นิทานแห่งความดี ชุดลูกเสือ กฎของลูกเสือ ข้อที่3 เรื่องที่ 3.5 “ ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดีมัลดีฟส์”

ประเทศมัลดีฟส์เป็นหมู่เกาะทางใต้ของอินเดีย    https://checkinmaldives.com/where-is-maldives-country/

 

                      ประเทศมัลดีฟส์   เป็นหมู่เกาะ 1,190 เกาะ  อยู่ในมหาสมุทรอินเดียใกล้ประเทศศรีลังกา  ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีครามสดใส    เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นปลา กุ้ง หอย และปะการังใต้ทะเลอันสวยงาม  จนคนทั่วโลกนิยมไปท่องเที่ยว

                     ไจแซม ( Mohammed Jaisham Ibrahim) เป็นลูกเสือหนุ่มอายุ 15 ปีของโรงเรียน กียาสุดิน  ประเทศมัลดีฟส์  เขาเป็นลูกเสือที่มีความมุ่งมั่นและภาคภูมิใจในเครื่องแบบของเขา      ไจแชมจดจำคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือได้ขึ้นใจ โดยเฉพาะข้อที่ว่า “ลูกเสือเป็นมิตรกับทุกคนและเป็นพี่น้องกับลูกเสืออื่นทั่วโลก (A Scout is a friend to all and a brother to every other Scouts)  และ  ลูกเสือจะช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ  (Help other people at all times)”

                     วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นวันที่ชาวเมืองบนเกาะโฮอาราฟูชิ (Horafushi) ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะประธานาธิบดี มอมูน อับดุล กายูม วัย 70 ปี จะเดินทางมาร่วมชุมนุมของชนเผ่า และเยี่ยมเยียนประชาชน  คนมากมายมาต้อนรับ รวมถึงไจแชมที่สวมชุดลูกเสือเต็มยศ ยืนอยู่แถวหน้าสุดด้วยความสงบเรียบร้อย

 

https://www.facebook.com/photo?fbid=1822356415382782&set=pcb.1822351495383274

                   ขณะที่ท่านประธานาธิบดีกำลังเดิน จับมือทักทายกับลูกเสือและประชาชนอย่างใกล้ชิด ทันใดนั้น  ก็มีชายว่างงานอายุ 20 ปี คนหนึ่งท่าทางคล้ายทหารไว้หนวด ยืนปะปนกับประชาชนด้านหลังชองแถวลูกเสือ  คนร้ายผลักตัวลูกเสือ  แล้วกระโดดพุ่งพรวดออกมาจากฝูงชน ในมือของเขาซ่อนมีดทำครัวเล่มยาวไว้ใต้ธงชาติมัลดีฟส์ เขาเงื้อมือที่ถือมีด ขึ้นสุดแขนหมายจะแทงเข้าที่ท้องของท่านประธานาธิบดี  พร้อมกับตะโกนว่า  “อะหล่า อัคบาร์” ซึ่งเป็นภาษาอาหรับแปลว่า “พระเจ้าเป็นใหญ่ที่สุด” 

                  เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนคนรอบข้างตกตะลึง  จนทำอะไรไม่ถูก แต่ด้วยสติและสัญชาตญาณของลูกเสือที่ฝึกฝนมาให้ “จงเตรียมพร้อม Be Prepare”  ไจแชมไม่วิ่งหนี แต่พุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าท่านประธานาธิบดีไว้    แล้วใช้มือเปล่าทั้งสองข้างแย่งมีดคมกริบจากคนร้ายอย่างสุดแรง!

                   “โอ๊ย!” ไจแชมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เลือดสีแดงสดไหลอาบมือของเขา   แต่ไจแซมไม่กลัว   นิ้วมือเล็กๆ ของเขา ยังคงกำมีดของคนร้ายไว้แน่นไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาควบคุมตัวคนร้ายไว้ได้

