กว่าร้อยปีมาแล้ว เมื่อพ.ศ 2452 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งกรุงอังกฤษ ในวันที่กรุงลอนดอนไม่ได้มีหมอกลงจัดเหมือนวันอื่น บริเวณถนนรีเจนท์ที่พลุกพล่าน ท่ามกลางความวุ่นวาย นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้มั่งคั่งคนหนึ่งชื่อ บอยส์ (William D. Boyce) ยืนงงอยู่กลางทางเท้า เขากางแผนที่ในมือออก พยายามหาเส้นทาง แต่ความซับซ้อนของถนนในกรุงลอนดอน ทำให้เขาหลงทาง
ในขณะนั้นเอง เด็กหนุ่มลูกเสืออังกฤษ คนหนึ่ง สังเกตเห็นชายสูงอายุที่กำลังลำบาก เขาก็เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม แล้วถามว่า “ คุณลุงครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ดูเหมือนคุณลุงกำลังหลงทาง”
ชายชราเงยหน้าขึ้น มองลูกเสือด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะกล่าวว่า “ใช่แล้ว ลุงจะไปพิพิธภัณฑ์อังกฤษ แต่ไม่รู้ว่าต้องไปทางไหน “
ลูกเสือหนุ่มยื่นมือไปรับแผนที่จากชายชรา เขากางแผนที่ออกและชี้ไปยังจุดต่างๆ เพื่ออธิบายเส้นทางอย่างละเอียด “คุณลุงต้องเดินตรงไปอีกสองถนน เลี้ยวซ้ายตรงหัวมุม เลี้ยวขวาอีกสองครั้ง จะเห็นนาฬิกาบิ๊กเบน อยู่ข้างหน้า แล้วพิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางขวามือ แต่เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะเดินพาลุงไปให้ถึงพิพิธภัณฑ์เลยครับ”
เมื่อลูกเสือพาเดินไปถึงที่หมาย นายบอยซ์รู้สึกประทับใจมาก จึงหยิบเงินให้เป็นรางวัลสำหรับความช่วยเหลือ เด็กชายปฏิเสธทันที พร้อมกับกล่าวว่า:
“ผมรับเงินรางวัลไม่ได้ครับ ผมเป็นลูกเสือ (Boy Scout) การที่ลูกเสือทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นหน้าที่ของเรา ผมไม่ขอรับเงินจากการทำความดีครับ”
บอยซ์ประหลาดใจ เขาจึงถามว่า “ลูกเสือนั้นคืออะไร?”
เด็กชายคนนั้นจึงเล่าเรื่องราวของขบวนการลูกเสือในประเทศอังกฤษ ที่ก่อตั้งโดย ลอร์ด บาเดน-โพเอลล์ (Lord Baden Powell) เมื่อ พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) และให้ที่อยู่ของสำนักงานใหญ่ของสมาคมลูกเสืออังกฤษเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม
หลังจากเสร็จธุระ นายบอยซ์ได้เดินทางไปที่สำนักงานลูกเสืออังกฤษจริงๆ แต่ไม่ได้พบกับลอร์ดเบเดน โพเอลล์ เขาได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ และรวบรวมเอกสาร คู่มือ รวมถึงเข็มกลัดลูกเสือกลับไปด้วย
เมื่อกลับถึงสหรัฐอเมริกา วิลเลียม ดี. บอยซ์ ได้ร่วมมือกับผู้นำเยาวชนและนักบุกเบิกในยุคนั้น ก่อตั้งสมาคมลูกเสืออเมริกัน Boy Scouts of America (BSA) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1910 (พ.ศ. 2453)
