นิทานแห่งความดี ชุดลูกเสือ กฎของลูกเสือ ข้อที่3 เรื่องที่ 3.2 “เด็กขี่จักรยานกับกำเนิดลูกเสือโลก”

                  ในหน้าประวัติศาสตร์โลก หลายคนทราบดีว่า ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (บีพี B.P.) คือผู้ให้กำเนิดลูกเสือโลก แต่รู้หรือไม่ว่า “แรงบันดาลใจ” สำคัญที่ทำให้เกิดขบวนการนี้ ไม่ได้มาจากตำราในห้องเรียน หากแต่มาจาก “เด็กชายขี่จักรยาน” กลุ่มหนึ่งที่ปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายท่ามกลางห่ากระสุนในสงครามโบเออร์ ณ เมืองมาฟอีคิง (Mafeking) ประเทศแอฟริกาใต้

 

                   ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2444 ( ค.ศ. 1899 ) ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรีย แห่งกรุงอังกฤษ    ขณะนั้นที่ประเทศแอฟริกาใต้ เกิดสงครามโบเออร์  ระหว่างทหารอังกฤษกับคนพื้นเมืองเชื้อสายดัทช์ เมืองมาฟอีคิงซึ่ง พันเอก เบเดน โพเอลล์ คุมทหารดูแลเมือง  เมืองมาฟอิคิงถูกปิดล้อมโดยกองกำลังศัตรูที่มีจำนวนเหนือกว่าหลายเท่าตัว สถานการณ์ในขณะนั้นวิกฤติหนัก ทหารอังกฤษต้องประจำการอยู่ที่แนวหน้าจนขาดแคลนกำลังพลในการส่งข่าวสารและงานสนับสนุนภายในเมือง

                  ลอร์ด เบเดน โพเอลล์ หรือ บี พี ที่เป็นผู้บัญชาการรักษาเมืองในขณะนั้น ตัดสินใจทำในสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง คือการรวบรวมเด็กชายอาสาสมัครในเมืองที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป จัดตั้งเป็น “กองทหารเด็กแห่งมาฟอีคิง” (Mafeking Cadet Corps) เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยสื่อสารและผู้ช่วยทหาร  โดยมีหัวหน้าหมู่อายุ 12 ปี ชื่อ กู๊ดเยียร ( Cecil Goodyear)

                ภาพที่ชาวเมืองคุ้นตาในขณะนั้นคือ เด็กชายในชุดเครื่องแบบเรียบง่าย ปั่นจักรยานคู่ใจไปตามถนนเพื่อส่งจดหมายและคำสั่งการรบ ท่ามกลางเสียงระเบิดและลูกปืนที่พุ่งผ่านไปมา

 

                  มีเรื่องเล่าที่เป็นตำนาน เมื่อ บีพี  เอ่ยถามเด็กชายคนหนึ่งด้วยความห่วงใยว่า “เธอไม่กลัวอันตรายจากกระสุนหรือ?” เด็กชายตอบกลับด้วยแววตาแน่วแน่ว่า “ผมขี่จักรยานเร็วมากครับท่าน พวกมันยิงผมไม่ทันหรอก!”

                   ความว่องไวและความรับผิดชอบของเด็ก ๆ กลุ่มนี้ ช่วยให้การสื่อสารในเมืองไม่ติดขัด และทำให้ทหารผู้ใหญ่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบได้อย่างเต็มที่ จนเมืองมาฟอีคิงสามารถยืนหยัดอยู่ได้นานถึง 217 วัน จนได้รับชัยชนะในที่สุด

                   ประสบการณ์จากเมืองมาฟอีคิงทำให้ บี พี  ตระหนักว่า “เด็กมีความรับผิดชอบสูงเกินกว่าที่ผู้ใหญ่คิด” หากเรามอบความไว้วางใจและมีระบบการฝึกฝนที่ดี เขาจึงนำแบบแผน “ระบบหมู่” (Patrol System) ที่ให้เด็กดูแลกันเองและแบ่งหน้าที่กันชัดเจน มาพัฒนาเป็นกิจการลูกเสือ

