นิทานแห่งความดี ชุดลูกเสือ กฎของลูกเสือ ข้อที่ 1 “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้” เรื่องที่ 1.2 “ความซื่อสัตย์ เป็นสมบัติของคนดี”

นิทานแห่งความดี ชุดลูกเสือ  กฎของลูกเสือ ข้อที่ 1  “ลูกเสือมีเกียรติเชื่อถือได้”

เรื่องที่ 1.2 “ความซื่อสัตย์ เป็นสมบัติของคนดี”

                     ในหนังสือสำคัญของวงการลูกเสือ  “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ  (Rovering to Success) เขียนโดย โรเบิร์ต เบเดน-โพเวลล์ หรือ บีพี  (Baden-Powell)    ซึ่งเป็นคู่มือชีวิตสำหรับคนหนุ่มสาว เเปรียบชีวิตเหมือนการพายเรือฝ่าคลื่นในทะเล ซึ่งต้องอาศัยเข็มทิศทางใจที่ถูกต้อง และหนึ่งในเข็มทิศนั้นคือ “ความซื่อสัตย์”

                 ความซื่อสัตย์คือสิ่งสูงสุดของมนุษย์     บี.พี.กล่าวว่า ความซื่อสัตย์เป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดของมนุษย์ หากเสียไปแล้วจะยากที่จะได้คืน

                  ความซื่อสัตย์คือความเชื่อถือได้  คนที่รักษาคำพูดและซื่อสัตย์   จะได้รับความไว้วางใจ ซึ่งเป็นรากฐานความสัมพันธ์ในครอบครัว การทำงาน และสังคม

                การสูญเสียความซื่อสัตย์คือการสูญเสียโอกาส   คนที่ โกหก  ไม่ซื่อสัตย์ไม่รักษาคำพูด  ไม่พูดความจริง   จะสูญเสียทั้งความเคารพและโอกาสในชีวิต

          บี.พี.ไม่ได้สอนด้วยถ้อยคำตรง ๆ เท่านั้น แต่ใช้ภาพเปรียบเทียบและเรื่องเล่า เช่น

  • เปรียบชีวิตที่ขาดความซื่อสัตย์เหมือนเรือที่รั่ว ยากจะไปถึงฝั่ง
  • ความซื่อสัตย์ไม่ใช่เพียงคำสัญญา แต่เป็นแนวทางที่ต้องปฏิบัติจริง

               บี.พี. ย้ำว่า เกียรติยศนั้น   ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาพร้อมเครื่องแบบ แต่คือ “ความเชื่อถือได้” (Trustworthiness)     คำพูดนั้นต้องศักดิ์สิทธิ์เท่ากับหนังสือสัญญาค้ำประกันตามกฎหมาย หากใครทำลายความเชื่อถือด้วยการโกหก ไม่ซื่อสัตย์ หรือผิดคำรับปากแม้เพียงเรื่องเล็กน้อย “เกียรติ” ของเขาจะพังทลายทันทีและยากจะกู้คืนมาได้

                บี.พี. ชี้ให้เห็นว่าในโลกการทำงาน ความฉลาด (Brains) อาจทำให้โดดเด่น แต่ อุปนิสัย (Character) และ ความสัตย์จริง (Reliability) ต่างหากที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ท่านสอนเสมอว่าต้องบ่มเพาะให้ลูกเสือเป็นคนที่ “พึ่งพาได้” แม้ในเวลาที่ไม่มีใครเฝ้าดู   “นายจ้างไม่ได้มองหาคนที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่มองหาคนที่เขาไว้วางใจได้มากที่สุด”

                 บี.พี. เปรียบเทียบเกียรติยศเหมือนกระจกเงา หากแตกร้าวเพียงครั้งเดียว แม้จะพยายามประสานใหม่รอยร้าวก็ยังคงอยู่ ดังนั้นจึงต้องรักษาเกียรติให้สะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ เพราะนี่คือทรัพย์สินชิ้นเดียวที่ติดตามเราไปทุกที่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน

                 คำสอนของบี.พี.ใน หนังสือ การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ  Rovering to Success ย้ำชัดว่า “การรักษาเกียรติและความเชื่อถือได้คือสิ่งที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จและความเคารพจากสังคม”

                   ผู้สนใจหนังสือเรื่อง “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ” ภาษาไทย  สามารถเปิดอ่านได้ฟรีจากอีบุ๊คในเวปของกระทรวงศึกษาธิการ   https://www.moe.go.th/e-book/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/ 

                                                                                                              อาทร จันทวิมล

 

 

 บทละครสั้น สำหรับการแสดงรอบกองไฟ

ชื่อบทละคร: “เกียรติยศที่ร้าว…กับเรือที่รั่ว”

ตัวละคร:

  1. บี.พี. (ผู้บรรยาย): ถือไม้เท้า ถือหนังสือ นั่งอยู่มุมหนึ่ง
  2. นายกล้า: ลูกเสือที่ซื่อสัตย์ แต่ไม่ค่อยเก่ง (บุคลิกขยัน)
  3. นายเก่ง: ลูกเสือที่ฉลาด หัวไว แต่ชอบทางลัด (บุคลิกเจ้าเล่ห์)
  4. ผู้จัดการร้านค้า: นายจ้างที่กำลังมองหาคนช่วยงาน

ฉากที่ 1: ทางแยกแห่งคำสัญญา

            (กลางเวที นายกล้าและนายเก่งเดินพายเรือจำลอง หรือสมมติว่ากำลังพายเรือฝ่าคลื่นลม)

บี.พี.: “ชีวิตคนเราเหมือนการพายเรือฝ่าคลื่นในทะเล    สิ่งที่จะทำให้เราถึงฝั่งไม่ใช่แค่กำลังแขน   แต่คือ ‘เข็มทิศ’ ที่จะชี้ทิศทางไปสู่เป้าหมาย  เพราะมิฉะนั้นอาจไปไม่ถึงสถานที่ที่ต้องการ    และเข็มทิศที่สำคัญที่สุดคือ… เกียรติ”

นายเก่ง: “กล้าเอ๊ย ! มัวแต่พายเรือตามเข็มทิศอยู่ได้ ช้าตายพอดี ฉันเห็นทางลัดนะ ตัดผ่านโขดหินไปเลย ถึงเร็วกว่าเยอะ!”