                     ประธานาธิบดีมัลดีฟ ปลอดภัยอย่างปาฏิหาริย์  มีเลือดเปื้อนเสื้อประธานาธิบดี ซึ่งไม่ใช่เลือดของท่าน  แต่เป็นเลือดของลูกเสือไจแซมผู้กล้าหาญที่บาดเจ็บขณะแย่งมีดกับคนร้าย    คนร้าย 4 คนถูกจับกุม ตำรวจสอบสวนได้ความว่า เป็นพวกหัวรุนแรงทางศาสนา ที่ต่อต้านการรุกรานของสหรัฐอเมริกาในอิรัก และอาฟกานิสถาน  แล้วไม่พอใจที่ประธานาธิบดีกายูมสนับสนุนสหรัฐ 

                       ท่านประธานาธิบดีหันมามองเด็กหนุ่มในชุดลูกเสือ ที่ยืนกุมมือที่บาดเจ็บด้วยความซาบซึ้งใจ    ไจแชมไม่ได้ต้องการชื่อเสียงหรือรางวัล แต่เขาทำไปเพราะหัวใจที่กล้าหาญและต้องการปกป้องประธานาธิบดี ซึ่งเป็นหัวหน้าลูกเสือของมัลดีฟ ตามหน้าที่ของลูกเสือ

                      ไจแซมบอกว่า “เมื่อโตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจ  เพราะผมต้องการปกป้องประเทศมัลดีฟส์ของผม”

                    เรื่องราวของไจแชมโด่งดังไปทั่วโลก เขากลายเป็นวีรบุรุษตัวน้อยที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า “ความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่เข้มแข็งและเสียสละ” และนี่คือจิตวิญญาณที่แท้จริงของลูกเสือที่โลกไม่เคยลืม

                   การกระทำของลูกเสือไจแซมเป็นการทำความดีตามกฎลูกเสือข้อ 3    “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น  และเป็นการทำความดีตามหลัก บุญกิริยาวัตถุ 10 ในข้อ 6   การเสียสละ ช่วยเหลือผู้อื่น  (ปัตติทานมัย)  เพราะยอมเอาเลือดเนื้อของตนปกป้องชีวิตของประธานาธิบดีมัลดีฟส์  

                  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า: “การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นความดีที่โลกสรรเสริญ”

                  เรียบเรียงจาก รายงานของสำนักงานลูกเสือโลก    ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดีมัลดีฟจากการถูกฆาตกรรม  Scout saves Maldives President from assassination  https://www.scout.org/node/1781

                                                                                     อาทร  จันทวิมล

 

 

บทละครรอบกองไฟ: ลูกเสือช่วยชีวิตประธานาธิบดีมัลดีฟส์

ตัวละคร:

  1. ไจแซม: ลูกเสือประเทศมัลดีฟส์หนุ่มวัย 15 ปี (ท่าทางมุ่งมั่น สง่างาม)
  2. ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ ชื่อ มอมูน อับดุล กายูม: (ท่าทางใจดี มีเมตตา)
  3. คนร้าย: (ท่าทางลึกลับ ถือธงชาติมัลดีฟส์ปิดบังมีด)
  4. ผู้พากย์: (เล่าเนื้อเรื่อง)
  5. ชาวเมืองและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย: (2-3 คน)
  6. ลูกเสือมัลดีฟส์เข้าแถวต้อนรับประธานาธิบดี 20-30 คน

 

ฉากที่ 1: ดินแดนแห่งหมู่เกาะ

(เปิดฉาก: ผู้แสดงทำท่าว่ายน้ำหรือพายเรือประกอบเสียงคลื่นเบาๆ ไจแซมยืนเด่นอยู่หน้าแถว)

ผู้พากย์: ณ ประเทศมัลดีฟส์ ดินแดนแห่งหมู่เกาะและน้ำทะเลสีครามสดใส ในมหาสมุทรอินเดีย  ใกล้ประเทศอินเดียและศรีลังกา  

                    “ไจแซม” เป็นลูกเสือหนุ่มผู้ยึดมั่นในคำปฏิญาณและกฎของลูกเสืออย่างขึ้นใจ ว่าหน้าที่ของลูกเสือคือ… “การเป็นมิตรกับทุกคน และช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ!”