                    แม้แต่ “ตราสัญลักษณ์ลูกเสือ” ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ก็มีต้นกำเนิดมาจากรูปเข็มทิศบนเหรียญรางวัลที่มอบให้แก่เด็กอาสาสมัครในเมืองมาฟอีคิงนั่นเอง

                เรื่องราวของเด็กชายขี่จักรยานแห่งมาฟอีคิง ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในอดีต แต่เป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ว่า “ระเบียบวินัย ความกล้าหาญ และความเสียสละ” สามารถปลูกฝังได้ตั้งแต่วัยเยาว์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขบวนการลูกเสือทั่วโลกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

              การกระทำของเด็กชายกู้ดเยียรในการขี่จักรยานส่งจดหมายในสนามรบ  เป็นการกระทำความดีตามบุญกิริยา 10 ประการในข้อ เวยยาวัจจมัย   การขวนขวายช่วยเหลือในกิจการงานที่ควรทำ  และตามกฎของลูกเสือข้อ 8  ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก

              เรียบเรียงจากข้อมูล  ทหารเด็กเมืองมาฟอีคิง  Mafeking Cadet Corps จากหนังสือ  การลูกเสือสำหรับเด็กชาย  Scouting for Boys   โดย เบเดน โพเอลล์ แปลภาษาไทยโดย นายอภัย  จันทวิมล เมื่อ พ.ศ. 2506

                                                               อาทร จันทวิมล

 

 

ชื่อบทละคร: จักรยานมาฟอีคิง

ตัวละคร:

  1. บีพี (Baden Powell): นายพลอังกฤษ ดูภูมิฐานแต่ใจดี (เน้นทำท่าส่องกล้องทางไกลบ่อยๆ)
  2. กู๊ดเยียร์ (Goodyear): หัวหน้าหมู่เด็กชายวัย 12 ปี ท่าทางขึงขังแต่ตลก
  3. เด็กชายไข่ต้ม:ลูกน้องกู๊ดเยียร์ ขี้สงสัย กินเก่ง
  4. เด็กชายน้ำพริก:ลูกน้องกู๊ดเยียร์ สายลุยแต่กลัวระเบิด
  5. ทหารโบเออร์:(2 คน) ใส่ชุดพรางหน้า  ทำท่าเงอะๆ งะๆ เป็นตัวตลก

 

[ฉากที่ 1: กลางสมรภูมิที่เมืองมาฟอีคิง    แอฟริกาใต้

(บีพียืนส่องกล้องอยู่บนหอคอยจำลอง มีเสียงระเบิดดัง “ตูม! ตูม!” บีพีทำท่าเซไปมา)

บีพี: แย่แล้ว! ทหารอังกฤษของเราต้องออกไปรบกับพวกโบเออร์ อยู่แนวหน้าหมด ในเมืองไม่มีคนส่งข่าวเลย ถ้าขืนรอแบบนี้เราแพ้แน่!

กู๊ดเยียร์: (เดินนำขบวนเด็กๆ เข้ามา ทำท่าวันทยหัตถ์แบบลูกเสือ) ท่านครับ! พวกเรา “กองทหารเด็กแห่งมาฟอีคิง” พร้อมรับใช้ชาติครับ!

บีพี: (หันมามองแบบอึ้งๆ) พวกเธอเหรอ? นี่  เด็กชาย  กู๊ดเยียร์ เธออายุแค่ 12 ปีเองนะ แล้วเพื่อนเธอ… (มองไปที่ไข่ต้ม) -ขี่จักรยานมา?

ไข่ต้ม: จักรยานของผมเองครับท่าน! ผมปั่นจักรยานไวเหมือนกระต่ายวิ่งเลยนะท่าน ฟิ้ววว! (ปั่นจักรยานวิ่งไปรอบกองไฟ)

บีพี: (กุมขมับ) เอาล่ะ! สงครามโบเออร์ครั้งนี้วิกฤตมาก ฉันต้องการให้พวกเธอส่งจดหมายผ่านดงระเบิดไปที่แนวหน้า กล้าไหม?