นายกล้า: “แต่พ่อบอกว่าทางลัดนั้นอันตราย และเราสัญญากับผู้จัดการไว้แล้วว่าจะไปทางที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อส่งของ”

นายเก่ง: “สัญญาก็แค่คำพูดน่า! ใครจะไปรู้ ถ้าเราถึงเร็วเราก็ได้เงินเร็ว”

 

ฉากที่ 2: รอยร้าวในกระจก

(ทั้งคู่มาถึงร้านของผู้จัดการ     ผู้จัดการวางแจกันหรือกระจกเงาไว้บนโต๊ะ)

ผู้จัดการ: “ขอบใจพวกเจ้ามากที่มาช่วยงาน ข้ามีงานสำคัญชิ้นหนึ่ง คือการคุมโกดังสินค้า แต่ข้าต้องการคนที่มี ‘เกียรติ’ เชื่อใจได้”

นายเก่ง (รีบเสนอตัว): “ผมครับผู้จัดการ! ผมฉลาดที่สุดในรุ่น คำนวณเงินไว ไม่ผิดพลาดแน่นอน”

ผู้จัดการ: “ดี… งั้นข้าขอทดสอบพวกเจ้า ข้าจะให้พวกเจ้าดูแลกระจกบานนี้คนละวัน ห้ามให้มีรอยขีดข่วนเด็ดขาด”

(ผู้จัดการเดินออกไป นายเก่งแอบเล่นการพนัน/ทอยเหรียญกับเพื่อนข้างนอกจนเผลอทำกระจกตกพื้นเสียงดัง “เพล้ง!”)

นายเก่ง (ตกใจ): “ซวยแล้ว! กระจกร้าว… แต่ไม่เป็นไร เอากาวทาๆ ไว้ แล้วเอาผ้าคลุมไว้ ผู้จัดการไม่รู้หรอก”

นายกล้า: “เก่ง… นายต้องบอกความจริงนะ     เกียรตินั้นเหมือนกระจก ถ้าร้าวแล้วจะประสานยากนะ”

นายเก่ง: “หุบปากเถอะน่า! แกมันซื่อบื้อเกินไป”

 

ฉากที่ 3: ความเชื่อถือได้คือทรัพย์สิน

(ผู้จัดการกลับมาตรวจงาน)

ผู้จัดการ: “เป็นไงบ้างเก่ง กระจกข้ายังดีไหม?”

นายเก่ง: “ดีเยี่ยมครับผู้จัดการ ใสสะอาดเหมือนเดิม!” (ผู้จัดการเปิดผ้าดู เห็นรอยร้าวที่พยายามปิดบัง)

นายกล้า: มีรอยร้าวนิดหน่อยครับ ผมทำกระจกตกลงบนพื้น  แต่ผมจะใช้เงินส่วนตัวไปซื้อของใหม่มาชดเชยให้ครับ

ผู้จัดการ (ถอนหายใจ): “เก่ง… ความฉลาดของเจ้าช่วยเจ้าไม่ได้เลย เมื่อเจ้าขาดความสัตย์จริง รอยร้าวบนกระจกนี้ก็เหมือนเกียรติของเจ้าที่พังลง”

ผู้จัดการหันมาหา นายกล้า: “กล้า… ถึงเจ้าจะพายเรือช้า แต่เจ้าไม่เคยโกหกข้า เจ้าคือคนที่ข้า ‘ไว้วางใจ’ ได้มากที่สุด ข้าขอจ้างเจ้าทำงานนี้”

ฉากจบ: บทสรุปจาก บี.พี.

(ตัวละครทั้งหมดหยุดนิ่ง บี.พี. เดินมากลางเวที)

บี.พี.: “ลูกเสือทั้งหลาย… นายจ้างไม่ได้มองหาคนที่เก่งที่สุดเสมอไป แต่มองหาคนที่เขาไว้วางใจได้มากที่สุด จำไว้นะครับ เกียรติไม่ใช่สิ่งที่ได้มาพร้อมเครื่องแบบ แต่มันคือการกระทำของเรา แม้ในเวลาที่ไม่มีใครเฝ้าดู… รักษาเกียรติของพวกเธอให้เหมือนรักษาชีวิต เพราะถ้ามันพังทลายลงแล้ว ต่อให้ใช้กาววิเศษขนาดไหน รอยร้าวนั้นก็จะยังคงอยู่ตลอดไป”

(ลูกเสือทุกคนยืนขึ้น ทำวันทยหัตถ์ และร้องเพลงพร้อมกัน: “ความซื่อสัตย์เป็นสมบัติของคนดี  หากถ้าใครไม่มีชาตินี้เอาดีไม่ได้ ……”)

จบการแสดง

                                                                                    อาทร  จันทวิมล