอัศวิน! ขุมทรัพย์ที่เจ้าหาอยู่ ไม่ได้อยู่ในถ้ำหรอก แต่มันอยู่ในหัวใจที่สุภาพของพวกเจ้านั่นแหละ! (หันไปหาลูกน้อง) เฮ้ย! ไปช่วยอัศวินแบกของไปส่งที่ค่ายเร็ว!”

(ทั้งหมดกอดคอกัน เดินแถวออกจากเวทีพร้อมร้องเพลงหรือทำท่าประกอบตลกๆ)

— จบ —

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:

  • อุปกรณ์ประกอบการแสดง : ดาบกระดาษลัง, มงกุฎกระดาษ, และหม้อสนามจะช่วยให้ดูสมจริงแบบฮาๆ
  • มุกตลก: สามารถเพิ่มมุกสดๆ เกี่ยวกับชีวิตในค่ายลูกเสือ (เช่น เรื่องกับข้าวไม่อร่อย หรือเรื่องเข้าห้องน้ำ) เข้าไปได้ตามความเหมาะสม

                                                                                  อาทร  จันทวิมล