นายบอยซ์พยายามกลับไปตามหาตัวเด็กชายคนนั้นในลอนดอน เพื่อขอบคุณหรือยกย่อง แต่ไม่มีใครรู้จักชื่อหรือที่อยู่ของเขาเลย เด็กชายคนนั้นหายไปในหมอกของกรุงลอนดอน และไม่เคยปรากฏตัวออกมารับเกียรติยศใดๆ เขาจึงถูกเรียกว่า “ลูกเสือนิรนาม The Unknown Scout”
ผลงานของลูกเสือนิรนาม พิสูจน์ได้ว่า การทำความดีนั้นไม่จำเป็นต้องระบุชื่อ หรือนามสกุล เพราะ จิตวิญญาณของการอาสาสมัครที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน โดยไม่ได้ถูกบังคับขู่เข็ญ ไม่ได้ทำเพื่อเอาหน้าหรือหาชื่อเสียง และไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใหญ่โตราคาแพง ทุกวันนี้ ลูกเสือทั่วโลกยึดถือคำขวัญ “ทำความดีทุกวัน Do a Good Turn Daily” เป็นหลักประจำใจ
การกระทำของลูกเสือนิรนาม เป็นการทำความดีตามกฎลูกเสือข้อ 3 “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือผู้อื่น” และทำตามหลักพุทธศาสนาใน ธรรมะ บุญกิริยาวัตถุ10 เรื่อง การขวนขวายช่วยเหลือ (เวยยาวัจจมัย) เพราะได้อาสาพาคนต่างชาติที่หลงทางไปส่งยังจุดหมาย โดยไม่มีใครขอร้องบังคับ และไม่รับเงินรางวัล เป็นการสละแรงกายและเวลาเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ความดีเล็กๆ ของเด็กเพียงคนเดียว สามารถขยายผลไปถึงลูกเสือหลายล้านคนทั่วโลกได้”
เรียบเรียงจากเอกสารของลูกเสืออเมริกั Boy Scouts of America BSA
อาทร จันทวิมล
บทละครสั้นรอบกองไฟ: “ลูกเสือนิรนาม เบื้องหลังการก่อตั้งลูกเสืออเมริกัน”
ตัวละคร:
- วิลเลียม ดี. บอยส์: นักธุรกิจชาวอเมริกัน (ใส่เสื้อนอกสวมหมวก ใส่แว่นกันแดด ถือแผนที่แผ่นยักษ์ เอาหมอนยัดท้องให้ดูเป็นคนอ้วน )
- ลูกเสือนิรนาม: (ตัวเล็กกว่านายบอยส์)
เพื่อนๆ ในหมู่ช่วยกันทำเสียง (เสียงหมาเห่า, เสียงลม, เสียงนาฬิกาบิ๊กเบน)
ฉากที่ 1: แผนที่เจ้าปัญหา
(นายบอยส์ชาวอเมริกัน เดินออกมากลางวง กางแผนที่แผ่นใหญ่มากจนบังตัวเองมิด)
บอยส์: “โอ๊ย! นี่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษหรือเขาวงกตเนี่ย? ดูแผนที่สิ… ไหนบอกว่าเลี้ยวซ้ายตรงเซเว่น (หยุดชะงัก) อ๋อ กรุงลอนดอนสมัยร้อยปีก่อน ยังไม่มีเซเว่น! แล้วนี่มันที่ไหนเนี่ย? (หมุนแผนที่ไปมาจนแผนที่พันตัวเอง เกือบหกล้ม)”
ลูกเสือนิรนาม: (เดินย่องๆ เข้ามาข้างหลัง แล้วสะกิด) “สวัสดีครับป๋า… เอ้ย! คุณลุงครับ กำลังหาทางไปโรงรับจำนำ เหรอครับ?”
บอยส์: (สะดุ้ง) “โอ้เยส! เจ้าหนู ลุงกำลังจะไป พิพิธภัณฑ์อังกฤษ British Museum แต่ดูแผนที่นี่สิ ลุงเดินมา 3 ชั่วโมงแล้ว กลับมาอยู่ที่เดิมเลย!”
ลูกเสือนิรนาม: (หยิบแผนที่มาดู) “คุณลุงครับ… นี่มันแผนที่ ‘เมืองเชียงใหม่’ ครับลุง! ไม่ใช่แผนที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ลุงไปเอาแผนที่นี้มาจากที่ไหนเนี่ย?
บอยส์: “อ้าวเหรอ! มิน่าล่ะ ลุงพยายามหาทางไปหอนาฬิกาบิ๊กเบน แต่หาไม่พบ!”