กู๊ดเยียร์: สบายมากครับท่าน พวกเราจะใช้ “ระบบหมู่” ผมเป็นหัวหน้าดูแลน้องๆ เอง!

 

[ฉากที่ 2: ภารกิจปั่นสะท้านโลก]

(กู๊ดเยียร์ ไข่ต้ม และน้ำพริก ปั่นจักรยานกลางเวที มีเสียง “ปิ๊งๆ” ของกระดิ่งจักรยาน)

น้ำพริก: (ตะโกน) ก้มหัวเร็ว! กระสุนมาแล้ว! (ทหารโบเออร์โผล่มาปาหมอนหรือลูกบอลเบาๆ ใส่)

ทหารโบเออร์ 1: หยุดนะเด็กน้อย! เอาจดหมายมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!

ไข่ต้ม: ฝันไปเถอะพี่ชาย! (ไข่ต้มแกล้งปั่นจักรยานวนรอบทหารโบเออร์  จนทหารมึนหัวล้มลง)

บีพี: (ตะโกนลงมาจากหอคอย) กู๊ดเยียร์! ระวัง! กระสุนปืนใหญ่มันพุ่งมาหาเธอแล้ว เธอไม่กลัวเหรอ?

กู๊ดเยียร์: (หยุดปั่นแล้วหันมาตอบอย่างหล่อ) ท่านครับ! ผมขี่จักรยานเร็วมากครับท่าน พวกมันยิงผมไม่ทันหรอก! (ทำท่าปั่นยกล้อโชว์หนึ่งที)

 

[ฉากที่ 3: กำเนิดลูกเสือโลก]

(สงครามสงบ เสียงระเบิดเงียบลง บีพีเดินลงมาจับไหล่เด็กๆ)

บีพี: เก่งมากทุกคน! พวกเธอพิสูจน์ให้เห็นว่า “พวกเด็กๆมีความรับผิดชอบและความสามารถสูงเกินกว่าที่ผู้ใหญ่คิด” เราชนะสงครามที่เมืองมาฟอีคิงเพราะพวกเธอปั่นจักรยานมา 217 วันเชียวนะ!

น้ำพริก: ผมได้ช่วยงานทหารตามหลัก “เวยยาวัจจมัย” ของบุญกิริยาวัตถุ ในพุทธศาสนา ตามที่พระสอนครับท่าน คือขวนขวายช่วยงานที่ควรทำ!

ไข่ต้ม: ส่วนผมก็ทำตามกฎลูกเสือข้อ 8 ครับท่าน “ลูกเสือมีใจร่าเริงและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก”

บีพี: (ชูเหรียญรางวัลขึ้นมา) เพื่อเป็นเกียรติ ฉันขอให้เหรียญรางวัลที่มีรูป “เข็มทิศ” นี้แก่พวกเธอ และฉันจะเอาเรื่องราวของพวกเธอไปเขียนหนังสือ การลูกเสือสำหรับเด็ก “Scouting for Boys” เพื่อขยายกิจการลูกเสือไปทั่วโลก!

กู๊ดเยียร์: แล้วตราเข็มทิศนี้จะกลายเป็น “ตราลูกเสือโลก” ใช่ไหมครับท่าน?

บีพี: ถูกต้อง! และจำไว้ว่า หัวใจของลูกเสือคือ “ระเบียบวินัย ความกล้าหาญ และความเสียสละ” เหมือนที่พวกเธอปั่นจักรยานสู้ตายในวันนี้!

ผู้แสดงทุกคน: (หันมาหาคนดูและวันทยหัตถ์พร้อมกัน  ร้องเพลง “เหล่าลูกเสือ ของธีรราช ทะนงองอาจ สืบชาติเชื้อพงศ์พันธ์  )….”

                                                                               อาทร  จันทวิมล