 

ฉากที่ 2: วันแห่งประวัติศาสตร์

(ลูกเสือและชาวเมืองยืนเข้าแถวรอรับประธานาธิบดี         ไจแซมยืนในชุดลูกเสือเต็มยศ ยืนตัวตรงในแถว สงบนิ่ง)

ผู้พากย์: วันที่    8 มกราคม พ.ศ. 2551 บนเกาะโฮอาราฟูชิ ของประเทศมัลดีฟ  เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ท่านประธานาธิบดี กายูม    เดินทางมาเยี่ยมเยียนประชาชนอย่างใกล้ชิด

(ประธานาธิบดีเดินยิ้มแย้ม จับมือกับประชาชน    ไจแซมทำความเคารพแบบลูกเสืออย่างสวยงาม)

ประธานาธิบดี: (ยิ้มและตบบ่าไจแซม) “ขอบใจมากลูกเสือ ขอบใจที่มาต้อนรับ”

 

ฉากที่ 3: วินาทีชีวิต

(คนร้ายพุ่งตัวแหวกออกมาจากหลังแถวลูกเสือ   เผยให้เห็นมีดเล่มยาวใต้ธงชาติ)

คนร้าย: (ตะโกนก้อง) “อะหล่า อัคบาร์! ” ซึ่งแปลว่า “พระเจ้าเป็นใหญ่สุด”   (แล้วเงื้อมมีดพุ่งเข้าหาท้องประธานาธิบดี)

ชาวเมือง: (ตกใจ ร้องเสียงหลง) “ว้าย! ช่วยด้วย! มีคนร้าย!”

(เหตุการณ์สโลว์โมชั่น: คนรอบข้างตะลึงจนตัวแข็ง แต่ไจแซมกระโจนเข้าขวางทันที)

ไจแซม: “หยุดนะ!” (ไจแซมใช้มือเปล่าทั้งสองข้างคว้าใบมีดคมกริบไว้แน่น)

ไจแซม: (ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่ปล่อยมือ) “โอ๊ย!… แต่ผมจะไม่ยอมให้ท่านประธานาธิบดีบาดเจ็บ!”

(เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกรูเข้ามาจับตัวคนร้ายออกไป)

 

ฉากที่ 4: เลือดและน้ำตาแห่งความกล้า

(ประธานาธิบดีประคองไจแซมที่กุมมือมีเลือดอาบ – ใช้ผ้าพันคอหรือสีผสมอาหารช่วย)

ผู้พากย์: เลือดสีแดงสดไหลอาบมือประธานธิบดี     แต่มันคือเลือดของลูกเสือไจแซมที่ปกป้องชีวิตผู้นำประเทศ ประธานาธิบดีปลอดภัยอย่างปาฏิหาริย์!

ประธานาธิบดี: (ซาบซึ้งใจ) ” เธอช่วยชีวิตฉันไว้ ทำไมเธอถึงกล้าหาญขนาดนี้?”

ไจแซม: (ตอบด้วยเสียงหนักแน่น) “เพราะผมเป็นลูกเสือครับท่าน! หน้าที่ของผมคือช่วยเหลือผู้อื่น และปกป้องประเทศชาติ”

ไจแซม: (หันมาทางคนดู) “เมื่อโตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจ เพราะผมต้องการปกป้องประเทศมัลดีฟส์ของผมตลอดไป!”

 

ฉากที่ 5: บทสรุปแห่งความดี

(ตัวละครทั้งหมดมายืนเรียงหน้ากระดาน)

ผู้พากย์: เรื่องราวของไจแซมพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “ความกล้าหาญไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจที่เสียสละ” ตรงตามกฎลูกเสือข้อที่ 3 ที่ว่า “ลูกเสือมีหน้าที่กระทำตนให้เป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น”

ทุกคนในฉาก: (พร้อมกัน) “การช่วยเหลือผู้อื่น เป็นความดีที่โลกสรรเสริญ!”

(ลูกเสือทั้งหมดร่วมร้องเพลง  “ร่วมใจ เราพร้อมใจ   ร่วมใจเราพร้อมใจ งานน้อยใหญ่พร้อมใจกันทำ….. – ปิดฉาก)

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับกิจกรรม:

  •  ใช้มีดกระดาษพันฟอยล์ และเตรียมสีผสมอาหารสีแดงใส่ขวดเล็กๆ บีบใส่มือตอนจับมีดจะดูสมจริงมาก
  • เสียงประกอบ: ใช้เสียงกลองรัวตอนคนร้ายพุ่งตัวออกมาจะช่วยสร้างความตื่นเต้น

                                                                   อาทร  จันทวิมล