ฉากที่ 2: การเดินทางที่แสนลำบาก
ลูกเสือนิรนาม: “เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวผมพาเดินไปเอง ระยะทางมันไกล ซอยเยอะ บางซอยก็ตัน ไม่ต่อไม่ได้ ลุงต้องอดทนหน่อยนะครับ”
(ลูกเสือพานายบอยส์เดินวนรอบกองไฟแบบตลกๆ เช่น เดินท่าปู, ท่าไก่ย่างถูกเผา ท่าเดินเป็ด เต้นตะลุง เดินถอยหลัง, หรือให้บอยส์ทำท่าหอบแดด)
บอยส์: “ไกลแค่ไหนเนี่ยเจ้าหนู? ลุงรู้สึกเหมือนเดินจากกรุงเทพไปเชียงใหม่แล้วนะ”
ลูกเสือนิรนาม: “อดทนครับลุง ลูกเสืออังกฤษต้องอดทน! … ถึงแล้วครับพิพิธภัณฑ์!”
(ลูกเสือชี้ไปที่กองไฟ หรือก้อนหินสักก้อน)
ฉากที่ 3: เงินซื้อผมไม่ได้ (ถ้าไม่มากพอ… หยอกๆ!)
บอยส์: (ยื่นกระดาษใบใหญ่ๆ ให้) “โอ้โห! เก่งมากเจ้าหนู ลุงประทับใจจริงๆ อ่ะ… เอาเงินพันบาท ไปซื้อขนมกินซะ”
ลูกเสือนิรนาม: (ทำท่าอยากได้เงินมาก มือสั่น ใจสั่น )”ไม่ได้ครับลุง! (ผลักมือบอยส์ออกจนนายบอยส์เกือบหงายหลัง) ผมเป็นลูกเสือ กฎข้อลูกเสือข้อที่ 3 บอกว่า ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น… ผมรับได้แต่คำขอบคุณและรอยยิ้มหวานๆ ของลุงเท่านั้นครับ!”
บอยส์: “โอ้โห… ใจเด็ดจริง! แล้วเธอ ชื่ออะไรล่ะเนี่ย “
ลูกเสือนิรนาม: “ชื่อของผมคือ… “ความลับ” ครับลุง! บ๊ายบาย!” (ลูกเสือนิรนาม วิ่งหายไปในมุมมืด ทิ้งให้นายบอยส์ยืนงง)
ฉากที่ 4: กลับอเมริกา
บอยส์: (หันมาหาคนดู) “เด็กคนนั้นหายไปในสายหมอก… ชื่อก็ไม่บอก ตังค์ก็ไม่เอา ลุงล่ะซึ้งใจจริงๆ! กลับไปอเมริกาแล้ว ลุงจะตั้งสมาคมลูกเสืออเมริกันให้ยิ่งใหญ่ไปเลย!”
(กลุ่มลูกเสืออเมริกันวิ่งออกมาทำเต้นไก่ย่างถูกเผา หรือ อินเดียนแดง วาว วาว ท่ากวนๆ ก่อนเข้าแถวตรง)
ทุกคน: “ขอบคุณลูกเสือนิรนาม ที่ทำให้เรามีวันนี้!”
ผู้บรรยาย: (สรุปจบ) “และนี่คือเรื่องราวของความดีที่ไม่หวังผลตอบแทน ของลูกเสือนิรนาม… จบแล้วครับ!”
เคล็ดลับความฮา:
- ตอนที่บอยส์ทำแผนที่พันตัว ให้ลูกเสือเข้าไปช่วยแกะ
- ใช้แผนที่แผ่นใหญ่เกินจริง หรือใช้โทรศัพท์ของเล่นมาทำเป็น GPS ที่สัญญาณขาดๆ หายๆ
- เสียงประกอบ: ให้เพื่อนๆ ในหมู่ทำเสียงประกอบเวลาเดิน เช่น “ตึกๆๆๆ” หรือเสียงหมอก “ฟิ้วววว”
อาทร จันทวิมล

